กลิ่นของสนิมเหล็กและน้ำมันหล่อลื่นสังเคราะห์ผสมปนเปกับไอความร้อนจากเครื่องคอมพิวเตอร์เมนเฟรมรุ่นโบราณ แสงไฟนีออนสีเขียวหม่นจากหน้าจอเทอร์มินัลกระพริบสะท้อนบนกรอบแว่นโลหะของเอเลียส วิศวกรหนุ่มยืนนิ่งรากับรูปปั้นหินท่ามกลางซากปรักหักพังของโกดังเก็บข้อมูลใต้ดิน เขากำลังมองชายวัยกลางคนสวมเสื้อแจ็กเก็ตหนังเก่าคร่ำคร่า ซึ่งกำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้สำนักงานบุหนังขาดวิ่น มือข้างหนึ่งคีบบุหรี่มวนหนาที่ใกล้จะหมดก้น
"คุณมาเร็วกว่าที่ฉันคิดนะ เอเลียส... หรือว่าความทรงจำที่หายไปครึ่งหนึ่ง มันทำให้คุณกลายเป็นคนนอนไม่หลับไปเสียแล้วล่ะครับ"
เสียงแหบพร่าของ 'มาร์คัส' เจ้าพ่อตลาดมืดแห่งเครือข่ายข้อมูลประสาทดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน มาร์คัสไม่ได้หันมามองผู้มาเยือนทันที เขายังคงจ้องมองกราฟฟังก์ชันการทำงานของสมองที่กำลังวิ่งพล่านบนหน้าจอโมเดลเก่า
เอเลียสขยับตัวเล็กน้อย เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นคอนกรีตดังสะท้อนก้อง เขาไม่ได้แสดงอาการหวาดหวั่นต่อบรรยากาศกดดันรอบตัว ในฐานะวิศวกรระบบประสาทที่เคยควบคุมโครงข่ายข้อมูลระดับประเทศ เขารู้ดีว่าสถานที่แห่งนี้คือจุดอับสัญญาณที่ปลอดภัยที่สุดและอันตรายที่สุดในเวลาเดียวกัน
"ผมไม่ได้มาเพื่อสนทนาเรื่องสุขภาพจิต มาร์คัส" เอเลียสกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบสนทนาแต่เย็นเยียบ "ไฟล์ข้อมูลระดับบีตาที่เชื่อมโยงกับโปรเจกต์ 'ซิลิโก' อยู่ที่ไหน ราคาเท่าไหร่ที่คุณต้องการเพื่อแลกกับมัน"
มาร์คัสหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแห้งแล้งราวกับกระดาษทรายถูกเสียดสี เขาพ่นควันสีเทาพวยพุ่งขึ้นเพดาน ก่อนจะหันกลับมาสบตาเอเลียส ดวงตาของเจ้าพ่อข้อมูลคู่นั้นเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์และร่องรอยของประสบการณ์อันโชกโชน
"คุณยังคงใจร้อนและยึดติดกับเหตุผลเหมือนเดิม... ช่างเป็นความน่าสมเพชที่น่าอิจฉาเสียจริงนะ" มาร์คัสวางบุหรี่ลงบนที่เขี่ยบุหรี่เหล็กขึ้นสนิม แล้วโน้มตัวไปข้างหน้า ข้อศอกทั้งสองข้างวางบนโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยชิปความจำกระจัดกระจาย "คุณคิดจริงๆ หรือว่าข้อมูลระดับนั้นมันซื้อขายกันด้วยเงินตราสกุลดิจิทัล หรือเศษโลหะมีค่าเหมือนสินค้าตลาดมืดทั่วไป"
เอเลียสขมวดคิ้วเล็กน้อย กล้ามเนื้อบริเวณกรามเกร็งแน่นขึ้น แต่สีหน้ายังคงควบคุมไว้อย่างดีเยี่ยม "ถ้าไม่ใช่เงิน แล้วคุณต้องการอะไรจากผม"
"ความทรงจำของคุณไงล่ะ เอเลียส" มาร์คัสแย้มยิ้มเหี้ยมเกรียม "ช่วงเวลาสามปีที่คุณจำไม่ได้... ช่วงเวลาก่อนที่ระบบสั่งตายจะถูกฝังลงในก้านสมองของคุณ ฉันรู้ว่าคุณเก็บกุญแจสำคัญไว้ที่ไหนสักแห่งในส่วนลึกของจิตใจที่ถูกบล็อกเอาไว้ แลกเปลี่ยนกันสิ... ไฟล์ซิลิโก เพื่อแลกกับรหัสผ่านปลดล็อกความทรงจำสามปีนั้นของคุณเอง"
ข้อเสนอของมาร์คัสราวกับคมมีดที่กรีดลงกลางความเงียบ เอเลียสชะงักไปชั่วขณะ จิตใต้สำนักของเขาสั่นไหว ภาพเงาสลัวของอดีตที่เขาพยายามหลบหนีผุดวาบขึ้นมาในห้วงความคิด ความลับที่เขาซ่อนไว้จากรินะ จากระบบ และจากตัวเขาเอง กำลังถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นเดิมพันบนโต๊ะเจรจา
ในขณะเดียวกัน ที่เบื้องบนเหนือพื้นดินขึ้นไปไม่ไกลนัก รินะกำลังยืนพิงตัวกับข้างรถสายตรวจ ร่างเพรียวในชุดเครื่องแบบกระชับสัดส่วนและเสื้อโค้ทกันหนาวสีเข้ม ดวงตาคู่คมกวาดมองไปรอบตรอกมืดสนิท เธอแตะปลายนิ้วลงบนหูฟังบลูทูธเพื่อรับสัญญาณจากทีมสนับสนุน
"รินะรายงาน... เป้าหมายเคลื่อนตัวเข้าสู่เขตปลอดภัยระดับศูนย์แล้ว ฉันจะรออีกสิบนาที ถ้าไม่มีสัญญาณตอบรับจากข้างใน ฉันจะนำกำลังบุกเข้าไปทันที" เธอกระซิบด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาด แม้ภายนอกเธอจะดูเยือกเย็น แต่หัวใจกลับเต้นระส่ำด้วยความกังวลที่เธอไม่ยอมรับกับใคร การเผชิญหน้าระหว่างเอเลียสและมาร์คัสในคืนนี้ อาจเป็นจุดจบของความจริงทั้งหมด หรือจุดเริ่มต้นของหายนะที่ไม่มีวันหวนกลับ
กลับมาภายในห้องใต้ดินอันอับชื้น เอเลียสจ้องมองมาร์คัสด้วยสายตาที่ลุ่มลึกและคาดเดาไม่ได้
"คุณกำลังเล่นกับไฟ มาร์คัส... ข้อมูลสามปีนั้นไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัว แต่มันคือรหัสทำลายล้างที่สามารถล้างบางระบบประสาทของคนครึ่งเมืองได้ ถ้าผมเปิดมันออก คุณก็รู้ว่าคนที่ตายเป็นคนแรกจะไม่ใช่ผม" เอเลียสพูดพร้อมกับก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานอีกหนึ่งก้าว ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนเหลือเพียงความตึงเครียดที่แทบจะระเบิดออกมาได้ทุกเมื่อ
มาร์คัสหัวเราะลั่นอย่างไม่เกรงกลัว "ฉันคือนักค้าข้อมูล เอเลียส ความเสี่ยงคือลมหายใจเข้าออกของฉัน... ว่าอย่างไรล่ะ คุณจะยอมเสี่ยงความจำเสื่อมไปตลอดชีวิต เพื่อปกป้องโลกที่ไม่มีใครจดจำคุณได้ด้วยซ้ำอย่างนั้นหรือ"
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง มีเพียงเสียงฮัมเบาๆ ของเครื่องจักรเมนเฟรมที่ยังคงทำงานอย่างต่อเนื่อง เอเลียสหลับตาลงชั่วพริบตา ชั่งน้ำหนักระหว่างอุดมการณ์ที่เขายึดมั่นกับความอยากรู้อยากเห็นที่กัดกินจิตวิญญาณ
เขายกมือขึ้นแตะขมับด้านซ้าย บริเวณที่ชิปควบคุมความจำฝังอยู่ ลมหายใจถูกผ่อนออกมาอย่างเชื่องช้า
"ตกลง... ผมจะให้รหัสส่วนแรกแก่คุณ" เอเลียสลืมตาขึ้น แววตาฉายประกายเด็ดเดี่ยวที่อ่านไม่ออก "แต่คุณต้องส่งไฟล์ซิลิโกให้ผมทันทีหลังจากนั้น ห้ามตุกติก ไม่อย่างนั้นเราคงได้เห็นดีกัน"
มาร์คัสยิ้มกริ่ม ยื่นมือข้ามโต๊ะมาเพื่อเป็นการทำข้อตกลง "ตกลง... วิน-วิน สำหรับคนฉลาดอย่างเรา"
ทว่า ก่อนที่ปลายนิ้วของทั้งสองคนจะสัมผัสกัน เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวก็ดังขึ้นจากทางเข้าด้านนอก แรงสั่นสะเทือนทำให้ฝุ่นละอองจากเพดานร่วงกราวลงมาทับถมบนไหล่ของพวกเขา ไฟนีออนสีเขียวหม่นกะพริบถี่รัวก่อนจะดับวูบลง เหลือเพียงแสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉานที่สาดส่องไปทั่วห้อง
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคู่ พร้อมกับเสียงคอมแบทบูทกระทบพื้นคอนกรีตดังใกล้เข้ามาด้วยความเร็วสูง ประตูเหล็กนิกรของโกดังถูกพังทลายลงด้วยแรงอัดของระเบิดพลาสม่า ควันหนาทึบพวยพุ่งเข้ามาปกคลุมพื้นที่
มาร์คัสหน้าถอดสี ชักปืนพกออกจากซองข้างเอวอย่างรวดเร็ว แต่ยังไม่ทันได้เล็งเป้าหมาย ร่างเพรียวในชุดเครื่องแบบของเจ้าหน้าที่พิเศษก็พุ่งทะลุกองควันเข้ามา พร้อมกับปืนเลเซอร์ที่เล็งตรงมาที่ศีรษะของเขาอย่างแม่นยำ
"กรมสืบสวนคดีพิเศษ! ทุกคนอยู่กับที่!" เสียงตะโกนก้องกังวานของรินะดังตัดผ่านความโกลาหล ดวงตาคู่คมกวาดมองสถานการณ์ตรงหน้าอย่างรวดเร็ว ก่อนที่สายตาของเธอจะหยุดนิ่งอยู่ที่เอเลียส ซึ่งยืนอยู่ห่างจากมาร์คัสเพียงไม่กี่คืบ
เอเลียสค่อยๆ ลดมือลงจากขมับ หันไปสบตากับรินะผ่านแสงไฟสีแดงฉานที่กะพริบไหว รอยยิ้มจางๆ และเย็นชาปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา ขณะที่รินะตระหนักได้ทันทีว่า... ข้อตกลงลับในห้องนี้ ได้นำพาทັງคู่ก้าวเข้าสู่กับดักที่อันตรายยิ่งกว่าเดิมเสียแล้ว
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านม่านหมอกแห่งความทรงจำนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ - ไฮเปอร์ไดรฟ์
ระบบสั่งตาย: นายวิศวกรกับอดีตที่หายไป•ตอนที่ 20
ข้อตกลงลับ
ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบสั่งตาย: นายวิศวกรกับอดีตที่หายไป นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!