ระบบสั่งตาย: นายวิศวกรกับอดีตที่หายไป•ตอนที่ 35

จูบในความมืด

ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
กลิ่นอับชื้นของสารเคมีผสมกับสนิมเหล็กในห้องใต้ดินเขตอุตสาหกรรมเก่า คือออกซิเจนชนิดเดียวที่เรามีสิทธิ์หายใจในเวลานี้ หน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าอมเขียวสาดแสงกระทบใบหน้าด้านข้างของรินะ ขับเน้นสันจอกคมและคราบเขม่าดินปืนที่เปื้อนอยู่ข้างแก้มของเธอให้ดูราวกับรูปสลักหินอ่อนจากยุคเรเนซองส์ที่ถูกทิ้งร้างไว้กลางสนามรบ "ถ้าแผนการของนายพลาด ข้อมูลศูนย์กลางควอนตัมจะถูกรีเซ็ต และสมองส่วนฮิปโปแคมปัสของเราทั้งคู่จะกลายเป็นขี้เถ้าดิจิทัลภายในสามวินาที" รินะเอ่ยขึ้น เสียงของเธอนิ่งสนิท ทว่าแฝงแรงสั่นสะเทือนบางเบาที่ปลายนิ้วซึ่งกำลังบรรจุลูกกระสุนพลังงานลงในแมกกาซีน "นั่นหมายความว่าคุณมีเวลาคิดทบทวนอีกครั้งว่าจะเดินออกไปจากประตูบานนั้น... ก่อนที่ระบบจะล็อกอัตโนมัติ" ผมตอบกลับโดยไม่ละสายตาจากการป้อนโค้ดคำสั่งชุดสุดท้ายเข้าสู่พอร์ตเชื่อมต่อที่ท้ายทอย นิ้วมือของผมสั่นเล็กน้อยจากอาการข้างเคียงของการโอเวอร์คล็อกสมอง แต่มันถูกควบคุมไว้ด้วยความเยือกเย็นที่ฝึกฝนมาทั้งชีวิต เราต่างรู้ดีว่านี่คือภารกิจขาเดียว ไม่มีตั๋วขากลับ ไม่มีปาฏิหาริย์จากหน่วยสนับสนุน และไม่มีแม้แต่สิทธิ์ที่จะเลือกวิธีตาย รินะแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเย้ยหยันต่อโชคชะตา เธอก้าวเข้ามาประชิดจนกลิ่นกายเฉพาะตัว—กลิ่นฝนจางๆ ผสมกับกลิ่นโลหะเย็นเฉียบ—แทรกซึมเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของผม ดวงตาคู่คมกริบที่ผ่านการมองความตายมานับครั้งไม่ถ้วนจ้องลึกลงมาในดวงตาของผม ราวกับกำลังพยายามค้นหาความจริงที่ถูกฝังกลบไว้ในเศษเสี้ยวความทรงจำที่หายไปครึ่งหนึ่ง "ถอยหลังไปรินะ ระยะนี้มันอันตรายเกินไปสำหรับการปรับเทียบสนามแม่เหล็ก" ผมเตือนด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย พยายามสร้างกำแพงเหตุผลขึ้นมาคั่นกลางระหว่างเรา "นายกลัวอะไร เอเลียส?" เธอเอียงคอมองเล็กน้อย ริมฝีปากหยักลึกแย้มยิ้มเย้าหยอกที่ขัดแย้งกับสถานการณ์เบื้องหน้าอย่างสิ้นเชิง "กลัวว่าอัลกอริทึมในหัวนายจะประมวลผลความรู้สึกที่อยู่นอกเหนือตรรกะไม่ได้... หรือกลัวว่านายจะจำได้ว่าฉันคือใครกันแน่?" คำถามนั้นทิ่มแทงเข้ามาในจุดเปราะบางที่สุดของระบบประสาท บทสนทนาเชิงสัญลักษณ์นี้ไม่ใช่การต่อรอง แต่เป็นการดึงยื้อทางจิตวิญญาณระหว่างคนสองคนที่ยืนอยู่บนปากเหวแห่งความตาย เราต่างเป็นเหยื่อและผู้ล่าในเกมที่ถูกเซ็ตอัพขึ้นโดยองค์กรเงา แต่ในวินาทีนี้ ภายใต้แสงไฟกะพริบสีแดงฉานของสัญญาณเตือนภัยถอยหลัง แรงดึงดูดระหว่างอุดมการณ์ที่ขัดแย้งกลับรุนแรงเสียจนอากาศรอบตัวแทบหลอมละลาย ผมหันกลับไปเผชิญหน้ากับเธออย่างเต็มตัว ระยะห่างระหว่างเราเหลือเพียงลมหายใจกั้น ร่างกายของเธอแข็งแกร่งและเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อจากการฝึกฝนแบบเจ้าหน้าที่พิเศษ แต่ความอ่อนล้าที่ซ่อนอยู่หลังแววตานั้นกลับสะท้อนความโดดเดี่ยวแบบเดียวกันกับผม "คุณก็รู้ว่าเราไม่ได้มีเวลามากขนาดนั้น..." ผมพยายามจะพูดต่อ แต่คำพูดทั้งหมดถูกกลืนหายไป รินะไม่ปล่อยให้ผมได้ใช้เหตุผลมาปิดกั้นความจริง เธอยื่นมือข้างหนึ่งขึ้นมาแตะที่สันปกเสื้อของผม นิ้วเรียวยาวของเธอกดน้ำหนักลงเบาๆ บังคับให้ผมต้องเงยหน้าขึ้นรับสัมผัสที่ร้อนรุ่ม ท่ามกลางความมืดมิดและเสียงคำรามต่ำๆ ของเซิร์ฟเวอร์ที่กำลังจะระเบิด เธอกระซิบชิดริมฝีปากของผม "ถ้าเราต้องตายในอีกสิบนาทีข้างหน้า... ฉันขอเลือกตายด้วยสิ่งที่อยู่นอกเหนือสมการของนายก็แล้วกัน" วินาทีนั้น โลกทั้งใบหยุดหมุน ตรรกะ กฎเกณฑ์ และระบบสั่งตายที่คอยควบคุมวิถีชีวิตของผมมาตลอดหลายปีพังทลายลงในชั่วพริบตา รินะดึงรั้งตัวผมเข้าไปหา รสสัมผัสที่แนบชิดนั้นไม่ได้นุ่มนวล หากแต่ดุดัน ร้อนแรง และเต็มไปด้วยความโหยหาที่ถูกเก็บกดไว้ใต้หน้ากากของหน้าที่และความแค้น มันคือการจูบที่เดิมพันด้วยลมหายใจเฮือกสุดท้าย เป็นการประกาศสงครามครั้งสุดท้ายกับโชคชะตาที่บิดเบี้ยว มือของผมที่เคยควบคุมแต่โค้ดคอมพิวเตอร์และเครื่องจักรกล เปลี่ยนเป็นโอบกระชับเอวบางของเธอไว้แน่น ราวกับต้องการหลอมรวมเศษเสี้ยววิญญาณที่แตกสลายเข้าด้วยกัน ความรู้สึกที่ห้ามไม่อยู่พรั่งพรูออกมาอย่างไร้การควบคุม ท่ามกลางภารกิจตายที่รออยู่เบื้องหน้า ทันใดนั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานก็เปลี่ยนเป็นสีเหลืองกระพริบถี่ ร่างของผมสะดุ้งเฮือกเล็กน้อยเมื่อสัญชาตญาณมืออาชีพดึงสติกลับคืนมา หน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้าไม่ได้แสดงผลการรีเซ็ตอย่างที่ควรจะเป็น แต่มันกลับรันโปรแกรมแปลกปลอมขึ้นมาเองอัตโนมัติ ไฟล์ข้อมูลขนาดมหึมาถูกดาวน์โหลดเข้าสู่สมองส่วนกลางของผมโดยไม่ได้รับอนุญาต ชื่อไฟล์ปรากฏเด่นหร่าด้วยตัวอักษรสีเขียวเรืองแสง: *‘โครงการโพรมีธีอุส: ต้นกำเนิดความทรงจำของรินะและเอเลียส’* รินะผละออกจากริมฝีปากของผมช้าๆ ดวงตาของเธอบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเมื่อเหลือบไปเห็นชุดคำสั่งที่กำลังรันบนหน้าจอหลัก ไม่ใช่แค่เราสองคนที่ถูกหลอก แต่ทุกสิ่งที่เราเชื่อมั่นตลอดมาคือคำโกหก เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสเภียรกำลังวิ่งกรูเข้ามาตามทางเดินเหล็กด้านนอก ประตูห้องนิรภัยที่ควรจะล็อกสนิทกลับค่อยๆ เลื่อนเปิดออกเองทีละน้อย พร้อมกับเงาร่างของบุคคลที่สามที่ก้าวพ้นความมืดเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยือกเย็น ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันความมืดมิดนี้เคียงข้างกันมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบสั่งตาย: นายวิศวกรกับอดีตที่หายไป นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%