"ค่าความหนาแน่นของซินแนปส์ในสมองเทียมชิ้นนี้... สูงเกินกว่าที่มนุษย์ในเขตปกครองพิเศษจะเข้าถึงได้ด้วยซ้ำ คุณเอเลียส"
เสียงของรินะดังก้องขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องปฏิบัติการใต้ดิน แสงไฟนีออนสีขาวโพลนสะท้อนลงบนพื้นโลหะขัดเงา ขับเน้นให้บรรยากาศรอบตัวตึงเครียดรากับเส้นลวดที่ถูกดึงจนถึงขีดสุด
เอเลียสยังคงนิ่งเงียบ นิ้วเรียวยาวของวิศวกรหนุ่มชะงักอยู่เหนือแป้นพิมพ์โฮโลแกรม ดวงตาคู่คมหลังเลนส์แว่นกรองแสงจดจ้องไปยังกราฟิกการทำงานของระบบประสาทที่กำลังสั่นไหวบนอากาศ เขาไม่ได้หันกลับไปสบตาผู้กองสาวทันที ปล่อยให้ความเงียบทำหน้าที่กัดเซาะความอดทนของเธอทีละน้อย เป็นจังหวะเวลาที่ถูกคำนวณไว้อย่างแม่นยำเพื่อรักษาความได้เปรียบในเชิงจิตวิทยา
"คุณกำลังมองหาอะไรกันแน่ รินะ" เอเลียสเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เยือกเย็น จนแทบไร้อารมณ์ "ความจริง... หรือแค่เศษเสี้ยวของอคติที่คุณมีต่ออดีตของผม"
รินะก้าวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานของเขา เสียงรองเท้าบูทกระทบพื้นโลหะดังเป็นจังหวะหนักแน่น สะท้อนถึงความมุ่งมั่นที่ไม่เคยลดละ เธอย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับเขา ระยะห่างระหว่างทั้งสองสั้นลงจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่เจือความกดดัน
"อคติเหรอคะ... อ๋อ ขอโทษทีครับ ผมติดนิสัยพูดภาษานักกฎหมาย" รินะยิ้มเยาะที่มุมปาก ดวงตากลมโตคู่คมกวาดมองใบหน้าด้านข้างของเอเลียสอย่างพิจารณา "แต่ถ้าพูดถึงหลักฐาน... ไฟล์เข้ารหัสระดับควอนตัมที่คุณพยายามลบออกจากเซิร์ฟเวอร์กลางเมื่อสามชั่วโมงก่อน มันไม่ได้มาจากอคติของผมหรอกนะครับ แต่มันมาจาก 'รอยนิ้วมือดิจิทัล' ของคุณเอง"
เอเลียสหันกลับมาเผชิญหน้ากับเธอ ใบหน้าของเขายังคงไร้ระลอกคลื่นแห่งความตื่นตระหนก แม้ว่าภายในใจจะประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว เขารู้ดีว่ารินะไม่ใช่ตำรวจน้ำดีทั่วไปที่อาศัยเพียงโชคช่วย เธอกัดไม่ปล่อยและฉลาดเป็นกรด ชนิดที่เรียกว่าสูสีกับเขาในทุกย่างก้าว
"ในโลกที่ข้อมูลทุกไบต์สามารถปลอมแปลงได้ การเชื่อในรอยนิ้วมือดิจิทัล ก็ไม่ต่างอะไรกับการเชื่อในคำทำนายของหมอดูหรอกนะครับ ผู้กอง" เอเลียสตอบกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือนในที เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ประสานมือไว้บนตักอย่างผ่อนคลาย "อีกอย่าง... ถ้าผมต้องการจะลบมันจริงๆ คุณคิดว่าระบบสืบสวนของคุณจะตามแกะรอยมันเจอในเวลาสามชั่วโมงหรือครับ?"
ประโยคคำถามนั้นแฝงนัยยะท้าทายอย่างชัดเจน รินะชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาของเธoh หรี่แคบลงอย่างใช้ความคิด คำพูดของเอเลียสไม่เพียงแต่เป็นการปฏิเสธ แต่มันคือการยอมรับกลายๆ ว่าเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับข้อมูลชุดนั้น เพียงแต่... มันอาจจะเป็นการจงใจ 'ทิ้งเบาะแส' มากกว่าความผิดพลาด
"คุณกำลังเล่นเกมอะไรอยู่กันแน่ เอเลียส" รินะโน้มตัวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นอายจางๆ ของกาแฟดำและฝนตกผสมผสานกับกลิ่นโอโซนในห้องปฏิบัติการ "คุณจงใจให้ฉันเห็นไฟล์นั้น... ทำไม? ต้องการทดสอบระบบรักษาความปลอดภัย หรือต้องการดึงฉันเข้ามาในวังวนที่คุณสร้างขึ้นกันแน่"
เอเลียสเงียบไปครู่ใหญ่ เขาสบตาเเวววับคู่นั้นอย่างไม่เกรงกลัว ในความมืดมิดของห้วงความคิดที่ถูกตัดแต่งและความทรงจำที่หายไปครึ่งหนึ่ง เขากลับรู้สึกถึงแรงดึงดูดประหลาด—แรงดึงดูดระหว่างสองขั้วอำนาจที่ต่างฝ่ายต่างยืนอยู่คนละฝั่งของเส้นศีลธรรม แต่มองเห็นความจริงชุดเดียวกัน
"บางครั้ง... ความจริงก็ซับซ้อนเกินกว่าที่คนในเครื่องแบบอย่างคุณจะแบกรับไหว รินะ" เอเลียสเอ่ยชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงเล็กน้อย แววตาที่เคยแข็งกระด้างไหววูบไปชั่วขณะ "ถ้าคุณยังคงดึงดันที่จะขุดคุ้ยอดีตของผมต่อไป สิ่งที่คุณจะได้พบ อาจไม่ใช่ฆาตกรที่คุณตามหา... แต่อาจเป็นกระจกเงาที่สะท้อนว่า มือของคุณเองก็เปื้อนเลือดไม่แพ้กัน"
คำพูดนั้นราวกับมีคมมีดกรีดลงกลางใจ รินะผะหนถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว ความทรงจำอันเจ็บปวดเกี่ยวกับคนรักที่เสียชีวิตในคดีปริศนาเมื่อหลายปีก่อนผุดวาบขึ้นมาในหัว สมองของเธอสั่งให้ปฏิเสธ แต่หัวใจกลับสั่นสะท้านกับความจริงที่เอเลียสกำลังพยายามสื่อ
ก่อนที่ใครจะได้เอื้อnเอ่ยวาจาใดเพิ่มเติม เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินระดับสีแดงก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งอาคาร ไฟนีออนสีขาวเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานสาดส่องลงบนใบหน้าของทั้งคู่ หน้าจอโฮโลแกรมทุกตัวบนโต๊ะดับวูบลงพร้อมกัน ก่อนจะปรากฏข้อความแปลกปลอมที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน
*< ตรวจพบการเข้าถึงจากภายนอก: หน่วยความจำสำรองหมายเลข 00 >*
เอเลียสลุกขึ้นยืนพรวด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจอย่างปิดไม่มิด รหัส '00' นั้นคือส่วนลึกที่สุดของสมองเขาเอง—ส่วนที่ถูกล็อกไว้ด้วยมาตรการความปลอดภัยระดับสูงสุดที่แม้แต่ตัวเขาในปัจจุบันก็ไม่มีสิทธิ์เข้าถึง
รินะหันขวับมองหน้าจอโฮโลแกรมนั้นสลับกับใบหน้าของเอเลียส เธอยกปืนพกขึ้นเล็งไปที่ประตูทางเข้าโดยสัญชาตญาณเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าจำนวนมากกำลังเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ด้วยความเร็วสูงจากทางเดินมืดมิดเบื้องนอก
"ดูเหมือนว่า... จะมีแขกไม่ได้รับเชิญมาเยือนเราซะแล้วล่ะครับ" เอเลียสกระซิบเสียงต่ำ มือขวาเอื้อมไปหยิบอุปกรณ์เข้ารหัสลับบนโต๊ะซ่อนไว้ในกระเป๋าเสื้อโค้ท ขณะที่เสียงฝีเท้าเหล่านั้นหยุดลงตรงหน้าประตูห้องปฏิบัติการพอดี...
และก่อนที่บานประตูโลหะหนาจะถูกระเบิดเปิดออกด้วยแรงดันพลาสมา เสียงสังเคราะห์จากระบบ AI ปริศนาก็
ระบบสั่งตาย: นายวิศวกรกับอดีตที่หายไป•ตอนที่ 32
รอยร้าวแห่งมิตรภาพ
ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบสั่งตาย: นายวิศวกรกับอดีตที่หายไป นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!