“ถ้านายยังไม่หยุดประเมินความคุ้มค่าของการแลกเปลี่ยนนี้ด้วยสมองซีกที่ถูกความแค้นครอบงำอยู่ล่ะก็ เราสองคนคงต้องแยกทางกันตรงนี้เสียที”
น้ำเสียงราบเรียบดุจผิวน้ำในยามไร้ลมของ ‘ริน’ ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในร้านน้ำชาลับมุมตึกของเขตการค้าชั้นนอก เธอนั่งไขว่ห้าง มือเรียวบางประคองถ้วยชาอุ่นๆ ขึ้นจิบ สายตาคมกริบของเธอยังคงจับจ้องไปที่ชายหนุ่มตรงหน้า—‘เรย์’ ผู้ซึ่งในขณะนี้กำลังใช้ดวงตาที่แฝงไปด้วยรอยร้าวจากการถูกทรยศ วิเคราะห์โครงสร้างความน่าจะเป็นที่เธอยื่นข้อเสนอมา
เรย์วางแก้วกาแฟดำลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ เสียงกระทบกันของเซรามิกเบาหวิวแต่กลับดังก้องในความรู้สึกของเขา “ริน... ในกิลด์เก่าของผม อัลกอริทึมที่ดูไร้ที่ติมักจะลงเอยด้วยกับดักเสมอ คุณบอกให้ผมเชื่อใจในข้อมูลที่ถูกเข้ารหัสระดับชั้นความลับ แต่คุณกลับให้ผมเป็นเพียง ‘เบต้า’ ที่ไม่มีสิทธิ์เห็นแม้แต่ปลายเล็บของรหัสต้นทาง”
เขาเอนหลังพิงเก้าอี้ไม้ที่ส่งเสียงลั่นเบาๆ ท่าทีของเรย์ดูผ่อนคลายทว่าดวงตากลับหรี่ลงเล็กน้อย การคำนวณในหัวของเขาทำงานหนักหน่วง อัตราความสำเร็จของภารกิจที่รินยื่นให้คือ 42% ซึ่งนั่นถือเป็นตัวเลขที่ต่ำเตี้ยเรี่ยดินเกินกว่าที่อดีตยอดนักกลยุทธ์อย่างเขาจะยอมเสี่ยง... หากไม่ใช่เพราะหญิงสาวตรงหน้าคือคนเดียวที่เคยยืนเคียงข้างเขาในวันที่โลกทั้งใบหันหลังให้
รินวางถ้วยชาลงช้าๆ เธอเผยรอยยิ้มจางๆ รอยยิ้มที่ไม่ได้มาถึงดวงตา แต่มันกลับมีความหมายลึกซึ้งภายใต้หน้ากากของหญิงสาวผู้เรียบเฉย “นายคิดว่าฉันเป็นพวกเดียวกับคนพวกนั้นงั้นหรือ? ถ้าฉันต้องการแค่ ‘เบต้า’ ไปเป็นหุ่นเชิด ฉันคงไม่ดึงนายออกมาจากขุมนรกนั่นหรอก เรย์”
เธอโน้มตัวเข้ามาใกล้ กลิ่นอายหอมอ่อนๆ ของดอกไม้ป่าผสมกับกลิ่นไอความเย็นของดาบหลอมละลายลอยมาแตะจมูก “นี่ไม่ใช่ภารกิจกู้ชีพ แต่มันคือภารกิจ ‘ฝังกลบ’ กิลด์ที่เคยหักหลังนาย นายอยากรู้อัลกอริทึมที่แท้จริงของพระเจ้าไหม? ถ้าอยาก... ก็เลิกทำตัวเป็นนักคำนวณที่ขี้ขลาด แล้วก้าวเข้าสู่โลกของความเป็นจริงกับฉัน”
เรย์ชะงักไปครู่หนึ่ง จังหวะหัวใจของเขาเต้นรัวขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของเกม แต่มันคือการประกาศสงครามกับอดีตที่เขาฝังไว้ลึกสุดใจ เขาจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของริน ที่นั่นไม่มีความจอมปลอม มีเพียงความทะเยอทะยานที่แฝงไปด้วยความเชื่อมั่นอันแรงกล้า
“ทำไมต้องเป็นผม?” เรย์ถามเสียงเข้ม
“เพราะในโลกที่เต็มไปด้วยเหล่า Alpha ที่หลงระเริงในพลัง มีเพียงนาย... ที่เป็น ‘เบต้า’ ซึ่งมองเห็นความบกพร่องในอัลกอริทึมของระบบได้แม่นยำที่สุด” รินหยิบเหรียญตราสัญลักษณ์กิลด์เก่าของเขาขึ้นมาวางบนโต๊ะ มันเป็นเหรียญที่ถูกหักครึ่งโดยฝีมือของหัวหน้ากิลด์คนก่อน “จงเลือกซะ เรย์ จะยอมให้มันเป็นเศษเหล็กในกองขยะ หรือจะใช้มันเป็นกุญแจเปิดประตูไปสู่จุดสูงสุดที่พวกนั้นไม่เคยเอื้อมถึง”
เรย์ใช้นิ้วลูบผ่านรอยแตกของเหรียญ สัมผัสถึงความเย็นยะเยือกของโลหะที่เปลี่ยนไปตามไออุ่นจากปลายนิ้วของเขา ภายในใจของเขากำลังเกิดแรงสั่นสะเทือน ความขัดแย้งระหว่างสัญชาตญาณของการเอาตัวรอดกับความโหยหาที่จะพิสูจน์คุณค่าของตัวเองกำลังตีกันยุ่งเหยิง
เขาเงยหน้าขึ้น สบตากับรินอย่างมุ่งมั่น “ถ้าคุณพาผมไปสู่จุดนั้นได้... ผมจะทำทุกอย่างตามที่ภารกิจกำหนด แม้จะต้องแลกด้วยชีวิตที่เหลืออยู่ในเกมนี้ก็ตาม”
รินยิ้มกว้างขึ้น รอยยิ้มนั้นเปลี่ยนจากความนิ่งเฉยกลายเป็นความร้ายกาจที่ซ่อนคมไว้อย่างมิดชิด เธอดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว หน้าต่างระบบโฮโลแกรมสีน้ำเงินเข้มก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าเรย์
[ระบบทำการวิเคราะห์ความมุ่งมั่นของโฮสต์... ผ่านเกณฑ์]
[ภารกิจลับระดับ SSS: ‘การล่มสลายของสถาปัตยกรรมแห่งเทพ’ ถูกเปิดใช้งาน]
[เงื่อนไขที่ 1: เข้าถึงห้องนิรภัยของกิลด์ทมิฬภายใน 24 ชั่วโมง]
ทันใดนั้น เสียงแจ้งเตือนของระบบไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่นั้น หน้าต่างสีแดงฉานขนาดใหญ่ก็เด้งขึ้นมากลางอากาศ พร้อมเสียงหึ่งที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งร้านน้ำชา บรรยากาศรอบข้างบิดเบี้ยวราวกับภาพในกระจกที่ถูกทุบจนร้าว
“เดี๋ยวสิริน... นี่มันภารกิจอะไรกัน? ทำไมระดับความยากถึงพุ่งไปที่ SSS ทันทีที่ผมตอบตกลง?” เรย์ร้องถามอย่างตกใจ
รินไม่ได้ตอบ แต่เธอกลับลุกขึ้นยืนแล้วชักดาบสีเงินวาววับออกมาจากความว่างเปล่า ปลายดาบชี้ไปยังเงาร่างหนึ่งที่กำลังก้าวเข้ามาในร้าน ชายคนนั้นสวมชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าถูกปิดบังด้วยหน้ากากเหล็กรูปกะโหลกที่แผ่ไอสีดำทมิฬออกมาไม่ขาดสาย
“เพราะว่า ‘คนเฝ้าประตูนรก’ มาถึงเร็วกว่าที่คำนวณไว้น่ะสิ” รินกระซิบเบาๆ ข้างหูเขา “เตรียมตัวให้พร้อมเรย์ ถ้าเราตายตรงนี้... เรื่องราวของเราก็จบลงแค่นี้ แต่ถ้าเราชนะ... เราจะได้เห็นว่าใครกันแน่ที่อยู่เบื้องหลังการลบข้อมูลของนายทิ้งไป!”
ร่างในชุดคลุมสีดำก้าวเท้าก้าวแรกเข้ามาในร้าน เสียงพื้นไม้ที่ลั่นกรอบแกรบราวกับกระดูกที่ถูกบดขยี้ดังสะท้อนไปทั่ว ความกดอากาศในห้องลดต่ำลงจนเรย์รู้สึกหายใจลำบาก มันคือ ‘บอสลับ’ ที่ไม่มีอยู่ในฐานข้อมูลของระบบที่เขารู้จักแม้แต่น้อย แต่มันกลับรู้จักชื่อของเขา...
“เรย์... ค้นพบตัวอย่างทดลองที่หลุดรอดไปแล้ว” เสียงแหบพร่าดั่งปีศาจดังออกมาจากหน้ากากเหล็ก ก่อนที่นิ้วมือที่เรียวยาวผิดมนุษย์จะชี้ตรงมาที่หน้าอกของเขา “ถึงเวลาลบตัวตนที่ไร้ค่านี่ทิ้งเสียที”
ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในเส้นทางสายดาร์กนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
ลอร์ดออฟดาร์กเนส
อัลกอริทึมพิฆาตเทพ กับยัยเบต้าที่ซ่อนคม•ตอนที่ 3
รอยยิ้มภายใต้หน้ากากเบต้า
ผลงานโดย ลอร์ดออฟดาร์กเนส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลอร์ดออฟดาร์กเนส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมพิฆาตเทพ กับยัยเบต้าที่ซ่อนคม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
