"ศิษย์น้องหลี่... เจ้าทำให้พี่ใหญ่คนนี้ตามหามาเนิ่นนานเหลือเกินนะ"
เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของอสูรโบราณสะท้อนก้องทั่วหุบผาหมอกทมิฬ บรรยากาศรอบกายบิดเบี้ยวจนเกิดรอยแยกสีดำสนิท ประหนึ่งผืนผ้าใบที่ถูกฉีกกระชากด้วยกรงเล็บอันเกรี้ยวกราด หลี่เฟยยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าคราบร่องรอยการต่อสู้ที่ยังหลงเหลือ ไอสังหารสีเลือดแผ่พุ่งจากพื้นดินราวกับบทเพลงมรณะที่ถูกบรรเลงขึ้นอีกครา สายตาของเขาหรี่ลงเล็กน้อยคมปลาบดุจคมกระบี่ที่เพิ่งออกจากฝัก
ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ขัดขืน... นั่นคือสิ่งที่ทำให้หัวใจของอดีตมหาเทพกระตุกวูบอย่างผิดวิสัย
บนก้อนศิลาศักดิ์สิทธิ์ ปรากฏรอยสลักโลหิตสีชาดเป็นอักษรโบราณสามตัว — *'แดนปีศาจโลหิต'*
กลิ่นอายปราณกระบี่เหมันต์ที่เคยแผ่ซ่านปกคลุมรัศมีร้อยลี้บัดนี้จางหาย เหลือเพียงละอองความเย็นยะเยือกที่เจือจางในสายลมราวกับเสียงร่ำไห้ครั้งสุดท้าย เซียนจื่อหยวน... ศิษย์พี่หญิงผู้เย่อหยิ่งและงดงามดุจดอกบัวหิมะกลางแดนมิคสัญญี ผู้ซึ่งใช้วิชากระบี่เหมันต์สยบมารนับร้อย บัดนี้กลับหายลับไปอย่างไร้ร่องรอย ราวกับถูกกลืนกินโดยความมืดมิดของห้วงนรกภูมิ
หลี่เฟยสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นอายจางๆ ของดอกไม้พิษแดนปีศาจลอยแตะนาสิก มันคือกลิ่นอายอันเป็นเอกลักษณ์ของ "ราชาปีศาจโลหิตสุริยัน" อริเก่าจากภพภูมิเบื้องบนที่รอดพ้นจากทัณฑ์สวรรค์มาได้
"เจ้าคิดจะใช้ศิษย์พี่หญิงมาเป็นเหยื่อล่อข้าอย่างนั้นหรือ..." หลี่เฟยพึมพำกับความว่างเปล่า น้ำเสียงของเขาเรียบสนิทจนน่ากลัว ไม่มีแม้แต่ร่องรอยความตื่นตระหนก ทว่าภายในจิตวิญญาณกลับเกิดพายุคลั่งที่พร้อมจะแผดเผาทุกสรรพสิ่งให้เป็นจุล
ย้อนกลับไปเมื่อหนึ่งชั่วยามก่อน หน้าผาแห่งนี้ยังคงสงบเงียบ เซียนจื่อหยวนยืนถือกระบี่จันทราเหมันต์ แววตาคู่คมมองตรงมายังเขาด้วยความซับซ้อน นางเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงเย็นชาตามเคย ทว่าแฝงความห่วงใยที่แม้แต่เจ้าตัวก็อาจไม่รู้ตัว
*“หลี่เฟย... วิถีกระบี่ที่เจ้าเดินอยู่เต็มไปด้วยคราบเลือดและหยาดน้ำตา หากเจ้ายังดันทุรังฝืนลิขิตสวรรค์ต่อไป สักวันหนึ่งตัวเจ้าเองที่จะต้องแหลกสลาย”*
*“ศิษย์พี่... โลกใบนี้เน่าเฟะเกินกว่าจะเยียวยาด้วยคุณธรรม หากสวรรค์ไม่เมตตา ข้าก็จะใช้กระบี่ในมือนี้แหละพิพากษาสวรรค์เสียเอง”* คำตอบของเขาในวันนั้นยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท
และบัดนี้ คนที่เคยยืนหยัดขวางทางเขาด้วยความหวังดี กลับตกเป็นองค์ประกันในเกมท้าทายที่ไร้ซึ่งความปรานี
หลี่เฟยสะบัดแขนเสื้อเบาๆ มิติรอบกายพลันแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ ร่างของเขาพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องนภาราวกับดาวตกสีคราม ความเร็วของเขาเหนือล้ำกว่ากฎเกณฑ์ของกาลเวลา ทิว산และผืนป่าเบื้องล่างถูกทิ้งไว้เบื้องหลังอย่างรวดเร็ว ในฐานะอดีตมหาเทพ เขารู้ดีว่าประตูเชื่อมต่อแดนปีศาจโลหิตอยู่ที่ใด และการจะก้าวเข้าสู่ดินแดนที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายมหันตภัยนั้น หมายความว่าเขาต้องเผชิญหน้ากับกองทัพปีศาจนับแสนที่รอขย้ำเหยื่อผู้โง่เขลา
ผ่านพ้นม่านหมอกโลหิตและทะเลเพลิงสีชาด เบื้องหน้าคือมหานครปีศาจที่ถูกสร้างขึ้นจากกระดูกและซากวิญญาณ ท้องฟ้าเหนือแดนปีศาจถูกย้อมด้วยสีแดงฉานประหนึ่งถูกสาดด้วยเลือดสดๆ ของเซียนผู้บำเพ็ญเพียร
ที่ใจกลางลานประหารมาร ร่างของสตรีในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ถูกตรึงไว้ด้วยโซ่ตรวนปราณมารทมิฬ เส้นผมสีดำสนิทสยายเคลีย1แผ่นหลังอันบอบบาง ทว่าแผ่นหลังนั้นยังคงเหยียดตรงอย่างทรนง แม้ร่องรอยบาดแผลจากการถูกทรมานด้วยค่ายกลมารจะปรากฏเด่นชัดบนผิวเนื้อขาวผ่อง เซียนจื่อหยวนยังคงกัดริมฝีปากแน่นจนมีหยาดโลหิตไหลริน ดวงตาคู่สวยที่เคยเย็นชาและว่างเปล่า บัดนี้ฉายแววเด็ดเดี่ยวและเย้ยหยันต่อหน้าผู้นำเผ่าปีศาจ
"เซียนกระบี่เหมันต์... ช่างเป็นเกียรติยิ่งที่ได้ต้อนรับท่านสู่แดนปีศาจของเรา" เสียงหัวร่อต่อกระซิกของราชาปีศาจโลหิตสุริยันดังขึ้น มันมีร่างกำยำสูงใหญ่ ผิวหนังสีแดงก่ำและมีเขาอสูรคู่หนึ่งงอกออกมาจากขมับ ในมือถือกระบองกระดูกมารที่ยังคงหยดเลือดสดๆ "น่าเสียดาย... ที่ศิษย์น้องผู้แสนดีของเจ้า ดูเหมือนจะรักตัวกลัวตายเสียจนไม่กล้าแม้แต่จะเหยียบย่างเข้ามาในดินแดนแห่งความตายนี้"
จื่อหยวนปาดคราบเลือดที่มุมปาก รอยยิ้มเยาะเย้ยผุดขึ้นบนใบหน้างามล้ำ "เจ้า... ประเมินหลี่เฟยต่ำไปแล้ว..."
"โอ้? งั้นหรือ?" ราชาปีศาจหัวเราะลั่นจนพื้นดินสะเทือน "ต่อให้มันเป็นเทพจุติลงมา หากก้าวเข้ามาในอาณาเขตค่ายกลร้อยอสูรโลหิตของข้า วิญญาณของมันก็ต้องแตกดับไม่ต่างจากเศษธุลี!"
*เปรี้ยง!*
ราวกับเสียงฟ้าคำรามตอบรับคำพูดนั้น ท้องฟ้าเหนือมหานครปีศาจที่เคยเป็นสีแดงฉาน พลันถูกผ่าแยกออกเป็นสองเสี่ยงด้วยแสงกระบี่สีครามบริสุทธิ์ที่เจิดจ้าเสียยิ่งกว่าดวงอาทิตย์นับพันดวง! แรงกดดันระดับมหาเทพแผ่ซ่ายกดทับจนเหล่าปีศาจนับแสนตนถึงกับคุกเข่าลงกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง อากาศทั่วทั้งอาณาบริเวณแข็งค้างในชั่วพริบตา
ราชาปีศาจโลหิตสุริยันหน้าถอดสี มันแหงนมองขึ้นไปบนท้องฟ้าด้วยความตื่นตระหนก
ร่างหนึ่งก้าวเดินลงมาจากรอยแยกมิติทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ทุกย่างก้าวที่เขาก้าวลงมา ราวกับเหยียบย่ำอยู่บนหัวใจของเหล่าปีศาจทั้งมวล ไอสังหารเย็นยะเยือกแผ่พุ่งจนหยดน้ำค้างรอบกายกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีดำ หลี่เฟยในยามนี้ไม่ได้สวมใส่ชุดศิษย์สำนักสามัญอีกต่อไป แต่สวมอาภรณ์คลุมสีดำสนิทปักลวดลายดาราจักร ดวงตาคู่คมกริบดุจใบมีดกวาดมองลงมาเบื้องล่างด้วยความเยียบเย็นไร้ซึ่งความปรานี
กระบี่เซียนโบราณในมือขวาของเขาเปล่งแสงเรืองรองสะท้อนเงาโลหิต
"ปล่อยนางซะ..." หลี่เฟยเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาเบาราวกับเสียงกระซิบของสายลมหนาว แต่มันกลับดังก้องชัดเจนในจิตวิญญาณของสิ่งมีชีวิตทุกตนในที่นั้น "ไม่อย่างนั้น... ข้าจะทำให้แดนปีศาจแห่งนี้กลายเป็นสุสานที่ไม่มีวันผุดไม่มีวันเกิด"
จื่อหยวนเงยหน้าขึ้นมองบุรุษที่ยืนอยู่กลางนภา แววตาที่เคยแข็งกร้าวทว่าในยามนี้กลับสั่นไหวอย่างรุนแรง น้ำตาหยาดหนึ่งไหลรินผ่านแก้มเนียน ผสมผสานกับหยาดโลหิต นางขยับริมฝีปากส่งเสียงแผ่วเบาผ่านกระแสจิตที่แม้แต่ราชาปีศาจก็ไม่อาจล่วงรู้
*“หลี่เฟย... รีบหนีไป... ที่นี่คือกับดักที่แท้จริง... คนที่รอเจ้าอยู่ไม่ใช่แค่พวกมัน...”*
คำเตือนของนางถูกกลืนหายไปในพริบตา เมื่อเงาร่างสีดำสนิทอีกสายหนึ่งปรากฏขึ้นอย่างไร้สุ้มเสียงจากเบื้องหลังของหลี่เฟย ปลายกระบี่มารสีดำทมิฬจ่อตรงเข้าที่จุดชีพจรหัวใจของเขาในระยะประชิด โดยที่หลี่เฟยยังไม่ทันได้หันกลับไปมอง!
หมึกทองคำข้ามภพขอขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านกันมา ณ ที่นี้นะครับ
เซียนผู้ถูกลืมกับศิษย์พี่หญิงที่คอยตามรังควาน•ตอนที่ 24
ศิษย์พี่หญิงถูกจับตัว
ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนผู้ถูกลืมกับศิษย์พี่หญิงที่คอยตามรังควาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!