กลิ่นไอดินชื้นฝนและกลิ่นกาแฟดำคั่วเข้มลอยอวลอยู่ในห้องทำงานกว้าง ร่างสูงใหญ่ของพยัคฆ์ยืนค้ำโต๊ะไม้สักทอง นัยน์ตาดุดั่งพญาเสือป่าจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยประกายไฟที่ยากจะดับมอด คำพูดจากตอนที่แล้วยังคงก้องกังวานอยู่ในความเงียบงัน... *แต่ท่านคือ 'ผู้หญิงของฉัน' ...คนที่พ่อของเธอใช้ปืนจ่อหัวบังคับให้พรากจากอกฉันไป เพื่อเอาไปแต่งงานใช้หนี้อุบาทว์!*
รินรดาสะท้านไปทั้งร่าง ความจริงที่ถูกกระชากออกมาจากอดีตอันเจ็บปวดทำให้หัวใจดวงน้อยบีบรัดจนเจ็บแปลบ เธอยืนพิงขอบหน้าต่าง ปลายคางเชิดขึ้นอย่างพยายามรักษาศักดิ์ศรีครั้งสุดท้าย แม้ขาทั้งสองข้างจะแทบพยุงร่างไว้ไม่ไหว
"คุณพูดเรื่องอะไร... พยัคฆ์" เสียงของเธอสั่นพร่า หญิงสาวเบือนหน้าหนีสายตาร้อนแรงที่ราวกับจะแผดเผาเธอให้เป็นจุล
"อย่ามาทำเป็นไขสดับ รินรดา!" พยัคฆ์คำรามต่ำในลำคอ ร่างหนาก้าวเข้าประชิดด้วยความเร็วราวกับเสือชีตาร์ตะครุบเหยื่อ เพียงชั่วพริบตาเดียว แผ่นหลังบางก็ถูกต้อนจนแนบติดกับกระจกใสเย็นเยียบ ขณะที่วงแขนแข็งแกร่งราวกับท่อนซุงยกขึ้นกักขังเธอไว้ตรงกลาง "เธอคิดว่าความทรงจำบ้าๆ นั่นมันเลือนหายไปจากหัวฉันได้ง่ายนักรึไง วันที่ตระกูลสารเลวของเธอเอาปืนจ่อหัวฉันเพื่อแย่งเธอไป... ฉันจำมันฝังกระดูก!"
ลมหายใจร้อนผ่าวของชายหนุ่มปะทะเข้ากับซอกคอขาวเนียน กลิ่นกายบุรุษเพศที่เต็มไปด้วยความดิบเถื่อนและอำนาจแผ่ซ่านจนรินรดารู้สึกหายใจไม่ออก เธอยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามภายใต้เสื้อเชิ้ตสีเข้ม แต่แรงอันน้อยนิดของเธอกลับไม่ต่างอะไรจากการสะกิดเสือหลับ
"ปล่อยฉัน... ถ้าเกลียดฉันนัก ทำไมไม่ปล่อยให้ฉันเป็นอิสระเสียที!" รินรดาตวาดกลับ นัยน์ตาคู่สวยเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำใส แต่มันกลับยิ่งกระตุ้นสัญชาตญาณดิบในตัวชายหนุ่มให้พลุ่งพล่านหนักขึ้น
"อิสระเหรอ?" พยัคฆ์หัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดปนความกระหาย "สำหรับเธอ... ไม่มีวันนั้น รินรดา ในเมื่อพ่อของเธอพรากเธอไปจากฉัน คืนนี้... ฉันจะทวงทุกอย่างคืน ทั้งตัวและหัวใจที่เธอติดค้างฉันไว้!"
ริมฝีปากหยักลึกทาบทับลงมาอย่างไร้ความปรานี รสจูบดุดัน ร้อนแรง และเต็มไปด้วยความโหยหาที่อัดอั้นมานานหลายปีถาโถมเข้าใส่ รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ พยายามจะเบี่ยงหน้าหลบและทุบตีประท้วง แต่เรียวปากแข็งแกร่งกลับบดขยี้กลีบปากนุ่มอย่างเอาแต่ใจ ลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างหิวกระหาย สัมผัสที่ทั้งคุกคามและวาบหวามทำให้สมองของหญิงสาวขาวโพลน แรงต่อต้านที่เคยมีค่อยๆ ละลายหายไปกับความเร่าร้อนที่เขาถ่ายทอดให้
มือหนาเลื่อนลงมาโอบกระชับเอวบางให้แนบชิดติดกับกายแกร่ง ความรู้สึกคุ้นเคยจากอดีตที่ฝังรากลึกผสานเข้ากับความปรารถนาอันดิบเถื่อนในปัจจุบัน ทำให้รินรดากลั้นสะื้นออกมาในลำคอ มือเรียวที่เคยผลักไสเปลี่ยนเป็นกำเสื้อเชิ้ตของเขาแน่นโดยไม่รู้ตัว แรงดึงดูดระหว่างพวกเขารุนแรงเสียจนกฎเกณฑ์ทุกอย่างพังทลาย
พยัคฆ์ผริมฝีปากออกช้าๆ ลมหายใจหอบกระชั้นของทั้งคู่ประสานกันในความเงียบ ดวงตาคมกริบมองสำรวจใบหน้าหวานที่แดงก่ำและริมฝีปากบวมเจ่อจากการจูบอันดุเดือด แววตาของเขาเปลี่ยนจากความเกรี้ยวกราดเป็นความลุ่มหลงที่ยากจะต้านทาน
"เธอยังเป็นของฉัน... รินรดา" เขาพกระซิบเสียงพร่าชิดริมฝีปากนุ่ม น้ำเสียงนั้นไม่ใช่คำถาม แต่เป็นประกาศิตที่เธอไม่มีวันปฏิเสธได้
ร่างสูงช้อนอุ้มร่างบางขึ้นแนบอกในท่าเจ้าสาว รินรดาอุทานด้วยความตกใจ เผลอคล้องคอเขาไว้ตามสัญชาตญาณ แววตาที่พวกเขามองกันและกันในวินาทีนั้นไม่มีความหวาดกลัวเหลืออยู่ มีเพียงเปลวไฟแห่งความปรารถนาที่โหมกระหน่ำเผาผลาญหัวใจทั้งสองดวง พยัคฆ์ก้าวเท้ายาวๆ ไปยังเตียงนอนกว้างกลางห้อง พลางวางร่างอรชรลงบนฟูกนุ่มอย่างทะนุถนอมท่ามกลางความป่าเถื่อนที่ยังคงกรุ่นอยู่ในแววตา
แสงจันทร์สาดส่องผ่านกระจกหน้าต่างกระทบเรือนร่างของทั้งสองที่เริ่มทับซ้อนกัน พยัคฆ์ทาบทับร่างหนาลงไป ปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่กับแก้มเนียนและซอกคอหอมกรุ่น มือใหญ่อันหยาบกร้านลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าภายใต้เนื้อผ้า รินรดาสั่นสะท้านไปทั้งร่างยามที่สัมผัสอุ่นร้อนลากผ่านผิวเนื้อ ทุกการสัมผัสเต็มไปด้วยความโหยหา การลงทัณฑ์ และความรักที่ถูกกักเก็บไว้ภายใต้ความแค้นอันยาวนาน
เสื้อผ้าหลุดรุ่ยออกทีละชิ้นตามแรงอารมณ์ที่พุ่งทะยานถึงขีดสุด บทเพลงแห่งค่ำคืนอันเร่าร้อนและดิบเถื่อนเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางเสียงหอบหายใจและเสียงครางแผ่วเบาที่เคล้าคลอไปกับเสียงฝนตกโปรยปรายนอกหน้าต่างไร่อ้อย ความเจ็บปวดในอดีตถูกชะล้างด้วยความสุขสมทางกายที่รุนแรงและลึกซึ้ง พยัคฆ์มอบสัมผัสที่ทั้งดุดันและอ่อนโยนในคราเดียวกัน ราวกับต้องการหลอมรวมเธอให้เป็นเนื้อเดียวกับวิญญาณของเขา รินรดาโอบกอดแผ่นหลังกว้างที่มีรอยแผลเป็นจากอดีตไว้แน่น ปล่อยให้ตัวเองจมดิ่งลงไปในหุบเหวแห่งเสน่หาที่ชายหนุ่มขุดล่อไว้โดยไม่คิดจะปีนป่ายขึ้นมาอีกเลย
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครรู้ จนกระทั่งพายุอารมณ์สงบลง เหลือเพียงเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของทั้งคู่ที่นอนกกกอดกันใต้ผ้าห่มผืนหนา รินรดานอนซบอยู่บนแผงอกกว้าง นิ้วเรียวของพยัคฆ์เกลี่ยปอยผมที่ชื้นเหงื่อออกจากใบหน้าของเธออย่างเบามือ แววตาของเจ้าพ่อไร่อ้อยอ่อนแสงลงอย่างที่รินรดาไม่เคยเห็นมาก่อน
ทว่า... ความเงียบสงบในห้องนอนกลับถูกทำลายลงด้วยเสียงเคาะประตูรัวเร็วและเสียงฝีเท้าหนักหลายคู่ที่ดังขึ้นที่หน้าเรือนพัก ประตูห้องทำงานด้านนอกถูกถีบเปิดออกเสียงดังสนั่นหวั่นไหว!
พยัคฆ์ขมวดคิ้วแน่น ผุดลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็วโดยมีผ้าห่มคลุมกาย นัยน์ตาดุดั่งพญาเสือหันขวาไปมองที่ประตูห้องนอนด้วยความกรุ่นโกรธ ก่อนที่เสียงทุ้มห้าวของผู้มาเยือนยามวิกาลจะตะโกนก้องเข้ามาทำให้รินรดาสะดุ้งสุดตัว
"คุณพยัคฆ์! แย่แล้วครับ... คนจากกรุงเทพฯ บุกเข้ามาล้อมเรือนใหญ่ พร้อมหมายจับคดีอุกฉกรรจ์ของคุณนายใหญ่!"
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนนิยายเรื่องนี้ด้วยดีเสมอมานะครับ
ดิบเถื่อนกลางพายุฝุ่น: บัญชีแค้นแลกจูบ•ตอนที่ 12
เปลวไฟแห่งความโหยหา
ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดิบเถื่อนกลางพายุฝุ่น: บัญชีแค้นแลกจูบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!