คมกระบี่ในมือของหลี่เฟยมิได้เปล่งประกายเจิดจ้า แต่มันดูดกลืนแสงสว่างรอบกายจนมืดมิดราวกับหลุมดำแห่งความตาย
เสียงเหล็กกระทบกันสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่ากลางฤดูแล้ง กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วหุบผาหมื่นศิตรา ศพของเหล่าผู้อยู่ในขอบเขตหลอมรวมวิญญาณนับร้อยชีวิตนอนเกลื่อนกลาดราวกับใบไม้ร่วงหล่น ไร้ซึ่งลมหายใจและเกียรติยศที่พวกมันเคยไขว่คว้า ท่ามกลางซากศพเหล่านั้น มีเพียงบุรุษชุดดำผู้หนึ่งที่ยืนหยัดอย่างโดดเดี่ยว ร่างกายของเขาอาบย้อมไปด้วยโลหิตสีแดงฉาน แต่วี่แววของความเหนื่อยอ่อนกลับมิอาจพบได้ในแววตาคู่นั้น มีเพียงความเย็นชาและว่างเปล่าที่ล้ำลึกยิ่งกว่าห้วงสมุทร
"หลี่เฟย... เจ้า... ปีศาจสารเลว!"
เสียงตะโกนอย่างหวาดผวาของผู้อาวุโสแห่งสำนักอัคคีสวรรค์ดังขึ้นด้วยความสิ้นหวัง ร่างของมันสั่นเทาราวกับลูกนกตกในอุ้งมือพญาอินทรี กระบี่ในมือหักสะบั้น ปราณแท้จริงภายในร่างแตกซ่านไร้หนทางเยียวยา
หลี่เฟยมิได้เอวาจาใดตอบโต้ เขาเพียงแต่ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้า ทุกย่างก้าวที่ประทับลงบนพื้นดินแผ่นหินกลับสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นราวกับแผ่นดินไหว ป้ายหยกในมือขวาของเขา ซึ่งด้านหลังสลักลายมือปราณกระบี่คุ้นตาของศิษย์พี่หญิงใหญ่ 'เซียนจื่อหยวน' ยังคงเปล่งแสงเรืองรองสะท้อนเงาโลหิต
"ข้า... ข้าแค่ทำตามคำสั่งของนิกายใหญ่... ไว้ชีวิตข้า... ไว้..."
ฉับพลัน ประกายกระบี่สีครามเข้มก็พาดผ่านลำคอของผู้อาวุโสผู้นั้นอย่างไร้สุ้มเสียง ศีรษะหลุดลอยกระเด็นพร้อมกับโลหิตที่พุ่งทะลักราวน้ำพุ นี่มิใช่การประลองยุทธ์ แต่เป็นการสังหารหมู่ที่กระทำโดยไร้ซึ่งความเมตตา แต่น้ำใจและคุณธรรมในยุทธภพนี้เล่าเคยมีให้แก่อดีตมหาเทพผู้ถูกลืมเลือนผู้นี้บ้างหรือไม่? คำตอบย่อมอยู่ในกองซากศพเบื้องหน้าแล้ว
ในวินาทีนั้นเอง ท้องนภากลับแปรเปลี่ยนเป็นสีครามเข้ม หมอกหนาทึบบนยอดผาน้ำค้างม้วนตัวเข้าหากันอย่างรุนแรง ปราณกระบี่อันหนצוมและเยือกเย็นสายหนึ่งกดทับลงมาจากเบื้องบนจนเหล่าผู้รอดชีวิตที่แอบซ่อนอยู่รอบบริเวณต่างกระอักเลือดออกมาพร้อมกัน
เงาร่างระหงในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ราวกับเกล็ดหิมะโปรยปรายลงมาจากฟากฟ้า นางมิได้เหยียบย่างลงบนพื้นดินโดยตรง หากแต่ล่องลอยอยู่บนยอดปลายกระบี่ที่ปักคว่ำลง ศิษย์พี่หญิงใหญ่ 'เซียนจื่อหยวน' ยืนสง่นิ่งอยู่เบื้องหน้าหลี่เฟย ดวงตากลมโตคู่สวยที่เคยมองเขาด้วยความเฉยเมย บัดนี้กลับสั่นไหวระริกอย่างรุนแรง เมื่อกวาดสายตามองไปทั่วบริเวณและพบว่า ศิษย์และผู้อาวุโสจากนิกายต่างๆ ที่มารุมล้อมสังหารหลี่เฟย ถูกปลิดชีพจนสิ้นซากภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งก้านธูป
"เจ้า... ทำเกินไปแล้ว หลี่เฟย" น้ำเสียงของนางราบเรียบ เย็นชาดุจน้ำแข็งพันปี แต่กลับแฝงความสั่นพร่าที่แม้แต่ตัวนางเองก็ไม่อาจซ่อนเร้น
หลี่เฟยเงยหน้าขึ้นสบตากับนาง แววตาของเขาไม่มีความหวาดหวั่น มีเพียงรอยยิ้มหยันที่มุมปาก ชายหนุ่มยกป้ายหยกในมือขึ้นชูให้เห็นเด่นชัด
"เกินไปหรือ? ศิษย์พี่หญิง... ป้ายหยกชิ้นนี้ ตกลงมาจากร่างของผู้อำมหิตที่ลอบสังหารข้าในยามวิกาล และลายมือที่สลักอยู่ด้านหลัง... ก็คือเคล็ดกระบี่เหมันต์สวรรค์เก้าชั้นฟ้า ซึ่งมีเพียงท่านและอดีตปรมาจารย์เท่านั้นที่ฝึกสำเร็จ"
คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าที่ฟาดผ่าลงกลางใจของเซียนจื่อหยวน ร่างระหงสะท้านเฮือก สีหน้าของนางซีดเผือดลงในพริบตา นางอ้าปากคล้ายต้องการจะกล่าวสิ่งใดบางอย่าง แต่กลับไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมา
ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่ความเงียบงันเข้าปกคลุม บรรยากาศรอบตัวกลับบิดเบี้ยวอย่างรุนแรง พลังกดดันระดับเทพเจ้าที่น่าสะพรึงกลัวสายหนึ่งพุ่งทะยานขึ้นจากก้นเหวเบื้องล่าง พื้นดินแตกแยกออกเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่ดังก้องกังวานไปทั่วทั้งขุนเขา
*ครืนนน...!*
เงาร่างสีดำสนิทปรากฏขึ้นเบื้องหลังเซียนจื่อหยวนราวกับภูตผี พร้อมกับกรงเล็บปราณโลหิตที่พุ่งทะลวงเข้าใส่แผ่นหลังของนางอย่างรวดเร็วจนมองตามไม่ทัน!
"ระวัง!" หลี่เฟยคำรามลั่นในลำคอ ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ระเบิดออกจากร่างของเขาราวกับคลื่นยักษ์สั่นสะเทือนปฐพี!
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในเส้นทางกระบี่อันโดดเดี่ยวนี้ด้วยกันนะครับ
เซียนผู้ถูกลืมกับศิษย์พี่หญิงที่คอยตามรังควาน•ตอนที่ 26
เลือดหลั่งย้อมยุทธภพ
ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนผู้ถูกลืมกับศิษย์พี่หญิงที่คอยตามรังควาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!