... "ช้าก่อน... ดูเหมือนว่าพวกเจ้าจะสนุกกันเกินไปหน่อยแล้วกระมัง?"
สุ้มเสียงนั้นก้องกังวานดั่งระฆังทองคำที่สั่นสะเทือนห้วงนภา ทว่าแฝงไว้ด้วยความหนתเหน็บอันไร้ก้นบึ้งที่แช่แข็งแม้กระทั่งกระแสลมปราณรอบกาย แรงกดดันจากจิตวิญญาณระดับมหาเทพของหลี่เฟยแผ่ขยายออกไปประหนึ่งมหาสมุทรคลั่ง บดขยี้ค่ายกลมายาเจ็ดดาราที่รายล้อมอยู่ให้แตกสลายกลายเป็นผุยผงในชั่วพริบตา เศษศิลาและอักขระเวทสีชาดปลิวว่อนกลางอากาศก่อนจะมลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย
เบื้องหน้าของเขาทั้งสอง ร่างของเหล่าผู้อาวุโสเงาโลหิตจากสำนักมารทมิฬต่างสะท้านเฮือก กระอักโลหิตออกมาคำโตเมื่อถูกแรงสะท้อนจากค่ายกลที่พังทลาย
เซียนจื่อหยวนยืนหอบหายใจรินรดอยู่เคียงข้าง อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ของนางบัดนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยหยาดโลหิตสีแดงฉาน บาดแผลลึกที่หัวไหล่ขวาจากการต้านทานกระบี่อาคมยังคงส่งกลิ่นอายความมืดคุกคามเส้นชีพจรปราณของนางไม่หยุดหย่อน กระบี่เหมันต์ในมือสั่นระริก แทบจะประคองไว้ไม่อยู่
"หลี่เฟย..." นางเอ่ยเสียงแผ่วเบา นัยน์ตาคู่คมที่เคยเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งบัดนี้ฉายแววซับซ้อนระคนห่วงหาอย่างปิดไม่มิด "วิหาญกลืนวิญญาณเบื้องหน้านั่น... กำลังสูบกลืนเขตแดนสุดท้ายของเรา เจ้ายังมียุทธวิธีใดอีกเล่า?"
หลี่เฟยไม่ตอบคำ ทว่าแววตาของเขากลับคมกริบดั่งคมกระบี่ที่เพิ่งชักออกจากฝัก มือหนายื่นออกไปคว้าจับข้อมือเรียวบางของนางไว้อย่างมั่นคง ไออุ่นจากฝ่ามือของเขาถ่ายเทผ่านจุดชีพจรเข้าสู่ร่างกายของนางโดยตรง ทำให้เซียนจื่อหยวนสะดุ้งเล็กน้อย ทว่านางมิได้สะบัดออก กลับปล่อยให้พลังปราณอันบริสุทธิ์และลึกล้ำของเขาล้อมกรอบร่างตนไว้
"เชื่อใจข้า" หลี่เฟยเอ่ยสั้นๆ ทว่าทรงพลังอย่างยิ่งยวด น้ำเสียงของเขาไม่มีความหวั่นเกรงแม้แต่น้อย "ค่ายกลกลืนวิญญาณนี้แท้จริงแล้วมีจุดตายอยู่ที่ศูนย์กลางซึ่งเชื่อมโยงกับหัวใจของค่ายกล แต่ลำพังพลังของพวกเราแต่ละคนย่อมไม่อาจทะลวงผ่านม่านพลังระดับนี้ไปได้..."
"เจ้าหมายความว่า..." เซียนจื่อหยวนขมวดคิ้วมุ่น นางฉลาดปราดเปรื่องย่อมเข้าใจความนัยทันที "เคล็ดวิชาผสานกาย... กระบี่คู่ประสานจิต?"
"ถูกต้องแล้วครับ" หลี่เฟยพยักหน้ารับ ดวงตาคมกริบกวาดมองไปยังค่ายกลเบื้องหน้าที่กำลังหมุนวนเป็นพายุโลหิตขนาดมหึมา "มีเพียงการหลอมรวมจิตวิญญาณและลมปราณเป็นหนึ่งเดียว หลอมกระบี่เหมันต์และกระบี่ไร้ลักษณ์เข้าด้วยกัน จึงจะสามารถสร้างวิถีกระบี่ที่ทะลวงทะสายได้แม้กระทั่งมิติสวรรค์"
รอบกายของพวกเขาทั้งสองเริ่มมีอักขระโบราณลอยวนเวียน ทว่าสถานการณ์มิได้รอช้า ผู้อาวุโสเงาโลหิตที่เหลืออยู่แผดเสียงคำรามลั่น ประสานอินث์เรียกเงากระบี่นับพันพุ่งเข้าใส่ราวกับห่าฝนทมิฬ
"ลงมือ!"
สิ้นเสียงคำราม หลี่เฟยดึงร่างของเซียนจื่อหยวนเข้ามาแนบชิด ไอเย็นยะเยือกจากกายของนางและไออุ่นอันร้อนระอุจากวิถีเทพของเขาเข้าปะทะและหลอมรวมกันในทันที เกิดเป็นระลอกคลื่นพลังสีทองและสีฟ้าครามแผ่ขยายออกไปเป็นวงกว้าง ความเจ็บปวดจากบาดแผลของหญิงสาวเลือนหายไป ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกอัศจรรย์ที่จิตวิญญาณทั้งสองดวงกำลังเต้นเป็นจังหวะเดียวกัน
วิชา "มรรคาคู่ผสานนภา" ถูกขับเคลื่อนอย่างเต็มกำลัง!
ร่างของทั้งสองลอยเคว้งคว้างขึ้นสู่ห้วงอากาศ ราวกับเทพเซียนที่กำลังร่ายรำท่ามกลางพายุฝน กระบี่เหมันต์ในมือเซียนจื่อหยวนเปล่งแสงเจิดจ้าแข่งกับรัศมีกระบี่ไร้ลักษณ์ของหลี่เฟย ทั้งสองหลอมรวมเป็นกระบี่เล่มยักษ์ยาวนับร้อยเมตร พาดผ่านผืนฟ้าและแผ่นดินด้วยรัศมีที่กดดันให้สรรพสิ่งต้องสยบยอม
"ทะลuv!"
พวกเขากวัดแกว่งกระบี่พร้อมกันอย่างไร้รอยต่อ ราวกับมีจิตใจเดียวกัน คมกระบี่พุ่งแหวกอากาศลงมาดั่งสายฟ้าฟาดทลายปฐพี เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวสะท้านสะเทือนไปทั่วทั้งหุบเขา ม่านพลังของค่ายกลกลืนวิญญาณที่ขึ้นชื่อว่าไร้เทียมทาน บัดนี้ถูกผ่าออกเป็นสองซีกอย่างง่ายดายราวกับตัดกระดาษ แรงกระแทกย้อนกลับทำให้เหล่าผู้อาวุโสเงาโลหิตกระอักโลหิตดำสนิทออกมาพร้อมกันก่อนจะสิ้นสติและล้มฟุบลงไปทีละคน
เศษซากของค่ายกลสลายกลายเป็นละอองแสงโปรยปรายลงมาดั่งหิมะยามค่ำคืน
หลี่เฟยและเซียนจื่อหยวนร่อนลงสู่พื้นดินอย่างนุ่มนวล ทว่าร่างของพวกเขายังคงชิดใกล้ ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่ใกล้ชิดจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นของกันและกัน ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นระรัวอยู่ในอกของคนทั้งคู่
เซียนจื่อหยวนแหงนเงยหน้าขึ้นมองบุรุษผู้ยืนเคียงข้าง นัยน์ตากลมโตคู่นั้นไหวระริกเป็นครั้งแรกในรอบร้อยปี นางไม่เคยคิดเลยว่าจะมีใครที่สามารถเข้าถึงก้นบึ้งจิตวิญญาณของนางได้ลึกซึ้งถึงเพียงนี้ ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างกำลังก่อตัวขึ้นในใจ ทว่าก่อนที่นางจะได้เอื้อ่ยววาจาใดๆ ออกมา...
"แปะ... แปะ... แปะ..."
เสียงปรบมือดังขึ้นแผ่วเบาจากความมืดมิดเบื้องลึกของถ้ำลับที่ควรจะว่างเปล่า
ทั้งหลี่เฟยและเซียนจื่อหยวนต่างชักกระบี่กลับมาตั้งรับในเสี้ยววินาที ดวงตาของหลี่เฟยหรี่แคบลงทันทีเมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายปราณอันชั่วร้ายยิ่งกว่าเหล่าผู้อำมหิตที่เพิ่งจัดการไป
เงาร่างหนึ่งก้าวเดินออกมาจากความมืด ช้าๆ ทว่ามั่นคง ใบหน้าของผู้นำทางลึกลับผู้นั้นสวมหน้ากากเงินครึ่งซีก ปรากฏรอยยิ้มเยียบเย็นที่มุมปาก
"ไม่เลว... ไม่เลวเลยจริงๆ สมคำร่ำลือ มหาเทพผู้กลับชาติมาเกิด และเซียนกระบี่เหมันต์ผู้เย่อหยิ่ง..." ร่างนั้นหัวเราะในลำคอ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของหลี่เฟยเย็นเฉียบ "น่าเสียดายนัก... ที่พวกเจ้าคิดว่าทำลายแค่ค่ายกลภายนอก... แต่หลงลืมไปว่า 'ผนึกที่แท้จริง' ภายในร่างของแม่นางเซียนผู้นี้ กำลังจะตื่นขึ้นในอีกหนึ่งเค่อข้างหน้านี้แล้ว..."
*ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในวิถีกระบี่นี้ด้วยกันนะครับ*
เซียนผู้ถูกลืมกับศิษย์พี่หญิงที่คอยตามรังควาน•ตอนที่ 21
จิตวิญญาณที่ประสานกัน
ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนผู้ถูกลืมกับศิษย์พี่หญิงที่คอยตามรังควาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!