ระบบสั่งตาย: นายวิศวกรกับอดีตที่หายไป•ตอนที่ 24

หลบซ่อนในแสงไฟ

ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
กลิ่นสนิมเหล็ก ผสมผสานกับกลิ่นอับชื้นของสารละลายไฮโดรคาร์บอนที่รั่วไหลจากท่อส่งพลังงานใต้ดิน คืออากาศบริสุทธิ์ที่สุดเท่าที่ย่านสลัมไซเบอร์ ‘นีโอ-การ์เบจ’ จะสามารถมอบให้มนุษย์สักคนได้หายใจเข้าปอด เอเลียสกดปลายนิ้วลงบนรอยต่อของหน้ากากกรองอากาศพลาสติกราคาถูก แรงดันอากาศภายในเครื่องส่งเสียงฮัมเบาๆ กลบเสียงฝีเท้าของฝูงชนที่กำลังเดินสวนกันไปมาบนสะพานลอยเหล็กขึ้นสนิม ด้านล่างลงไปคือมหานครชั้นในที่ส่องแสงนีออนเจิดจ้า แต่ ณ จุดที่เขายืนอยู่ ณ เบื้องล่างของเงาตึกระฟ้า คือซากปรักหักพังของเทคโนโลยีตกรุ่น สายเคเบิลนับล้านเส้นพัน R ยุ่งเหยิงราศรังนกเหล็ก และเสียงเพลงอิเล็กทรอนิกส์ดังก้องกระแทกโสตประสาทจากบาร์ใต้ดินที่ไร้การควบคุม "ถ้าคุณยังเดินด้วยจังหวะเดิมแบบนั้น ไม่ถึงสิบนาทีหรอกครับ... หน่วยสอดแนมของกองกำลังรักษาความปลอดภัยเขตสามจะพบรอยเท้าความหนาแน่นของซิลิคอนในรองเท้าบู๊ตของคุณ" เสียงทุ้มต่ำกระซิบผ่านระบบสื่อสารระยะสั้นเข้ารูหูซ้ายของเอเลียส รินะปรากฏตัวขึ้นจากเงาของเสาโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก เธอสวมเสื้อแจ็คเก็ตกันหนาวมีฮู้ดสีดำสนิทเพื่ออำพรางตัว แต่ดวงตาคมก్రిบภายใต้ปีกหมวกยังคงฉายแววระแวดระวังและเฉียบคมเช่นเคย เธอยื่นหลอดบรรจุสารกระตุ้นระบบประสาทราคาถูกให้เขา โดยที่สายตาไม่ได้ละไปจากตรอกมืดเบื้องหน้า "ผมไม่ได้เดินช้า รินะ ผมแค่กำลังคำนวณอัตราการเสื่อมสภาพของโครงสร้างสะพานนี้ต่างหาก" เอเลียสตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความตระหนก แม้ว่าสถานะปัจจุบันของพวกเขาจะเป็นผู้ต้องหาหลบหนีคดีอาชญากรรมทางสมองระดับ A-1 ก็ตาม "อีกอย่าง... รองเท้าคู่นี้ไม่ได้ฝังชิปติดตามตัว มันแค่ส่งสัญญาณหลอกล่อความถี่ต่ำที่คุณก็รู้ดีว่าพวกมันขี้เกียจพอที่จะไม่ตรวจสอบ" รินะแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเจือด้วยความเหนื่อยล้า เธอเหลือบมองวิศวกรหนุ่มข้างกาย ชายผู้ซึ่งความทรงจำหายไปครึ่งหนึ่ง แต่กลับมีความสามารถในการอ่านกระบวนการคิดของระบบโครงข่ายมหานครราวกับมันเป็นลายมือของตัวเอง "ความเยือกเย็นของคุณบางครั้งมันก็ดูน่ารังเกียจนะครับ เอเลียส" รินะกระซิบพลันดึงแขนเขาให้หลบเข้าไปในซอกตึกแคบๆ ระหว่างร้านซ่อมแซมชิ้นส่วนไซเบอร์มือสองกับอพาร์ตเมนต์รังหนูที่ส่งกลิ่นเน่าเหม็นของอาหารสังเคราะห์ "เราเหลือเวลาอีกแค่สี่สิบนาที ก่อนที่ระบบตรวจจับความร้อนอัตโนมัติจะรีเซ็ตวงรอบการกวาดล้าง... คุณแน่ใจเหรอว่าหลักฐานชิ้นนั้นจะอยู่ที่นี่?" เอเลียสไม่ตอบในทันที เขายกมือขึ้นสัมผัสขมับด้านขวา จุดที่เคยถูกผ่าตัดฝังอินเทอร์เฟซเถื่อน ความเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาในสมองราวกับมีเข็มเงินนับพันเล่มกำลังทิ่มแทง แต่นั่นคือราคาที่ต้องจ่ายเพื่อดึงข้อมูลชิ้นสำคัญที่ถูกเข้ารหัสไว้ลึกที่สุด "ความทรงจำของผมอาจจะขาดหายไป... แต่สัญชาตญาณทางวิศวกรรมของผมไม่เคยโกหก" เอเลียสปรายตามองหญิงสาว "ห้องใต้ดินของตึกแถวหมายเลข 84 คือจุดศูนย์กลางที่ระบบสั่งการโครงข่ายประสาทเทียมรุ่นแรกถูกทดลองเป็นครั้งแรก และถ้าผมจำไม่ผิด... คนที่เซ็นอนุมัติโครงการ 'พอม페อี' ในอดีต ก็คือผู้บังคับบัญชาโดยตรงของคุณเอง รินะ" บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่งลงชั่วขณะ เสียงเพลงอิเล็กทรอนิกส์จากบาร์ไกลๆ กลายเป็นเสียงอื้ออึงในฟิล์มภาพยนตร์ ดูกระชั้นชิดและบีบคั้น รินะชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาของเธอเบิกกว้างขึ้นเสี้ยววินาที—ปฏิกิริยาทางจิตวิทยาที่แม่นยำกว่าเครื่องตรวจจับโกหกใดๆ ในโลก "คุณพูดถึงใคร..." น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบ มือเรียวบางเลื่อนไปกุมด้ามปืนพกพลังงานแม่เหล็กใต้เสื้อแจ็คเก็ต "คุณรู้ดีว่าผมหมายถึงใคร" เอเลียสขยับเข้าไปใกล้ขึ้น กลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมกับกลิ่นฝนและเหล็กไหลลอยแตะจมูก ระยะห่างระหว่างพวกเขาน้อยลงจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจ "เราต่างก็เป็นเหยื่อของระบบที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อลบตัวตน... ต่างกันแค่ คุณเลือกที่จะก้มหน้าทำตามคำสั่งในเครื่องแบบ ส่วนผมเลือกที่จะรื้อถอนมันออกทีละชิ้น" "อย่ามาทำเป็นพูดหลักการกับฉันนะ เอเลียส!" รินะกระซิบเสียงลอดไรฟัน ดวงตาของเธอดุดันแต่สั่นไหวด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย ทั้งโกรธแค้น หวาดระแวง และ... ความปรารถนาลึกๆ ที่อยากจะค้นหาความจริงที่ถูกฝังกลบ "คุณรู้ไหมว่าฉันสูญเสียอะไรไปบ้างเพราะคดีนี้? คนรักของฉัน... เขาไม่ได้ฆ่าตัวตาย! เขากำลังจะเปิดโปงเรื่องนี้เหมือนที่คุณกำลังทำอยู่!" เอเลียสจ้องมองเข้าไปในดวงตาสีเข้มคู่นั้น ในเสี้ยววินาทีนั้น กำแพงความเยือกเย็นและเหตุผลของวิศวกรหนุ่มสั่นคลอน เขาสัมผัสได้ถึงแรงดึงดูดทางจิตวิญญาณที่แปลกประหลาด—ความเจ็บปวดที่คล้ายคลึงกัน ความโดดเดี่ยวที่กัดกินจิตใจ และอุดมการณ์ที่ต่างขั้วแต่กลับพุ่งชนเข้าหาจุดศูนย์กลางเดียวกัน "ถ้าอย่างนั้น..." เอเลียสเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลขึ้นอย่างประหลาด ปราศจากความเย้ยหยัน "เราก็มีเหตุผลมากพอที่จะเดินลงไปในนรกด้วยกันแล้วล่ะครับ รินะ" เขากดรหัสผ่านแผงควบคุมประตูนิรภัยเก่าคร่ำคร่าที่ซ่อนอยู่หลังกองขยะอิเล็กทรอนิกส์ เสียงกลไกไฮดรอลิกส่งเสียงคำรามต่ำๆ ก่อนที่ประตูเหล็กหนาจะค่อยๆ เลื่อนเปิดออก เผยให้เห็นบันไดวนมืดมิดที่ทอดยาวลงสู่เบื้องล่าง ราวกับปากเหวที่ไร้ก้นบึ้งของอดีต ทั้งสองคนก้าวเท้าเข้าไปในความมืด พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนกำลังวิ่งกรูเข้ามาทางปากตรอกด้านบน เสียงตะโกนสั่งการผ่านเครื่องขยายเสียงดังสะท้อนก้องกังวานในความเงียบ—*“พบเป้าหมายแล้ว! ล้อมตรอกไว้ทั้งหมด!”* รินะหันกลับไปมองทางออกเสี้ยววินาที ก่อนจะหันมาสบตาเอเลียส แล้วกระชากสลักนิรภัยปืนในมือออกพร้อมรอยยิ้มหยันที่มุมปาก "ดูเหมือนว่าเราไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องลงไปข้างล่างแล้วล่ะครับ... วิศวกร" รินะพูดซ้ำคำพูดของเขาด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น เอเลียสพยักหน้ารับเล็กน้อย ก่อนที่ทั้งคู่จะพุ่งตัวหายลับลงไปในความมืดของอุโมงค์ใต้ดิน โดยทิ้งเสียงฝีเท้าของไล่ล่าให้ดังไล่หลังมาติดๆ และในขณะที่ประตูเหล็กกำลังเลื่อนปิดลงอัตโนมัติ แสงไฟนีออนกะพริบวูบสุดท้ายจากหน้าจอคอมพิวเตอร์เก่าบนโต๊ะทำงานใกล้ประตู ก็สว่างวาบขึ้นมาเองโดยไม่มีใครกด—ปรากฏข้อความสั้นๆ บนหน้าจอสีเขียวเข้มว่า: *‘ยินดีต้อนรับกลับบ้าน, เอเลียส. การทดลองรอบที่สองกำลังเริ่มต้นขึ้น’* --- ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านม่านหมอกแห่งความทรงจำนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ - ไฮเปอร์ไดรฟ์
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบสั่งตาย: นายวิศวกรกับอดีตที่หายไป นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%