แสงไฟสีฟ้าครามจากหน้าจอโฮโลแกรมสะท้อนลงบนดวงตาที่ฉายแววเหนื่อยล้าของรินะ กลิ่นอายของกาแฟดำที่เย็นชืดจนหมดรสชาติบนโต๊ะทำงาน ไม่อาจดึงสติของเธอให้หลุดพ้นจากแฟ้มคดีอาชญากรรมทางสมองที่กำลังเปิดค้างไว้ได้ เสียงคีย์บอร์ดกระทบกันเป็นจังหวะรัวเร็วในห้องทำงานส่วนตัวของฝ่ายสืบสวนพิเศษ ดังก้องราวกับเสียงนาฬิกาทรายที่กำลังนับถอยหลังชีวิตของเธอทีละน้อย
"คุณรินะครับ... เอกสารอนุมัติงบประมาณสำหรับโครงการสแกนความทรงจำรอบใหม่ ถูกตีกลับมาจากสำนักงานใหญ่แล้วนะครับ"
เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลเอ่ยขึ้นจากชายวัยกลางคนในชุดสูทเนี๊ยบ เขาก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานของเธอ ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มอบอุ่นที่เป็นเอกลักษณ์ รอยยิ้มที่เคยทำให้รินะรู้สึกว่าเธอมีที่พึ่งยามเผชิญกับมรสุมในกรมตำรวจ
รินะเงยหน้าขึ้น ดวงตาคมกริบกวาดมองใบหน้าของหัวหน้างานตรงหน้า เธอรู้จัก "เบนจามิน" ดี หรืออย่างน้อยเธอก็เคยคิดเช่นนั้นตลอดห้าปีที่ผ่านมาภายใต้สังกัดของเขา เบนจามินไม่ใช่แค่หัวหน้า แต่เป็นเสมือน mentor ผู้ชี้นำทางรอดในดงการเมืองสีเทาแห่งนี้
"ตีกลับเหรอครับท่าน? แต่เอกสารชุดนี้ผม... ดิฉันตรวจสอบความเรียบร้อยตามระเบียบทุกประการแล้วนี่คะ... เอ๊ย ตามระเบียบทุกประการแล้วครับ" รินะเกือบเผลอหลุดคำพูดคุ้นชิน เธอกระแอมเบาๆ เพื่อปรับน้ำเสียงให้เป็นทางการและมั่นคง "ไม่มีเหตุผลอะไรที่สำนักงานใหญ่จะปฏิเสธโครงการนี้ เว้นแต่..."
"เว้นแต่จะมีคำสั่งจากเบื้องบนที่เหนือกว่าพวกเรา" เบนจามินพูดแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย เขายกมือขึ้นประสานกันไว้ที่หน้าท้อง ท่าทางผ่อนคลายขัดแย้งกับความตึงเครียดในอากาศอย่างสิ้นเชิง "นั่งลงก่อนสิครับรินะ คุณดูเครียดเกินไปแล้วนะช่วงนี้"
รินะยังคงยืนนิ่ง มือบางกำเข้าหากันแน่นใต้โต๊ะ ความรู้สึกเย็นวาบแล่นพล่านตั้งแต่ปลายนิ้วขึ้นมาถึงหัวใจโดยไร้สาเหตุ สัญชาตญาณของตำรวจสืบสวนบอกเธอว่า มีบางอย่างไม่ชอบมาพากล
"ท่านกำลังจะบอกอะไรดิฉัน... ผมหมายถึง กำลังจะบอกอะไรผมครับ" รินะจ้องลึกลงไปในดวงตาสีเทาของเบนจามิน
"ผมชื่นชมความทุ่มเทของคุณมาตลอดนะรินะ คุณเป็นตำรวจหญิงที่ฉลาดและมีอนาคตไกล..." เบนจามินเดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานมากขึ้น เขาวางมือลงบนแฟ้มข้อมูลที่รินะกำลังศึกษาอยู่ "แต่บางครั้ง... ความฉลาดที่พยายามขุดคุ้ยเรื่องในอดีตมากจนเกินไป มันไม่ได้ช่วยให้ใครปลอดภัยขึ้นมาหรอกครับ โดยเฉพาะเมื่อหลักฐานที่คุณกำลังตามหา มันไม่ได้ชี้ไปยังอาชญากร... แต่มันกำลังชี้กลับมาที่องค์กรของเราเอง"
ประโยคราวดาบคมกริบกรีดผ่านความเงียบในห้องทำงาน รินะชะงัก ลลมหายใจของเธอสะดุดไปชั่วขณะ
"ท่านหมายความว่ายังไงครับ?" รินะถามเสียงแข็ง ดวงตาหรี่ลง "คดีฆาตกรรมเมื่อสามปีก่อน... คดีที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาทของเอเลียส... มันมีความเชื่อมโยงกับหน่วยงานของเราอย่างนั้นเหรอครับ?"
เบนจามินถอนหายใจยาวนานราวกับผู้ใหญ่ที่กำลังเอือมระอากับเด็กดื้อรั้น เขาส่ายหน้าช้าๆ ก่อนจะกดปุ่มโอนย้ายข้อมูลบนสมาร์ตวอทช์ของตนเองไปยังจอโฮโลแกรมกลางห้อง
พริบตา ฐานข้อมูลลับสุดยอดที่รินะพยายามเจาะเข้าระบบมานานนับเดือนก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าต่อตา แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของเธอร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่ม ไม่ใช่เพราะข้อมูลนั้นถูกเปิดเผย... แต่มันคือชื่อผู้มีอำนาจอนุมัติคำสั่งสูงสุดในคดีนั้น
ชื่อของเบนจามินปรากฏหราอยู่บนหัวกระดาษในฐานะ "ผู้สั่งการ" ตัวจริง
"ทำไม..." เสียงของรินะสั่นพร่าโดยไม่ตั้งใจ ความโกรธเกรี้ยวและผิดหวังปะปนกันจนแยกไม่ออก "ท่านเป็นคนเซ็นคำสั่งให้ปิดคดีนั้น... ท่านเป็นคนทำลายหลักฐานทั้งหมด แล้วปล่อยให้เอเลียสต้องแบกรับความผิด ทั้งที่เขาถูกลบความทรงจำไปครึ่งหนึ่ง!"
"เพราะมันคือความจำเป็นเพื่อความมั่นคงของระบบไงครับรินะ" เบนจามินตอบกลับด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นอย่างไร้ความปรานี รอยยิ้มอบอุ่นเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงใบหน้าไร้อารมณ์ของนักบริหารผู้เลือดเย็น "คุณคิดจริงๆ เหรอว่าโลกใบนี้ขับเคลื่อนด้วยความยุติธรรม? โลกนี้ขับเคลื่อนด้วยผลประโยชน์และความอยู่รอดต่างหาก เอเลียสเป็นแค่วิศวกรที่บังเอิญสร้างเครื่องมือที่อันตรายเกินไป... และคุณ ก็กำลังเดินตามรอยความผิดพลาดของเขา"
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งชั้น ระบบรักษาความปลอดภัยของกรมตำรวจถูกล็อกดาวน์อย่างกะทันหัน ประตูห้องทำงานเลื่อนปิดลงอัตโนมัติด้วยระบบล็อกแม่เหล็กแรง
รินะผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ทันที เธอมองหน้าเบนจามินที่ถอยหลังออกไปยืนนอกรัศมีโต๊ะทำงาน รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นบนมุมปากของชายผู้เป็นหัวหน้า
"ท่านกำลังจะทำอะไรครับ?" รินะถาม พร้อมกับเอื้อมมือไปคว้าปืนพกประจำกายที่เหน็บอยู่
"ผมต้องขอโทษด้วยจริงๆ นะครับรินะ" เบนจามินกล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพราวกับกำลังกล่าวลาแขกในงานเลี้ยง "แต่รายงานประจำวันของสำนักงานระบุชัดเจนว่า... ร้อยตำรวจเอกรินะ ได้กระทำการฝ่าฝืนคำสั่งเบื้องงต้น และเสียชีวิตในหน้าที่ระหว่างพยายามเข้าถึงข้อมูลลับของทางราชการเมื่อสักครู่นี้..."
หน้าจอโฮโลแกรมทั่วห้องเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนระบบทำลายตัวเองที่เริ่มนับถอยหลัง
T-minus 03:00... 02:59...
รินะกัดฟันกรอด ความเจ็บปวดจากการถูกหักหลังโดยคนที่เธอเคารพมากที่สุดแปรเปลี่ยนเป็นแรงฮึด เธอพุ่งตัวเข้าใส่กระจกนิรภัยกั้นห้อง แต่แรงดันแม่เหล็กไฟฟ้ากลับผลักเธอกระเด็นถอยหลังอย่างแรงจนล้มลงกับพื้น
เบนจามินมองดูเธอผ่านกระจกใสด้วยสายตาเรียเฉย ก่อนจะหันหลังเดินจากไปปล่อยให้เธอเผชิญหน้ากับความตายในห้องสี่เหลี่ยมนี้ลำพัง
ทว่า ในวินาทีที่ตัวเลขบนหน้าจอนับถอยหลังมาถึง 00:45 และความหวังกำลังจะดับสูญ หน้าจอหลักของห้องทำงานก็กะพริบวูบวาบ รหัสผ่านนิรภัยสิบสองหลักถูกพิมพ์ป้อนเข้ามาจากภายนอกด้วยความเร็วสูงเกินกว่ามนุษย์จะทำได้ และเสียงทุ้มต่ำคุ้นเคยก็ดังขึ้นผ่านระบบสื่อสารฉุกเฉินที่ถูกแฮกเข้ามา
"ถ้าผมไม่เข้ามาช่วยคุณไว้ คุณคงจะกลายเป็นศพที่น่าสงสารที่สุดในกรมตำรวจแน่ๆ นะครับ... คุณรินะ"
สิ้นเสียงนั้น ประตูห้องล็อกดาวน์ก็ดีดเปิดออกพร้อมกับร่างสูงเงาของเอเลียส ที่ก้าวเข้ามาในห้องท่ามกลางควันจางๆ พร้อมกับดวงตาที่ฉายแววเย็นชาและเด็ดเดี่ยวเกินกว่าจะคาดเดา
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านม่านหมอกแห่งความทรงจำนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ - ไฮเปอร์ไดรฟ์
ระบบสั่งตาย: นายวิศวกรกับอดีตที่หายไป•ตอนที่ 23
การทรยศในที่ทำงาน
ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบสั่งตาย: นายวิศวกรกับอดีตที่หายไป นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!