“ถอยไปริน ถ้าเธอไม่อยากกลายเป็นเถ้าถ่านพร้อมกับกิลด์โง่ๆ ของเธอ ก็ออกไปจากระยะห้าเมตรนี้ซะ”
ผมเอ่ยเสียงเรียบขณะที่นิ้วชี้จ่อลงบนแผงโฮโลแกรมสีครามที่สั่นไหวอยู่กลางอากาศ เสียงฝีเท้าหนักอึ้งของกองอัศวินเกราะเงินจาก ‘อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์เซเลสเทีย’ ดังก้องมาจากโถงทางเดิน ห่างออกไปไม่ถึงร้อยเมตร แรงสั่นสะเทือนจากฝีเท้าเหล่านั้นทำให้ฝุ่นบนเพดานห้องเก็บของร่วงกราวลงมาเหมือนหยาดฝนแห่งความตาย
รินไม่ขยับหนี เธอยืนนิ่งราวกับรูปปั้นหินอ่อน ดวงตาเรียวรีคมกริบคู่นั้นจับจ้องมาที่ผม แววตาของเธอไม่มีความกลัว มีเพียงความสงสัยที่ลึกซึ้งพอจะหยั่งถึงวิญญาณ
“เรย์... นายรู้ใช่ไหมว่าถ้ากดปุ่มนั้น ตัวตนของนายในฐานะ ‘ผู้เล่น’ จะถูกลบทิ้งจากระบบของโลกนี้อย่างถาวร?” น้ำเสียงของเธอราบเรียบ หากทว่าแฝงไว้ด้วยกระแสแห่งความห่วงใยที่เธอพยายามซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากเบต้าผู้เย็นชา
“ผู้เล่น?” ผมแค่นหัวเราะในลำคอ “พวกนั้นไม่เคยนับผมเป็นผู้เล่นตั้งแต่แรกแล้ว พวกเขาเห็นผมเป็นแค่ ‘บั๊ก’ ในระบบที่ควรถูกกำจัดทิ้งเสียมากกว่า ในเมื่อโลกนี้มันพังตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐาน การเป็นบั๊กที่ทำลายระบบได้... มันก็ไม่เลวนักหรอก จริงไหม?”
นิ้วของผมกดลงบนปุ่มยืนยันภารกิจสีแดงฉานที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศ: **[ภารกิจระดับ SSS: กวาดล้างบทลงโทษแห่งความเงียบ]**
ทันทีที่สัมผัส... ความเงียบงันมรณะปกคลุมไปทั่วห้อง พื้นที่รอบตัวผมเริ่มบิดเบี้ยวเหมือนกระจกที่ร้าวราน อากาศรอบกายร้อนระอุจนเกิดเสียงประทุของกระแสไฟฟ้าสถิต ระบบส่งเสียงเตือนดังระงมจนหูผมแทบดับ แต่มันไม่ใช่เสียงแจ้งเตือนปกติ มันคือเสียงคำรามของ ‘อัลกอริทึมต้องห้าม’ ที่ตื่นจากการหลับใหล
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบการแทรกแซงข้อมูลเกินขีดจำกัด!]
[คำเตือน: ผู้ใช้งาน [เรย์] ถูกระบุว่าเป็น ‘อันตรายระดับวิกฤต’ ต่อสมดุลโลก]
[เริ่มกระบวนการดีลีท... ล้มเหลว!]
ผมเบิกตากว้าง ความรู้สึกประหลาดแล่นปราดไปทั่วร่าง พลังงานสีดำสนิทไหลเวียนผ่านเส้นเลือดแทนที่ค่ามานา มันไม่ใช่พลังจากระบบเกม แต่มันคือพลังที่ผม ‘เขียน’ ขึ้นเองผ่านโค้ดลับที่แอบฝังไว้ในก้นบึ้งของเซิร์ฟเวอร์มานานนับปี
“นั่นมันอะไรกัน...” รินถอยหลังไปหนึ่งก้าว เธอมีสีหน้าตื่นตะลึงเมื่อเห็นไอสีดำจางๆ ลอยฟุ้งรอบตัวผม เส้นผมของผมเริ่มเปลี่ยนเป็นสีขาวโพลนในขณะที่นัยน์ตาเปลี่ยนเป็นสีแดงชาดลึกดิ่งประหนึ่งขุมนรก
ปัง!
บานประตูเหล็กกล้าถูกพังทลายเข้ามาโดยอัศวินนำขบวนในชุดเกราะทองอร่าม พวกเขาชะงักงันเมื่อเห็นสภาพภายในห้อง—ไม่ใช่เพราะการปรากฏตัวของพวกเรา แต่เพราะบรรยากาศที่เปลี่ยนไป อากาศในห้องหนักอึ้งจนอัศวินคนหนึ่งทรุดเข่าลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัวที่ไม่อาจนิยามได้
“จับกุมตัว ‘ตัวการ’ แห่งการละเมิดระบบ!” หัวหน้าอัศวินคำรามพร้อมชี้ดาบยาวมาที่ผม “นั่นคือเป้าหมาย! กำจัดมันทิ้งซะ!”
ผมไม่ได้ขยับตัว แม้แต่อัศวินนับร้อยจะง้างดาบเตรียมพุ่งเข้ามา ผมเพียงแค่คลี่ยิ้ม—รอยยิ้มที่ทำให้รินถึงกับชะงักด้วยความใจหาย
“พวกคุณกำลังยืนอยู่ในที่ที่ควรตายนะครับ”
ผมสะบัดมือเบาๆ ในอากาศ ราวกับกำลังปัดหยดน้ำออกจากนิ้ว ทว่าวินาทีต่อมา โลกทั้งใบก็เปลี่ยนไป รอยร้าวในอากาศขยายตัวออกเป็นวงกว้างเหมือนใยแมงมุมสีดำที่กัดกินภาพจำลองของความเป็นจริง พื้นที่ห้องเก็บของสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจนโครงสร้างเหล็กเริ่มบิดงอ
ระบบที่ควบคุมกฎฟิสิกส์ของเกมนี้กำลังถูก ‘เขียนทับ’
[ระบบกำลังปรับแต่งค่าสถานะ...]
[คำเตือน: ค่าสถานะ [ความโชคดี] ถูกดึงไปที่ศูนย์]
[คำเตือน: ค่าสถานะ [พลังทำลายล้าง] ถูกปลดล็อกจนถึงจุดสูงสุด]
[สถานะปัจจุบัน: พระเจ้าในคราบเดรัจฉาน]
อัศวินที่พุ่งเข้ามาใกล้ที่สุดชะงักค้างกลางอากาศ ร่างกายของเขากลายเป็นพิกเซลสีดำแตกกระจายหายไปในความว่างเปล่าอย่างเงียบเชียบ ไม่มีเสียงกรีดร้อง ไม่มีเลือด มีเพียงความว่างเปล่าที่ค่อยๆ กลืนกินทุกคนที่ก้าวเข้ามาในรัศมี
“เรย์... พอได้แล้ว! นายกำลังฆ่าระบบตัวเอง!” รินตะโกนสุดเสียง เธอฝ่ากระแสลมพายุสีดำเข้ามาคว้าแขนผมไว้ ความร้อนจากตัวผมทำให้ถุงมือของเธอเริ่มไหม้เกรียม
ผมหันไปมองเธอ สายตาที่เคยสุขุมเยือกเย็นบัดนี้เต็มไปด้วยความบ้าคลั่งที่ควบคุมไม่ได้ “ริน... เธอคิดว่านี่คือการทำลายเหรอ? เปล่าเลย... นี่คือการทำความสะอาดระบบที่เน่าเฟะต่างหาก ผมไม่ใช่บั๊ก... ผมคือผู้ควบคุมกฎคนใหม่!”
ทันใดนั้น เสียงเตือนสุดท้ายของระบบที่ดังขึ้นกลับไม่ใช่เสียงเครื่องจักรกล แต่เป็นเสียงที่คุ้นเคย... เสียงของชายแก่ที่ผมเคยเคารพในฐานะผู้สร้างเกมนี้
[ยินดีด้วย... คุณผ่านการทดสอบเป็น ‘ต้นแบบความเสี่ยง’ ของโครงการรหัส X แล้ว]
ในชั่วพริบตา ความโกลาหลทั้งหมดหยุดนิ่ง อัศวินที่ค้างกลางอากาศค่อยๆ สลายไป รินที่กุมแขนผมไว้ดูเหมือนภาพโฮโลแกรมที่ซ้อนทับกันไปมา แล้วในความเงียบงันนั้นเอง เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นกว่าเดิมก็ดังขึ้นจากด้านหลังม่านพิกเซลที่กำลังแตกสลาย
ชายในชุดคลุมสีดำสนิทเดินออกมาจากเงามืด เขาคือคนที่ผมควรจะฆ่าทิ้งตั้งแต่วันแรกที่ถูกทรยศ
“เก่งมาก เรย์” เขาเอ่ยด้วยรอยยิ้มที่ดูใจดี “แต่เสียใจด้วยนะ... เพราะร่างที่เธอกำลังใช้อยู่ตอนนี้ เป็นเพียงแค่ภาชนะที่ผมสร้างไว้เพื่อให้เธอทดลองพลังจนถึงจุดพีค ก่อนที่ผมจะดึงมันไปใช้งานจริง”
มือของเขายกขึ้น แล้วฉากหลังของห้องเก็บของก็พังทลายลงจนเผยให้เห็นว่า... โลกทั้งใบที่ผมอยู่นี้ ไม่ใช่เกม และไม่ใช่โลกความเป็นจริง แต่มันคือ ‘กรงขังในเซิร์ฟเวอร์’ ที่กว้างใหญ่กว่าที่ใครจะจินตนาการได้ และตอนนี้... ร่างกายของผมกำลังเริ่มปริแตกออกเป็นเส้นข้อมูล!
ผมเพิ่งตระหนักได้ว่า... ทั้งหมดที่ผ่านมา เป็นเพียงแค่บทนำของโศกนาฏกรรมที่ถูกวางแผนไว้ล่วงหน้าเท่านั้น
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของเรย์และร่วมเผชิญหน้ากับความจริงอันมืดมิดไปพร้อมกันนะครับ แล้วพบกันในตอนหน้าครับ!
ลอร์ดออฟดาร์กเนส
อัลกอริทึมพิฆาตเทพ กับยัยเบต้าที่ซ่อนคม•ตอนที่ 2
สกิลไร้ขีดจำกัดที่โลกไม่ยอมรับ
ผลงานโดย ลอร์ดออฟดาร์กเนส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลอร์ดออฟดาร์กเนส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมพิฆาตเทพ กับยัยเบต้าที่ซ่อนคม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
