ระบบสั่งตาย: นายวิศวกรกับอดีตที่หายไป•ตอนที่ 18

ร่องรอยการทดลอง

ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
เสียงลมหายใจของเอเลียสดังสะท้อนก้องอยู่ในความเงียบงันของห้องใต้ดินระดับความปลอดภัยสูงสุด กลิ่นอับของโอโซนผสมผสานกับกลิ่นสนิมเหล็กเก่าแก่ลอยเข้าเตะจมูก ทว่าสิ่งที่ตรึงประสาทสัมผัสของเขาไว้ไม่ใช่บรรยากาศอันวังเวงรอบกาย หากแต่เป็นแสงสีฟ้าเรืองรองจากหน้าโฮโลแกรมตรงหน้า ที่กำลังสาดส่องกระทบแววตาคู่คมซึ่งซ่อนความระทึกใจไว้ภายใต้ความนิ่งงอมืออาชีพ นิ้วเรียวยาวของวิศวกรระบบประสาทขยับพิมพ์คำสั่งสุดท้ายลงบนแป้นเสมือนอย่างแม่นยำ ทุกจังหวะการเคลื่อนไหวเปี่ยมด้วยความเยือกเย็น ทว่าเบื้องหลังสมองส่วนหน้าของเขากลับกำลังประมวลผลอย่างบ้าคลั่ง *ฐานข้อมูลลับ... ที่ไม่ควรมีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้* หน้าจอหลักแยกย่อยออกเป็นร้อยๆ หน้าต่าง เผยให้เห็นรหัสพันธุกรรมและโครงสร้างเส้นประสาทจำลองที่ซับซ้อนเกินกว่าจะจินตนาการ เอเลียสจ้องมองภาพสามมิติของสมองมนุษย์ที่กำลังหมุนวนช้าๆ บนจอ มันไม่ใช่แค่การบันทึกข้อมูลความทรงจำธรรมดา แต่มันคือ "กระบวนการโคลนสมอง" (Neural Cloning) — เทคโนโลยีต้องห้ามที่รัฐบาลโลกสั่งปิดตายไปเมื่อสิบปีก่อน ร่องรอยการทดลองเหล่านี้ไม่ได้ถูกลบเลือน แต่มันถูกฝังกลบไว้อย่างแนบเนียนใต้ชั้นโครงสร้างโค้ดของระบบที่เขาเป็นคนออกแบบเองด้วยซ้ำ ความตระหนักรู้นี้ทำให้สันหลังของเขาเย็นวาบ "คุณคิดว่าจะซ่อนมันพ้นสายตาฉันไปได้นานแค่ไหนกัน เอเลียส..." เสียงหวานกังวานแต่ทุ้มต่ำและเฉียบคมดังขึ้นจากความมืดเบื้องหลัง เอเลียสไม่แม้แต่จะสะดุ้งตัวโยน เขารู้อยู่แล้วว่าเงามืดนั้นไม่ได้ว่างเปล่า รินะก้าวเท้าออกจากมุมอับของเสาคอนกรีต ปืนพกลำกล้องสั้นในมือของเธอยกขึ้นเล็งตรงมาที่แผ่นหลังของเขาอย่างมั่นคง แม้ระยะห่างจะไกลพอสมควร แต่รัศมีคุกคามจากผู้พิทักษ์สันติราษฎร์สาวรายนี้ยังคงเฉียบคมราวกับใบมีดโกน เอเลียสค่อยๆ หมุนตัวกลับมาช้าๆ สายตาของเขาสบเข้ากับดวงตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยความระแวงและคำถาม "คุณตามผมมาเร็วกว่าที่คิดนะ รินะ" เอเลียสเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก เขายังคงซุกมือข้างหนึ่งไว้ในกระเป๋าเสื้อโค้ด ท่าทีที่ผ่อนคลายเกินเหตุทำให้คิ้วเรียวของตำรวจสาวขมวดเข้าหากันเล็กน้อย "หน้าที่ของฉันคือการล่าอาชญากรทางสมอง ไม่ใช่การวิ่งตามเด็กหลงทางในเขาวงกตดิจิทัล" รินะตอบกลับทันควัน น้ำเสียงของเธอเจือด้วยความเย้ยหยันอันเย็นชา "และดูเหมือนว่าเหยื่อรายล่าสุดของฉัน กำลังเปิดดูแฟ้มคดีฆาตกรรมที่เขาพยายามลบมันออกจากหัวตัวเองซะด้วย" "คุณเข้าใจผิดแล้วล่ะ" เอเลียสขยับตัวเล็กน้อย แสร้งทำเป็นไม่ใส่ใจปากกระบอกปืนที่จ้องจะเอาชีวิต "ผมไม่ได้พยายามลบความทรงจำ... ผมแค่กำลังพยายามกู้คืนชิ้นส่วนที่ถูกขโมยไปต่างหาก และสิ่งที่คุณเห็นบนจอนั่น มันไม่ใช่แฟ้มคดีฆาตกรรม แต่มันคือหลักฐานชิ้นสำคัญที่พิสูจน์ว่า ใครบางคนกำลังพยายามสร้าง ‘ตัวตนสำรอง’ ขึ้นมาบนโลกใบนี้" รินะก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกสองก้าว เสียงรองเท้าบูทกระทบพื้นคอนกรีตดังสะท้อนก้อง เธอมองหน้าจอโฮโลแกรมแวบหนึ่ง ก่อนจะเบนสายตากลับมาจ้องลึกลงไปในดวงตาของวิศวกรหนุ่ม ราวกับต้องการค้นหาคำโกหกที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากแห่งเหตุผล "ตัวตนสำรองงั้นเหรอ?" รินะแค่นหัวเราะในลำคอ "คุณคิดว่าฉันจะเชื่อคำพูดของคนที่สูญเสียความทรงจำไปครึ่งหนึ่งอย่างนั้นเหรอ เอเลียส? สมองของคุณเองยังเชื่อถือไม่ได้เลยด้วยซ้ำ แล้วทำไมฉันถึงต้องเชื่อว่าข้อมูลตรงหน้าคุณ ไม่ใช่แผนการที่คุณเขียนขึ้นมาเพื่อจัดฉากหลบหนีความผิด?" ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ บทสนทนาเชิงสัญลักษณ์ระหว่างพวกเขากลายเป็นสมรภูมิย่อยๆ ที่ไม่มีใครยอมใคร อุดมการณ์ที่แตกต่าง — ด้านหนึ่งคือความถูกต้องตามตัวบทกฎหมายและบาดแผลจากอดีต อีกด้านหนึ่งคือความจริงอันบิดเบี้ยวที่ต้องแลกมาด้วยทุกสิ่ง เอเลียสไม่ได้โกรธท่าทีของเธอ เขากลับมองเห็นความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ภายใต้เกราะเหล็กของรินะ ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้ต้องการแค่จับกุมเขา เธอต้องการคำตอบ... คำตอบเดียวกับที่เขาก đangตามหาเกี่ยวกับคดีฆาตกรรมเมื่อสิบปีก่อน "ถ้าผมต้องการจะหลบหนี คุณคงไม่ได้ยืนอยู่ตรงนี้เพื่อเอาปืนจ่อหัวผมหรอก รินะ" เอเลียสพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลขึ้น แต่มันกลับทรงพลังพอที่จะทำให้มือที่ถือปืนของเธอนิ่งงันไปชั่วขณะ "คุณก็รู้ว่าระบบรักษาความปลอดภัยที่นี่ถูกปิดตายตั้งแต่ก้าวแรกที่เราเหยียบเข้ามา... ไม่ใช่เพราะผมทำ แต่มันถูกตั้งโปรแกรมไว้ล่วงหน้าต่างหาก" รินะชะงักไปเล็กน้อย เธอกวาดสายตามองไปรอบห้องใต้ดินทันที และนั่นคือวินาทีที่เธอสังเกตเห็นความผิดปกติ ไฟสีฟ้าบนหน้าจอโฮโลแกรมไม่ได้กำลังแสดงผลการค้นหาข้อมูล แต่มันกำลังวิ่งแถวโค้ดนับถอยหลังด้วยความเร็วสูง ตัวเลขสีแดงปรากฏขึ้นตรงมุมขวาบนของหน้าจอ: **[ 00:03:45 ]** "มันคืออะไร..." รินะพึมพำ สีหน้าเปลี่ยนจากความแข็งกร้าวเป็นความตื่นตระหนกในเสี้ยววินาที "มันคือระบบทำลายตัวเอง" เอเลียสกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เริ่มตึงเครียดขึ้น "และเป้าหมายของมันไม่ใช่แค่การทำลายฐานข้อมูลโคลนสมองนี้ทิ้ง... แต่มันกำลังจะดาวน์โหลดข้อมูลทั้งหมดเข้าสู่เครือข่ายภายนอก" ก่อนที่รินะจะทันได้ซักถามอะไรเพิ่มเติม เสียงแจ้งเตือนจากระบบสื่อสารขนาดเล็กที่ติดอยู่ตรงข้ามหูของเธอก็กรีดร้องขึ้นมา เสียงของสารวัตรผู้บังคับบัญชาดังแทรกเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก *"รินะ! ถอนกำลังออกมาเดี๋ยวนี้! สัญญาณชีพจากเป้าหมายในฐานข้อมูล... มันไม่ได้มีแค่คนเดียว! ตอนนี้ระบบกำลังตรวจพบการเคลื่อนไหวของ... ของตัวตนที่เหมือนกับเอเลียสทุกประการ กำลังมุ่งหน้าไปยังจุดที่คุณอยู่!"* รินะเบิกตากว้าง เธอหันขวับกลับมามองหน้าเอเลียสทันที ทว่าวิศวกรหนุ่มไม่ได้ยืนอยู่ตรงจุดเดิมเสียแล้ว เงามืดกลืนกินร่างของเขาไปครึ่งหนึ่ง ขณะที่นิ้วของเขายังคงรัวอยู่บนแป้นพิมพ์เพื่อพยายามหยุดยั้งการดาวน์โหลด และก่อนที่สติของเธอจะทันได้ประมวลผลคำเตือนทั้งหมด เสียงฝีเท้าอันหนักหน่วงนับสิบๆ คู่ก็ดังสะท้อนก้องมาจากอุโมงค์มืดเบื้องนอก... มันไม่ใช่เสียงของมนุษย์ที่เดินด้วยจังหวะธรรมชาติ แต่มันคือเสียงก้าวเดินที่พร้อมเพรียงและไร้ซึ่งความรู้สึก ของบางสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นจากห้องทดลองตรงหน้านี้เอง แล้วแสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉานก็สาดส่องวาบไปทั่วห้องใต้ดิน พร้อมกับร่างเงาสูงใหญ่ในชุดเกราะทหารที่ก้าวพ้นขอบประตูเข้ามา... และใบหน้าที่ปรากฏภายใต้แสงไฟนั้น ทำให้รินะแทบหยุดหายใจ เพราะใบหน้าของมัน... ถอดแบบมาจากเอเลียสอย่างไร้ที่ติ ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านม่านหมอกแห่งความทรงจำนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ - ไฮเปอร์ไดรฟ์
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบสั่งตาย: นายวิศวกรกับอดีตที่หายไป นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%