กลิ่นควันโอโซนจากการเผาไหม้ของเซอร์กิตแรงดันสูงยังคงอบอวลอยู่ในโพรงจมูก ผสมปนเปกับกลิ่นอับชื้นของน้ำครอด้านล่างท่อระบายน้ำเขตตะวันตก เสียงไซเรนเตือนภัยระดับสีแดงจากโดรนลาดตระเวนของกองกำลังความมั่นคงก้องสะท้อนไปตามผนังคอนกรีตเสริมเหล็ก สร้างจังหวะการเต้นของหัวใจที่บีบเค้นจนแทบหยุดหายใจ
เอเลียสกดร่างแนบชิดกับผนังเปียกชื้น มือขวาที่สวมถุงมือคาร์บอนไฟเบอร์กำด้ามปืนพกพลังงานต่ำแน่นจนข้อนิ้วเปลี่ยนเป็นสีขาว ดวงตาคู่คมกวาดมองไปเบื้องหน้าผ่านความมืดสลัวที่ถูกแต่งแต้มด้วยแสงไฟนีออนสีชมพูอมม่วงจากป้ายโฆษณาโฮโลแกรมที่รั่วไหลลงมาตามรอยแยกของตะแกรงระบายน้ำ
เบื้องหลังพวกเขา ระยะห่างเพียงไม่ถึงสามร้อยเมตร เสียงรองเท้าคอมแบทกระทบพื้นเหล็กดังเป็นจังหวะหนักแน่นและไร้ความปรานี หน่วยจู่โจมพิเศษ ‘ไซเบอร์เนติก ฟอร์ซ’ กำลังปิดล้อมวงเวียนท่อระบายน้ำทุกด้านอย่างเป็นระบบ พวกเขาไม่ใช่ตำรวจลาดตระเวนทั่วไป แต่เป็นเครื่องจักรสังหารที่ถูกลบความเป็นมนุษย์ออกไปครึ่งหนึ่งผ่านระบบเชื่อมต่อประสาทส่วนกลาง
“ถ้าคุณยังหายใจแรงขนาดนั้น เราคงไม่ต้องรอให้พวกมันหาเจอหรอกครับ เอเลียส... กระสุนนัดเดียวที่เจาะทะลุกะโหลกจากแรงอัดอากาศคงจบเรื่องเร็วกว่า”
เสียงกระซิบราบเรียบแต่เยือกเย็นดังมาจากความมืดด้านข้าง รินะ เจ้าหน้าที่สืบสวนพิเศษผู้กุมหมายจับของเขาไว้ในมือ ขยับตัวเข้ามาหลบหลังเสาคอนกรีตเดียวกัน เสื้อแจ็คเก็ตกันกระสุนสีดำของเธอมีรอยฉีกขาดที่หัวไหล่ เผยให้เห็นรอยไหม้จางๆ จากกระสุนพลาสม่าเมื่อสิบนาทีที่แล้ว แต่แววตาของเธอยังคงคมกริบและเต็มไปด้วยความนิ่งสงบแบบนักล่าที่เจนจัด
“ผมเกรงว่าสมองส่วนความทรงจำที่หายไปของผม ยังมีค่าเกินกว่าจะยอมให้พวกคุณเอาไปรีเซ็ตทิ้งเพื่อปิดคดีนะครับ ผู้กองรินะ” เอเลียสตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบไม่แพ้กัน แม้เม็ดเหงื่อจะผุดพรายตามไรผม “อีกอย่าง... ถ้าคุณอยากรอดออกไปจากที่นี่ การพึ่งพาตรรกะของวิศวกรคนนี้ ดูจะเป็นทางเลือกเดียวที่คุณเหลืออยู่”
รินะแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน เธอมองหน้าเขาผ่านแสงนีออนวับแวมที่สาดส่องลงมา สายตาของเธอลึกล้ำและเต็มไปด้วยความขัดแย้ง—ความเกลียดชังต่ออดีตที่เขาอาจเกี่ยวข้องกับการตายของคนรัก กับความจำเป็นอันน่าขันที่ต้องเอาชีวิตรอดเคียงข้างเป้าหมาย
“ตรรกะของคุณเหรอครับ เอเลียส? ตรรกะที่ทำให้ระบบความปลอดภัยของเมืองทั้งเมืองพังทลายในคืนเดียวน่ะเหรอ” รินะหรี่ตาลง “คุณบอกว่าตัวเองบริสุทธิ์ แต่ทุกครั้งที่เราเข้าใกล้ความจริง ศพมักจะเพิ่มขึ้นเสมอ... และตอนนี้ หน่วยจู่โจมพิเศษไม่ได้มาเพื่อจับกุมเรา แต่มาเพื่อทำลายหลักฐานทั้งหมด ซึ่งหมายความว่าคุณคือ ‘หลักฐานชิ้นนั้น’ ที่พวกมันต้องกำจัด”
เอเลียสไม่ตอบทันที เขากวาดสายตาสำรวจแผงควบคุมระบบระบายน้ำรุ่นเก่าที่ขึ้นสนิมอยู่เบื้องหน้า นิ้วเรียวยาวถอดแผงวงจรสำรองออกมาเชื่อมต่อกับพอร์ตเชื่อมต่อประสาทที่หลังใบหูทันที แสงไฟสีฟ้ากระพริบวาบในม่านตาของเขา ข้อมูลแผนผังใต้ดินสามมิติหลั่งไหลเข้าสู่สมองราวกับสายน้ำเชี่ยว
“คุณเข้าใจผิดแล้ว ผู้กอง” เอเลียสกล่าวโดยไม่ละสายตาจากชุดข้อมูลที่กำลังประมวลผลด้วยความเร็วสูง “ผมไม่ใช่หลักฐาน... แต่ผมคือ ‘รหัสผ่าน’ ต่างหากล่ะครับ”
ก่อนที่รินะจะได้ซักถามอะไรเพิ่มเติม เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็หยุดลงที่ปากอุโมงค์เหนือศีรษะพวกเขา เสียงโลหะกระทบกันดังขึ้นตามด้วยเสียงคำรามต่ำๆ ของสุนัขลาดตระเวนจักรกล K-9 มันกำลังสูดดมกลิ่นโอโซนและคราบเลือดจางๆ ที่ทิ้งไว้
*ติ๊ด... ติ๊ด...*
สัญญาณเตือนภัยระยะประชิดดังขึ้นเบาๆ ในโสตประสาทของเอเลียส ร่างของเขานิ่งค้างไปชั่วขณะ สมองทำงานหนักหน่วงเพื่อคำนวณความเป็นไปได้ทั้งหมดในการหลบหนี ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงหยดน้ำที่กระทบพื้นน้ำครอด้านล่าง และเสียงลมหายใจแผ่วเบาของคนทั้งคู่ที่สะท้อนก้องในความมืด
รินะขยับมือขวามาแตะที่ด้ามปืนของเธอ สายตาจับจ้องไปที่บันไดเหล็กขึ้นสู่เบื้องบนซึ่งเงาตะคุ่มของหน่วยจู่โจมกำลังเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ทุกที บรรยากาศรอบตัวตึงเครียดจนแทบจะใช้มีดตัดได้
“เราเหลือเวลาอีกสิบวินาที ก่อนที่พวกมันจะสแกนความร้อนผ่านผนังคอนกรีตนี้ครับ” เอเลียสพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แววตาฉายประกายบางอย่างที่ทำให้รินะต้องชะงัก “คุณไว้ใจตรรกะของผมมากแค่ไหนครับ... ผู้กอง?”
“ฉันไม่เคยไว้ใจอาชญากร...” รินะกระซิบตอบกลับทันควัน ดวงตาคู่สวยมองตรงมาที่เขาอย่างไม่หลบเลี่ยง ก่อนที่ริมฝีปากบางจะแย้มยิ้มบางเบาที่มุมปาก “...แต่ฉันเกลียดพวกพิทักษ์ความยุติธรรมที่ชอบฆ่าปิดปากมากกว่า ลงมือเลย เอเลียส”
สิ้นคำพูดของเธอ เอเลียสก็กระแทกฝ่ามือลงบนแผงวงจรหลัก รหัสคำสั่งฉุกเฉินถูกส่งตรงไปยังระบบควบคุมโครงสร้างพื้นฐานของเขตตะวันตกทันที!
*ครืนนนนน—!*
เสียงเหล็กกล้าขนาดมหึมาบิดตัวคำรามลั่น ประตูระบายน้ำแรงดันสูงถูกเปิดออกอย่างไร้การควบคุม มวลน้ำมหาศาลทะลักเข้าสู่ทางอุโมงค์ใต้ดินราวกับคลื่นสึนามิขนาดย่อม กลืนกินเสียงฝีเท้าและร่างของหน่วยจู่โจมพิเศษที่อยู่ด้านบนให้หายลับไปในความโกลาหล แรงดันน้ำกระแทกร่างของเอเลียสและรินะให้พุ่งทะยานไปตามกระแสอย่างรวดเร็วท่ามกลางความมืดมิดของเมืองสีนีออน
เมื่อกระแสน้ำสงบลง ทั้งคู่หลุดออกมายังท่อระบายน้ำออกสู่แม่น้ำสายหลักของเมือง เอเลียสหอบหายใจหนักหน่วงขณะพยุงตัวเองขึ้นยืนบนขอบปูน รินะไอโขลกออกมาสองสามครั้งก่อนจะสะบัดน้ำออกจากใบหน้า แต่สายตาของเธอกลับไม่ได้มองไปที่ทางหนีทีไล่เบื้องหน้า เธอกลับมองตรงไปที่หน้าจอโฮโลแกรมขนาดเล็กที่ร่วงหล่นออกมาจากกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตของเอเลียสขณะที่ถูกกระแสน้ำซัด
หน้าจอนั้นไม่ได้แสดงแผนผังเมือง... แต่มันแสดงภาพถ่ายใบหน้าของเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง พร้อมข้อความสถานะระบบที่เขียนไว้ด้วยลายมือของเอเลียสเองว่า: *‘โครงการนีโอ-ฮิวแมน: ลบความทรงจำเสร็จสิ้น - เป้าหมายที่ 01’*
รินะชะงักค้าง เธอนิ่งงันไปชั่ววินาที ก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตาเอเลียสด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง—จากความสงสัยกลายเป็นความตื่นตระหนกที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความเยือกเย็น
“เด็กคนนี้... คือใครกันแน่ครับ เอเลียส?” รินะเอ่ยถาม น้ำเสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อยเป็นครั้งแรก “และคนที่คุณพยายามจะฆ่าในคืนที่ความทรงจำของคุณหายไป... แท้จริงแล้วคือตัวคุณเองใช่ไหม?”
เอเลียสชะงักไป ดวงตาคู่คมมองไปยังหน้าจอโฮโลแกรมนั้น ก่อนที่ริมฝีปากของเขาจะเผยรอยยิ้มจางๆ ที่เต็มไปด้วยความลับอันดำมืด ยิ่งกว่าเงาของเมืองสีนีออนเบื้องล่าง
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านม่านหมอกแห่งความทรงจำนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ - ไฮเปอร์ไดรฟ์
ระบบสั่งตาย: นายวิศวกรกับอดีตที่หายไป•ตอนที่ 7
เงาในเมืองสีนีออน
ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบสั่งตาย: นายวิศวกรกับอดีตที่หายไป นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!