“ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจเสียจริง... แต่น่าเสียدาย ที่วันนี้ ไม่มีใครรอดออกไปจากที่นี่ได้แม้แต่คนเดียว!”
เสียงคำรามแหบพร่าประหนึ่งเสียงครูดของเหล็กกล้ากับแผ่นหินดังสะท้อนก้องกังวานไปทั่วหุบผากระบี่ทมิฬ แรงกดดันมหาศาลแผ่พุ่งออกมาจากร่างของเงามืดลึกลับที่เพิ่งก้าวข้ามผ่านรอยแยกสีม่วงเข้มกลางอากาศ บรรยากาศรอบกายพลันบิดเบี้ยวราวกับกระจกที่ถูกทุบด้วยค้อนเหล็ก มวลอากาศหนาหนักจนเหล่าศิษย์สำนักกระบี่สวรรค์ต่างรู้สึกราวกับมีภูเขาหมื่นจินกดทับลงบนบ่าจนกระอักโลหิตออกมาคำโต
หลี่เฟยหรี่ตาลงเล็กน้อย ดวงตาคู่คมกริบดุจดั่งพญาอินทรีมองทะลุผ่านม่านหมอกปราณสีดำสนิทที่กำลังกัดกร่อนผืนแผ่นดินเบื้องล่าง สิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าไม่ใช่ลมปราณของมนุษย์ หรือแม้แต่พลังอสูรในยุทธภพที่เขาคุ้นเคย แต่มันคือกลิ่นอายความตายอันว่างเปล่าและเน่าเฟะ—กลิ่นอายของสิ่งมีชีวิตจากต่างมิติที่ก้าวข้ามกฎเกณฑ์แห่งวัฏสงสารมา
"นั่น... มันตัวอะไรกัน?" ผู้อาวุโสท่านหนึ่งอุทานออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเทา มือที่กุมกระบี่ประจำกายสั่นระริกจนเกิดเสียงกระทบกันกริ๊บๆ
ไม่มีใครตอบคำถามนั้น ทว่าความหนาวเหน็บที่เสียดแทงลึกลงถึงกระดูกดำได้เป็นคำตอบที่ชัดเจนที่สุดแล้ว รอยแยกมิติที่กำลังขยายตัวใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ส่งเสียงกรีดร้องราวกับเสียงหวนไห้ของวิญญาณนับหมื่น สัตว์ประหลาดรูปร่างบิดเบี้ยว มีกรงเล็บแหลมคมดุจใบมีดและดวงตาสสีแดงฉานนับร้อยคู่เริ่มเบียดเสียดกันทะลักออกมาจากรอยแผลของท้องฟ้า
เซียนจื่อหยวน ก้าวเท้าขึ้นมาเคียงข้างหลี่เฟยอย่างเงียบเชียบ ปลายกระบี่เหมันต์ในมือของนางส่งเสียงหึ่งๆ ขับเน้นรัศมีไอเย็นยะเยือกที่พร้อมจะแช่แข็งทุกสรรพสิ่ง นางไม่เอמהยวาจาใดๆ ออกมา ทว่าสายตาที่ประสานเข้ากับหลี่เฟยนั้นเต็มไปด้วยความเข้าใจอันลึกซึ้งผ่านความเป็นความตาย
"ศิษย์พี่" หลี่เฟยเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่ากังวานหนักแน่นในโสตประสาทของคนฟัง "ดูเหมือนว่าฟ้าดินเบื้องบนจะไม่ได้ทอดทิ้งพวกเราให้เหงาเสียทีเดียว แต่อย่างน้อย... พวกมันก็เลือกแขกที่ไม่ได้รับเชิญมาในเวลาที่ไม่ค่อยเหมาะนัก"
“ต่อให้เป็นภูตผีปีศาจจากนอกภพ หรือแม้แต่เงื้อมมือของยมทูต... หากพวกมันกล้าเหยียบย่างเข้ามาในอาณาเขตกระบี่ของสำนักเรา วันนี้ข้าก็จะใช้คมกระบี่นี้ส่งพวกมันกลับลงนรกไปให้หมด” เซียนจื่อหยวนกล่าวตอบ น้ำเสียงของนางเย็นชาดุจน้ำแข็งพันปี แต่แฝงไว้ด้วยจิตสังหารที่แหลมคมจนแม้แต่มิติรอบกายยังต้องสั่นสะท้อน
สิ้นเสียงของนาง ร่างบางระหงก็พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าดุจดั่งหงส์เหิร รัศมีกระบี่เหมันต์ระเบิดออกเป็นเกล็ดน้ำแข็งนับล้านชิ้น ทอประกายระยิบระยับราวกับดวงดาวนับอนันต์ที่ร่วงหล่น ทว่าทุกเกล็ดน้ำแข็งนั้นคือคมมีดสังหารที่พร้อมจะปลิดชีพศัตรูในพริบตาเดียว
*ฉับ!*
ร่างของปีศาจต่างมิติที่พุ่งเข้ามาหมายจะตะпบนาฏศิลป์แห่งกระบี่ของนางถูกตัดขาดเป็นสองท่อนในคราเดียว โลหิตสีดำสนิทพวยพุ่งราวน้ำพุ กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ทว่าความตายของพวกมันหาได้ทำให้ฝูงอสูรต่างมิติหวาดกลัวไม่ กลับยิ่งกระตุ้นให้พวกมันกระโจนเข้าใส่ด้วยความบ้าคลั่งยิ่งกว่าเดิม รอยร้าวแห่งมิติเบื้องบนขยายตัวกว้างขึ้นจนเกิดเป็นพายุหมุนสีม่วงทมิฬที่บดบังแสงอาทิตย์จนมืดมิด
หลี่เฟยยังคงยืนนิ่งอยู่เบื้องล่าง มือขวาของเขากุมด้ามกระบี่สนิมเขรอะที่ดูสามัญที่สุดในยุทธภพ ทว่าภายในรัศมีรอบกายของเขากลับปรากฏคลื่นพลังปราณที่แทรกซึมไปในทุกอณูอากาศ ราวกับว่าตัวเขากลายเป็นศูนย์กลางของกฎเกณฑ์ฟ้าดินไปเสียแล้ว
*ตูมมม!*
แรงระเบิดครั้งใหญ่จากใจกลางรอยแยกมิติทำให้พื้นดินสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น เงาดำมหึมาสายหนึ่งค่อยๆ ก้าวเท้าเหยียบย่างผ่านรอยร้าวออกมา มันคือแม่ทัพแห่งต่างมิติ ร่างกายสูงใหญ่กว่าสตรีหรือบุรุษทั่วไปถึงสามเท่า สวมเกราะกระดูกสีดำทมิฬที่สลักด้วยอักขระโบราณอันชวนเวียนหัว และในมือถือเคียวขนาดยักษ์ที่หยดหยาดน้ำโลหิตสีดำลงสู่พื้นดินจนเกิดเป็นควันพิษพวยพุ่ง
"มนุษย์โง่เขลา... พวกเจ้าคิดว่ามิติอันต่ำต้อยนี้จะขวางกั้นความยิ่งใหญ่ของพวกเราได้งั้นรึ?" เสียงของมันก้องกังวานในจิตใจของทุกคน ราวกับเสียงระฆังแห่งความพินาศที่ดังขึ้นเตือนวาระสุดท้าย
หลี่เฟยเงยหน้าขึ้นมอง ปีศาจยักษ์ตนนั้น ดวงตาของอดีตมหาเทพไหววูบเพียงเล็กน้อยก่อนจะกลับมาสงบนิ่งดั่งบ่อน้ำลึก เขายกกระบี่ในมือขึ้นช้าๆ ปลายกระบี่ชี้ตรงไปยังเป้าหมายเบื้องบนอย่างไร้ความหวาดหวั่น
“พวกเจ้าอาจจะมาจากดินแดนที่ไกลแสนไกล... แต่จจำไว้ว่า ดินแดนแห่งนี้ มีกฎเกณฑ์ที่พวกเจ้าไม่มีวันล่วงเกินได้”
หลี่เฟยสูดลมหายใจเข้าลึก ร่างกายเปล่งประกายแสงสีทองอร่ามที่ตัดกับความมืดมิดรอบกายอย่างสิ้นเชิง เขากำลังจะชักกระบี่ออกจากฝักเพื่อสะ้างปฐพีใหม่อีกครั้ง ทว่าในวินาทีที่คมกระบี่เริ่มขยับออกจากฝักไม้เก่าๆ จนเกิดเสียงเสียดสีที่สั่นสะเทือนไปถึงจิตวิญญาณ...
*ฉึก!*
เสียงของมีคมทะลุผ่านเนื้อหนังดังขึ้นอย่างกะทันหันในระยะประชิด หลี่เฟยชะงักกึก ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ ขณะที่เซียนจื่อหยวนซึ่งกำลังต่อสู้อยู่กลางอากาศพลันหันขวับมามองด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด
เงาร่างของผู้อาวุโสผู้หนึ่งในสำนักกระบี่สวรรค์—ผู้ที่ควรจะยืนอยู่เคียงข้างปกป้องสำนัก—บัดนี้กลับปรากฏอยู่เบื้องหลังหลี่เฟย พร้อมกับกระบี่อาบยาพิษที่เสียบทะลุผ่านแผ่นหลังของเขาอย่างแนบเนียน และรอยยิ้มอันบิดเบี้ยวชวนขนหัวลุกที่ปรากฏบนใบหน้าของผู้อาวุโสผู้นั้น
“...ขอโทษทีนะ หลี่เฟย ประตูมิติเปิดออกได้ ก็เพราะกุญแจดอกนี้ต่างหากล่ะ”
ขอขอบคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "หมึกทองคำข้ามภพ" มา ณ ที่นี้นะครับ
เซียนผู้ถูกลืมกับศิษย์พี่หญิงที่คอยตามรังควาน•ตอนที่ 29
รอยร้าวแห่งมิติ
ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนผู้ถูกลืมกับศิษย์พี่หญิงที่คอยตามรังควาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!