เสียงคลิกเบาๆ ของพลาสติกที่ถูกบีบอัดจนร้าว ดังชัดเจนในความเงียบงัดของห้องปฏิบัติการใต้ดิน เอเลียสไม่ได้ก้มมองมือขวาของตัวเองทันที เขาเลือกที่จะปล่อยให้ปลายปากกาในมือร่วงหล่นกระทบพื้นผิวโต๊ะโลหะ เสียงโลหะกระทบสเตนเลสสะท้อนก้องกังวานในโสตประสาท มันไม่ใช่ความผิดพลาดทางกลไกทั่วไป—แต่มันคือความล้มเหลวระดับโมเลกุลที่กำลังลุกลาม
ปลายนิ้วชี้ข้างขวาของเขากระตุกเกร็งอย่างไร้ทิศทางอยู่สามครั้ง ก่อนจะพับงอเข้าหาฝ่ามือโดยปราศจากคำสั่งจากสมอง
"อาการเริ่มแย่ลงสินะครับ... วิศวกรผู้ควบคุมทุกสิ่ง"
เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงขอบรัศมีแสงไฟนีออนสีขาวโพลน รินะไม่ได้พกพาอาวุธมาด้วยในยามวิกาลเช่นนี้ มีเพียงแฟ้มเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ในมือและแววตาที่คมกริบราวกับใบมีดผ่าตัด เธอมองดูความพยายามของเอเลียสในการใช้มือซ้ายเอื้อมไปหยิบปากกาแท่งนั้นขึ้นมาด้วยความเงียบสงบที่น่ากลัว
เอเลียสเงยหน้าขึ้น ช้ากว่าปกติเล็กน้อย การประมวลผลภาพในสมองส่วนท้ายทอยของเขาดีเลย์ไปเสี้ยววินาที—ความบกพร่องที่เขาพยายามซ่อนไว้จากโลกภายนอกมาตลอดสามสัปดาห์
"คุณควรเคาะประตูก่อนเข้ามาในเขตหวงห้าม รินะ" เอเลียสเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก แม้ว่าเม็ดเหงื่อเย็นเฉียบจะเริ่มผุดพรายขึ้นตามไรผม "หรือว่ากรมตำรวจนครบาล ยกเลิกการอบรมมารยาทพื้นฐานไปหมดแล้วหลังเที่ยงคืน"
"ประตูไม่ได้ล็อคครับ... หรือพูดให้ถูกคือ ระบบความปลอดภัยของคุณกำลังปฏิเสธการจดจำลายนิ้วมือของคุณเองต่างหาก" รินะก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นอายของความกดดันแผ่ซ่านระหว่างคนทั้งสอง "ฉันเห็นข้อมูลการวินิจฉัยจากเซิร์ฟเวอร์สำรอง มอเตอร์ชีวภาพในแขนขวาของคุณกำลังปฏิเสธสัญญาณไฟฟ้าจากก้านสมอง มันคืออาการ ‘ปฏิเสธตัวเอง’ ขั้นรุนแรง... ผลพวงจากการยัดเยียดความทรงจำปลอมเข้าไปในระบบประสาทเมื่อปีก่อนใช่ไหมล่ะครับ"
เอเลียสแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน เขาค่อยๆ ใช้มือซ้ายพยุงข้อมือขวาที่ไร้การตอบสนองให้นิ่งสนิท
"คุณนี่ช่างขยันขันแข็งเสียจริงกับการขุดคุ้ยซากศพทางความคิดของคนอื่น... รินะ คุณคิดว่าการที่ระบบประสาทของฉันกำลังพังทลาย มันจะช่วยให้คดีฆาตกรรมที่คุณกำลังติดพันคลี่คลายลงได้งั้นหรือ"
"มันอาจจะไม่ได้ช่วยให้คดีจบเร็วขึ้น..." รินะหยุดยืนห่างจากโต๊ะทำงานของเขาเพียงก้าวเดียว เธอโน้มตัวลงเล็กน้อย ดวงตาสจน์จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา ค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากความเยือกเย็น "แต่มันพิสูจน์ว่า คุณไม่ใช่พระเจ้าผู้สร้างระบบสั่งตายอย่างที่คุณอยากให้ฉันเชื่อ... เอเลียส คุณเป็นแค่เหยื่อรายแรกที่ระบบนี้กำลังจะกลืนกินต่างหาก"
บรรยากาศในห้องราวกับถูกสูบออกจนเบาหวง ความเงียบเข้าปกคลุมจนได้ยินเสียงกระแสไฟฟ้าวิ่งผ่านหลอดไฟนีออนเหนือศีรษะ เอเลียสไม่หลบสายตา เธอฉลาดเกินไป... ฉลาดจนบางครั้งเขานึกเสียดายที่เธอดันเลือกเดินมาอยู่ฝั่งตรงข้ามของกฎหมาย
"คุณประเมินความหมายของการ ‘มีชีวิตอยู่’ ต่ำเกินไป รินะ" เอเลียสพูดเบาๆ แต่ทุกคำหนักแน่นราวกับตอกหมุดลงบนแผ่นไม้ "มนุษย์เราไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยความสมบูรณ์แบบของกลไก แต่เราขับเคลื่อนด้วยความบกพร่องที่พยายามจะแก้ไขต่างหาก... มือข้างนี้จะใช้การไม่ได้ หรือความทรงจำครึ่งหนึ่งจะหายไป มันก็ไม่ได้เปลี่ยนความจริงที่ว่า คุณกำลังยืนอยู่ต่อหน้าคนที่ถือรหัสผ่านทั้งหมดที่คุณตามหา"
รินะหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากของเธอ
"รหัสผ่านงั้นเหรอครับ? น่าเสียดายนะ... ที่สิ่งที่คุณคิดว่าเป็นกุญแจดอกสำคัญ ตอนนี้มันกลายเป็นชนวนระเบิดไปเสียแล้ว" เธอยื่นแฟ้มในมือลงบนโต๊ะ หน้าจอโฮโลแกรมถูกเปิดขึ้นโดยอัตโนมัติ เผยให้เห็นภาพร่างโครงสร้างเน็ตเวิร์กของระบบที่คุ้นเคย แต่มีบางจุดที่ถูกแก้ไขด้วยลายมืออันเป็นเอกลักษณ์—ลายมือของคนที่ควรจะตายไปแล้วเมื่อห้าปีก่อน
เอเลียสชะงัก ร่างกายที่เคยควบคุมได้ยากอยู่แล้ว ยิ่งแข็งค้างหนักกว่าเดิมเมื่อเห็นชุดตัวเลขโค้ดลับที่ปรากฏอยู่บนจอ
"คุณไปเอาผังนี้มาจากไหน..." เสียงของเอเลียสเปลี่ยนไปเล็กน้อย ความเยือกเย็นเมื่อครู่เริ่มมีรอยร้าว
"จากห้องทำงานของสารวัตรคVนที่เพิ่งถูกยิงเสียชีวิตเมื่อชั่วโมงก่อน... และเขาทิ้งข้อความสุดท้ายไว้ก่อนตาย" รินะก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว พร้อมกับดึงอุปกรณ์สื่อสารขนาดเล็กออกมาจากกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ต "เขากล่าวถึงชื่อของคุณ... และบอกว่า ‘การนับถอยหลังรอบใหม่ ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว’"
ทันใดนั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานก็สาดส่องไปทั่วทั้งห้องปฏิบัติการใต้ดิน หน้าจอทุกจอทั่วผนังพร้อมใจกันเปลี่ยนเป็นข้อความรหัสข้อผิดพลาดเดียวกัน: **[SYSTEM OVERRIDE: USER ELIAS IS NO LONGER AUTHORIZED]**
ประตูกลางของห้องปฏิบัติการกระแทกปิดลงอย่างรุนแรงด้วยระบบล็อกนิรภัยฉุกเฉิน เสียงกลไกโลหะนับสิบตัวทำงานประสานกันเพื่อปิดผนึกกักขังพวกเขาไว้ภายใน รินะหันขวับไปมองประตู ก่อนจะหันกลับมามองหน้าเอเลียสที่ตอนนี้สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด
"ดูเหมือนว่า... มีคนอื่นกำลังสั่งการระบบแทนที่คุณแล้วล่ะครับ, วิศวกร" รินะพูดเสียงเรียบพร้อมกับชักปืนพกออกจากซองข้างเอวอย่างรวดเร็ว
และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงสังเคราะห์จากระบบเสียงตามสายของอาคารก็ดังขึ้น ทุ้มต่ำ กังวาน และเต็มไปด้วยความคุ้นเคยที่ทำให้เลือดในกายของเอเลียสเย็นเฉียบลงฉับพลัน
*“ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ... เอเลียส ลูกชายของฉัน”*
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านม่านหมอกแห่งความทรงจำนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ - ไฮเปอร์ไดรฟ์
ระบบสั่งตาย: นายวิศวกรกับอดีตที่หายไป•ตอนที่ 9
ขีดจำกัดของระบบ
ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบสั่งตาย: นายวิศวกรกับอดีตที่หายไป นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!