ระบบสั่งตาย: นายวิศวกรกับอดีตที่หายไป•ตอนที่ 11

รอยร้าวในความเชื่อ

ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
กลิ่นของฟลูออรีนและน้ำยาฆ่าเชื้อในห้องแล็บใต้ดินชั้นที่สี่ของสภาบริหารมหานครไม่ได้ให้ความรู้สึกสะอาดสะอ้าน หากแต่มันอบอวลด้วยกลิ่นอายของการปกปิด เอเลียสยืนอยู่เบื้องหน้าจอโฮโลแกรมสามมิติที่กำลังฉายภาพกราฟิกโครงสร้างสมองของมนุษย์จำลอง นิ้วเรียวยาวของวิศวกรระบบประสาทเคาะลงบนพื้นโต๊ะโลหะเป็นจังหวะเนือ-นาน สะท้อนถึงความกระวนกระวายใจที่ถูกกักเก็บไว้ภายใต้ท่าทีอันเยือกเย็นเป็นนิจ หน้าจอตรงหน้าเขากำลังแสดงผลการวิเคราะห์ย้อนหลังของ "ระบบสั่งตาย" อัลกอริทึมพิพากษาที่องค์กรอ้างว่าสร้างขึ้นเพื่อความผาสุกและความปลอดภัยสูงสุดของพลเมือง แต่ ณ วินาทีนี้ โค้ดต้นฉบับที่เขาแอบดึงออกมาจากเซิร์ฟเวอร์กลางเมื่อคืนก่อนกลับกำลังบอกเล่าเรื่องราวอีกด้านหนึ่งอย่างสิ้นเชิง มันไม่ใช่ระบบป้องกันอาชญากรรม... แต่มันคือเครื่องมือคัดกรองทรัพยากรมนุษย์ "คุณกำลังเล่นกับไฟที่ใหญ่เกินกว่ามือคู่นั้นจะดับไหว, เอเลียส" เสียงทุ้มต่ำแต่เฉียบคมดังขึ้นจากความมืดบริเวณมุมห้อง รินะก้าวเท้าออกจากเงาสลัว แสงสีฟ้าอ่อนจากจอโฮโลแกรมทาบทับลงบนใบหน้าด้านข้างของเธอ ดวงตาคู่คมกวาดมองโค้ดบรรทัดยาวเหยียดบนจอด้วยความระแวดระวัง เธอยังคงสวมชุดเครื่องแบบสืบสวนเต็มยศ กลิ่นอายของความเข้มงวดและอำนาจรัฐยังคงติดตัวเธอราวกับเงาตามตัว แม้ว่าในยามนี้ ทั้งสองคนจะยืนอยู่ ณ จุดที่อยู่นอกเหนือกฎหมายของสภาบริหารไปไกลแล้วก็ตาม เอเลียสไม่หันกลับไปมอง เธอปล่อยให้ความเงียบทำหน้าที่เป็นบทสนทนาอยู่ชั่วขณะ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่นัยน์ตาสั่นไหวเล็กน้อย "ไฟดวงนี้ไม่ได้เพิ่งถูกจุดขึ้น, ผู้หมวดรินะ... แต่มันถูกสุมให้ลุกโชนมานานนับทศวรรษโดยคนที่นั่งอยู่บนบัลลังก์เบื้องบนต่างหาก สิ่งที่เราเห็นว่าเป็น 'ความยุติธรรม' แท้จริงแล้วเป็นเพียงผลลัพธ์จากสมการที่ถูกป้อนข้อมูลเท็จเข้าไปตั้งแต่ต้น" รินะเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่เคียงข้าง ระยะห่างระหว่างเธอกับเขาในตอนนี้ใกล้เสียจนสามารถรับรู้ถึงไออุ่นจากร่างกายของกันและกันได้ แม้จุดยืนทางความคิดจะอยู่คนละฝั่ง แต่แรงดึงดูดทางปัญญาบางอย่างกลับเหนี่ยวรั้งให้พวกเขาต้องมาเผชิญหน้ากับความจริงข้อเดียวกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ "ฉันรู้ว่าคุณกำลังสงสัยในสิ่งที่องค์กรทำ... ฉันเองก็เริ่มเห็นรอยรั่วในระบบตั้งแต่คดีฆาตกรรมเมื่อสามเดือนก่อนแล้วเหมือนกัน" รินะผ่อนลมหายใจยาว ความตึงเครียดในน้ำเสียงลดลงเหลือเพียงความเหนื่อยล้า "แต่การที่คุณแอบเจาะระบบส่วนกลางเพื่อหาความจริง มันไม่ได้ทำให้คุณกลายเป็นฮีโร่หรอกนะ เอเลียส มันทำให้คุณกลายเป็น 'เป้าหมาย' ที่ต้องถูกกำจัดก่อนที่ความลับจะรั่วไหลต่างหาก" "แล้วคุณล่ะ, รินะ" เอเลียสหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเธอ ดวงตาสสีเทาเข้มจ้องลึกลงไปในดวงตาของตำรวจหญิง ค้นหาความจริงบางอย่างที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังท่าทีแข็งกร้าว "คุณสืบสวนคดีนี้เพื่อทวงความยุติธรรมให้คนรักที่ตายไป... หรือทำไปเพื่อเป็นฟันเฟืองตัวหนึ่งที่คอยปกป้องความเน่าเฟะของระบบที่พรากเขาไปจากคุณกันแน่?" คำถามนั้นราวกับคมมีดที่กรีดลงบนแผลเป็นในใจของรินะ ร่างกายของเธอชะงักไปชั่วขณะ กล้ามเนื้อกรามขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน ความโกรธวาบขึ้นในดวงตาก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความเจ็บปวดที่เธอยากจะปิด ในโลกที่ขับเคลื่อนด้วยอัลกอริทึมและความสมบูรณ์แบบทางเทคโนโลยี มนุษย์อย่างพวกเขากลับกลายเป็นเพียงตัวหมากบนกระดานที่ถูกควบคุมโดยผู้มีอำนาจเบื้องหลัง และการตระหนักรู้ว่า "ผู้พิทักษ์" ที่พวกเขาเคยศรัทธามาตลอดชีวิต แท้จริงแล้วคือฆาตกรตัวจริงที่ชักใยอยู่เบื้องหลังความตายของผู้บริสุทธิ์นับไม่ถ้วน มันช่างเป็นความจริงที่ขมขื่นเกินกว่าจะกลืนลงคอ "ถ้าฉันเลือกที่จะปกป้องระบบต่อ... ฉันคงไม่มายืนอยู่ตรงนี้กับคุณในยามวิกาลแบบนี้หรอก, เอเลียส" รินะตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ลดความแข็งกระด้างลง ปลายเสียงสั่นเครือเล็กน้อยบ่งบอกถึงความเปราะบางที่เธอพยายามซ่อนเร้นมาตลอด "แต่ปัญหาคือ... เราจะสู้กับสิ่งที่มองไม่เห็นและมีอำนาจควบคุมทุกย่างก้าวในเมืองนี้ได้อย่างไร ในเมื่อแม้แต่ความทรงจำในหัวของคุณเอง... ก็ยังถูกพวกมันบิดเบือนเลยไม่ใช่หรือ?" คำพูดของรินะทำให้เอเลียสชะงัก รอยร้าวในความเชื่อของเขาไม่ได้เกิดขึ้นจากการที่องค์กรหักหลัง แต่เกิดจากการที่เขาเพิ่งค้นพบว่า ความทรงจำครึ่งหนึ่งที่หายไปของเขา ไม่ได้หายเพราะอุบัติเหตุทางวิศวกรรมอย่างที่เขาเคยเข้าใจ... แต่มันถูก "ลบ" ออกไปโดยฝีมือของคนในสภาบริหารเอง เพื่อปิดปากวิศวกรผู้สร้างมันขึ้นมา ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยถ้อยคำใดออกมาทำลายความเงียบอันหนักอึ้ง เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับฉุกเฉินก็ดังขึ้นก้องไปทั่วห้องทดลองใต้ดิน แสงไฟสีแดงฉานกะพริบถี่รัวสลับกับเสียงระบบอัตโนมัติที่ประกาศก้องด้วยน้ำเสียงไร้ชีวิตชีวา *[ตรวจพบการเข้าถึงข้อมูลระดับสูงโดยไม่ได้รับอนุญาต... เริ่มกระบวนการล็อกดาวน์พื้นที่... หน่วยกวาดล้างกำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่เป้าหมายในอีกสามนาที]* รินะเบิกตากว้างเมื่อตระหนักถึงสถานการณ์ "พวกมันรู้แล้วว่าเราอยู่ที่นี่!" เอเลียสไม่แสดงอาการตื่นตระหนก สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องอย่างรวดเร็ว สมองของวิศวกรคำนวณความเป็นไปได้ทั้งหมดในเสี้ยววินาที ก่อนที่มือของเขาจะคว้าจับข้อมือเรียวของรินะไว้แน่นด้วยสัญชาตญาณของการเอาตัวรอด "ตามผมมาทางนี้..." เขานำทางเธอไปยังประตูระบายอากาศลับหลังชั้นวางอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ทว่าในจังหวะที่เอเลียสกำลังจะเอื้อมมือไปกดรหัสเปิดประตูนิรภัย แสงไฟสีแดงฉานภายในห้องก็ดับวูบลงทันที เหลือเพียงความมืดมิดอันน่าสะพรึงกลัว พร้อมกันนั้น... เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสคู่ก็ดังขึ้นที่หน้าประตูทางเข้าหลัก เสียงเหล็กกระทบกันของเกราะหน่วยกวาดล้างพิเศษ และเสียงกระทบของรองเท้าคอมแบทที่ย่างสามซุงเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ราวกับมัจจุราชที่กำลังไล่ล่าเหยื่อในกรงขัง และในวินาทีที่เงาร่างของใครบางคนทาบทับลงบนบานประตูที่กำลังถูกทำลายด้วยลำแสงความร้อน เอเลียสก็สัมผัสได้ถึงความเย็นเฉียบของกระบอกปืนโลหะที่จ่อเข้าที่ขมับด้านซ้ายของเขาอย่างแม่นยำ "ยินดีต้อนรับสู่ความจริง, นายวิศวกร... นายคิดจริงๆ หรือว่าการหนีออกจากกรง จะทำให้นายหลุดพ้นจากเงื้อมมือของฉันได้?" เสียงทุ้มต่ำและเยือกเย็นจนน่าขนลุกดังขึ้นจากความมืดเบื้องหลัง พร้อมกับการปรากฏตัวของบุคคลที่เอเลียสไม่เคยคาดคิดว่าจะได้เห็น ณ ที่แห่งนี้... ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านม่านหมอกแห่งความทรงจำนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ - ไฮเปอร์ไดรฟ์
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบสั่งตาย: นายวิศวกรกับอดีตที่หายไป นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%