เสียงทุบประตูห้องนอนใหญ่ของเรือนไร่อรุโณทัยยังคงดังสนั่นหวั่นไหว ราวกับบานไม้สักทองหนาน้ำหนักนับร้อยกิโลกรัมกำลังจะถูกพังทลายลงมาด้วยแรงศรัทธาแห่งความพินาศ พยัคฆ์ชะينมือหยาบกร้านที่กำลังตรึงข้อมือเรียวเล็กของรินรดาไว้กับหัวเตียงไม้แกะสลัก ดวงตาคมกริบดั่งพญาเสือป่ากวาดมองไปทางประตูก่อนจะตวัดกลับมาจ้องร่างระหงที่หอบสะท้านอยู่เบื้องล่าง ความตึงเครียดในอากาศพุ่งสูงเสียดฟ้าจนแทบได้กลิ่นไอคาวของดินปืนและหยาดเหงื่อ
"นายครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว... มีคนบุกเข้ามาล้อมเรือนใหญ่ไว้หมดแล้วครับ!" เสียงตะโกนแหบเครือของสมุนมือขวาแผดลอดเข้ามาอีกระลอก พร้อมเสียงฝีเท้าอลหม่านนับสิบชีวิตที่วิ่งกรูอยู่ภายนอกทางเดิน
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่นจนซีดเผือด หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองศึก แม้ร่างกายจะถูกพันธนาการไว้ใต้ร่างหนาหนักที่แผ่ไอความร้อนระอุ แต่นัยน์ตากลมโตคู่นั้นกลับฉายประกายท้าทาย เธอรู้ดีว่าความวุ่นวายด้านนอกคือโอกาสเดียวที่จะหลุดพ้นจากกรงเล็บของซาตานร้ายผู้นี้ แต่ทว่า... ปฏิกิริยาของพยัคฆ์กลับมิได้แสดงความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยหนวดเคราครึ้มกลับนิ่งสงบ เยียบเย็น และฉายแววดุดันยิ่งกว่าเดิม
"ปล่อยฉัน..." รินรดากระซิบเสียงลอดไรฟัน พยายามบิดข้อมือหนีพันธนาการอันแข็งแกร่งราวกับคีมเหล็ก "คนของฉัน... พ่อคงส่งคนมาช่วยฉันแล้ว ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้ พยัคฆ์!"
พยัคฆ์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงทุบต่ำทรงอำนาจสั่นสะเทือนอกกว้างที่แนบชิดอยู่กับแผ่นอกอิ่มเอิบของหญิงสาว เขาโน้มใบหน้าลงมาจนปลายจมูกโด่งคมเฉี่ยวคลอเคลียอยู่ข้างแก้มเนียน กลิ่นกายบุรุษเพศที่ผสมผสานระหว่างกลิ่นบุหรี่จางๆ และหยาดเหงื่อจากการต่อสู้ ทำRinrดาหายใจติดขัด สมองขาวโพลนอย่างควบคุมไม่ได้
"คิดว่าพ่อผู้สูงส่งของเธอจะช่วยเธอได้งั้นรึ..." เสียงกระซิบพร่าต่ำข้างใบหูร้อนผ่าว ร้อนแรงราวกับเปลวไฟที่แผดเผา "ต่อให้คนครึ่งค่ายทหารบุกเข้ามาเหยียบไร่นี้ แผ่นดินใต้เท้าเธอก็ยังเป็นของฉัน รินรดา... จำใส่สมองเอาไว้!"
พูดจบ พยัคฆ์ก็ผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอย่างสง่างาม ร่างกายกำยำเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อสะท้อนแสงไฟสีส้มจากโคมไฟระย้า เขาคว้าปืนพกสั่นยาวที่วางอยู่บนหัวเตียงขึ้นมาตรวจสอบกระสุนด้วยความคล่องแคล่ว ก่อนจะก้าวฉับๆ ไปปลดล็อกกลอนประตูและกระชากเปิดออกอย่างแรง ปรากฏร่างของสมุนคนสนิทที่หน้าซีดเผือด
"มันมากันกี่คน?" พยัคฆ์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความกลัวเกรง
"เกือบยี่สิบคนครับนาย นำโดยไอ้สารวัตรมือปราบที่พ่อตาของคุณรินรดาส่งมา มันอ้างหมายค้น... แต่ดูท่าทางแล้วกะมาพังไร่เราให้ราบเป็นหน้ากลองครับ!"
รินรดาลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว เธอใช้ผ้าห่มคลุมกายที่ยับยู่ยี่พรางเรือนร่างเย้ายวน สายตาจับจ้องแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มที่มีบาดแผลเป็นทางยาว ความรู้สึกบางอย่างในใจตีรวนจนสับสน เธอนึกถึงความเกลียดชังที่พยัคฆ์มีต่อตระกูลของเธอ ความแค้นฝังหุ่นที่เขาเคยประกาศกร้าวไว้ทุกค่ำคืน แต่ทำไม... ยามที่เผชิญหน้ากับวิกฤต สายตาของเขาจึงไม่มีความหวาดหวั่นเลยแม้แต่น้อย ราวกับว่าเขากำลังรอเวลานี้มานานแล้ว
"ปล่อยให้มันเข้ามา" พยัคฆ์เอ่ยคำสั่งสั้นๆ ดุดัน ก่อนจะหันกลับมามองสตรีบนเตียงด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา "ส่วนเธอกรุณานั่งเงียบๆ อยู่ตรงนี้ ถ้าไม่อยากเห็นเลือดของคนที่เธอรักสาดกระเซ็นเต็มพื้นห้องนอนฉัน"
สิ้นคำสั่ง พยัคฆ์ก็เดินก้าวย่างออกไปจากห้อง ปล่อยให้รินรดานั่งเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางความเงียบงันที่เข้าปกคลุมชั่วขณะ ความตึงเครียดภายนอกห้องทำให้เธอนั่งไม่ติด หญิงสาวก้าวลงจากเตียง สวมเสื้อคลุมผ้าไหมอย่างรีบร้อน ฝ่าเท้าเปลือยเปล่าย่างกรายไปตามพื้นไม้เย็นเฉียบเพื่อแอบมองสถานการณ์เบื้องล่างจากระเบียงชั้นสอง
เบื้องล่าง... ณ ห้องโถงรับแขกขนาดใหญ่ของเรือนไร่อรุโณทัย แสงไฟสว่างจ้าเผยให้เห็นร่างของชายฉกรรจ์ในชุดเครื่องแบบตำรวจและกลุ่มชายฉกรรจ์สวมสูทสีดำยืนล้อมรอบพยัคฆ์ที่ยืนกอดอกพิงเสาไม้สักอย่างใจเย็น ท่ามกลางบรรยากาศที่คุกรุ่นราวกับระเบิดเวลาพร้อมทำงาน
"ท่านสารวัตร... บุกรุกเข้ามาในยามวิกาลแบบนี้ ไม่กลัวข้อหาอนาจารรึไง?" พยัคฆ์เอ่ยเยาะเย้ย นัยน์ตาคมกวาดมองนายตำรวจหนุ่มยศใหญ่ที่เป็นมือขวาคนสนิทของบิดาเธอ
"ส่งตัวคุณรินรดาคืนมาซะ พยัคฆ์!" สารวัตรหนุ่มตะคอกเสียงกร้าว ชักอาวุธปืนออกมาเล็งตรงหน้าผากของเจ้าของไร่ "แกไม่มีสิทธิ์กักขังหน่วงเหนี่ยวเธอ หลักฐานทุจริตทั้งหมดที่แกซ่อนไว้ในไร่นี้ ถูกกวาดล้างหมดแล้ว วันนี้จุดจบของแกมาถึงแล้ว!"
พยัคฆ์เพียงแค่ยิ้มหยัน รอยยิ้มที่ทำให้รินรดาที่แอบมองอยู่บนชั้นสองรู้สึกเสียวสันหลังวาบ ชายหนุ่มไม่ได้สะดุ้งสะเทือนต่อปากกระบอกปืนที่จ่ออยู่ตรงหน้าแม้แต่น้อย เขากลับค่อยๆ ควักซองเอกสารเก่าคร่ำครึสีน้ำตาลออกจากกระเป๋าเสื้อกั๊กหนัง ชูขึ้นช้าๆ ให้ทุกคนได้เห็น
"หลักฐานงั้นรึ? แกแน่ใจเหรอว่าสิ่งที่พวกแกตามหา คือบัญชีส่วย... หรือว่าความจริงเน่าเฟะที่พ่อตาแกพยายามปกปิดมาตลอดชีวิตกันแน่?"
คำพูดของพยัคฆ์ทำให้สารวัตรหนุ่มชะงัก สีหน้าเปลี่ยนสีทันที รินรดาที่แอบฟังอยู่ถึงกับลมหายใจสะดุด ความสงสัยพุ่งทะยานจนแทบระเบิด บัญชีอะไร? ความลับอะไรที่พยัคฆ์กำลังพูดถึง?
ด้วยความอยากรู้ที่กัดกินหัวใจ รินรดาตัดสินใจเดินถอยหลังกลับเข้าไปในห้องนอนของพยัคฆ์ สายตากวาดมองไปทั่วโต๊ะทำงานไม้โบราณที่ตั้งอยู่มุมห้อง เอกสารมากมายกองระเกะระระกะ เธอกัดริมฝีปากลังเลอยู่เพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะตัดสินใจเปิดลิ้นชักโต๊ะตัวที่ล็อกกุญแจไว้ ซึ่งพยัคฆ์มักจะใช้ร่างกายและอำนาจขัดขวางไม่ให้เธอเข้าใกล้
ดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่อพบว่า ลิ้นชักนั้นไม่ได้ถูกล็อกสนิท... มันเผยอออกเล็กน้อย ราวกับเจ้าของจงใจเปิดช่องทางให้เธอค้นพบ
รินรดาสอดมือเข้าไปหยิบแฟ้มหนังเก่าๆ ที่ฝุ่นเกาะหนาเตอะขึ้นมาเปิดดู ข้างในนั้นไม่มีบัญชีส่วยหรือเอกสารทางธุรกิจใดๆ ทั้งสิ้น มีเพียงภาพถ่ายใบเก่าที่ซีดจาง และ "จดหมายรัก" นับร้อยฉบับที่ถูกผูกด้วยเชือกฟางอย่างทะนุถนอม ลายมือบนซองจดหมายนั้นคุ้นตาเธอเสียยิ่งกว่าอะไร... มันคือลายมือของมารดาผู้ล่วงลับของเธอนั่นเอง!
มือเรียวสั่นเทาขณะหยิบจดหมายฉบับบนสุดขึ้นมาคลี่อ่าน แสงไฟสลัวจากโคมไฟส่องกระทบตัวอักษรหมึกซึมที่บรรจงเขียนด้วยความอาลัยอาวรณ์
*"ถึง... พี่พยัคฆ์ของน้อง..."*
รินรดาอ่านทวนประโยคแรกซ้ำไปซ้ำมา สมองของเธอขาวโพลนราวกับถูกสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ โลกทั้งใบหยุดหมุนในพริบตา มารดาของเธอแต่งงานกับนักธุรกิจผู้มั่งคั่งและมีหน้ามีตาในสังคม... แต่เหตุใดจดหมายเหล่านี้จึงถูกส่งถึงชายที่มีชื่อว่า "พยัคฆ์" และเหตุใดวันที่บนจดหมายจึงเป็นช่วงเวลาก่อนที่เธอจะเกิดเพียงไม่กี่ปี?
พลัน! เสียงฝีเท้าหนักหน่วงก้าวเข้ามาใกล้ประตูห้องนอน รินรดาสะดุ้งสุดตัว ทำจดหมายและรูปถ่ายร่วงหล่นกระจายเต็มพื้น บานประตูไม้ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง ร่างสูงใหญ่ของพยัคฆ์ก้าวเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าดวงตาสีเข้มคู่นั้นกลับจับจ้องมาที่เธอนิ่งสนิท ราวกับล่วงรู้ทุกสิ่งที่เธอกำลังค้นพบ
พยัคฆ์ก้มลงหยิบภาพถ่ายใบหนึ่งขึ้นมาจากพื้น เป็นภาพของหญิงสาวหน้าตางดงามละม้ายคล้ายคลึงกับรินรดากำลังยิ้มแย้มอยู่ในอ้อมแขนของชายหนุ่มร่างกำยำ... ซึ่งก็คือตัวของพยัคฆ์ในวัยหนุ่มฉกรรจ์นั่นเอง
"เจอแล้วสินะ..." เสียงทุบต่ำเอ่ยขึ้นแผ่วเบา ทว่าก้องกังวานบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "ความจริงที่ตระกูลแสนระยำของเธอ พยายามใช้เงินและอำนาจกลบฝังมันลงไป... ความจริงที่ทำให้ฉันต้องกลายมาเป็นซาตานที่คอยล่าผลาญพวกเธอจนถึงทุกวันนี้"
รินรดากลืนน้ำฝาดเหนียวหนืดลงคอ ดวงตาเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำใส หัวใจปวดหนึบราวกับถูกบีบขยำด้วยมือของมัจจุราช เธอเงยหน้าขึ้นสบตาพยัคฆ์ด้วยความหวาดหวั่นระคนสับสน
"มัน... หมายความว่ายังไงกันแน่ พยัคฆ์? แม่ฉัน..."
"แม่ของเธอไม่ใช่เมียรักของเศรษฐีผู้สูงส่งอย่างที่เธอเข้าใจ..." พยัคฆ์ก้าวเข้าไปประชิดตัวหญิงสาวที่ยืนหลังชนผนังห้อง ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดรดต้นคอ ขณะที่นิ้วมือหยาบกร้านเชยคางมนขึ้นบังคับให้เริงรดาต้องสบตาเขาตรงๆ แววตาดุดันฉายประกายเจ็บปวดล้ำลึกที่ถูกซ่อนเร้นมานานนับทศวรรษ
"แต่ท่านคือ 'ผู้หญิงของฉัน' ...คนที่พ่อของเธอใช้ปืนจ่อหัวบังคับให้พรากจากอกฉันไป เพื่อเอาไปแต่งงานใช้หนี้อุบาทว์!"
**************************************************
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามความดุเดือดนี้ร่วมกันนะครับ
ดิบเถื่อนกลางพายุฝุ่น: บัญชีแค้นแลกจูบ•ตอนที่ 11
ความจริงในจดหมายเก่า
ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดิบเถื่อนกลางพายุฝุ่น: บัญชีแค้นแลกจูบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!