ดิบเถื่อนกลางพายุฝุ่น: บัญชีแค้นแลกจูบ•ตอนที่ 3

เดิมพันไร้ทางเลือก

ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
ปัง! ปัง! ปัง! เสียงทุบประตูไม้เนื้อแข็งด้านนอกดังสนั่นหวั่นไหวราวกับจะพังทลายเข้ามาในเสี้ยววินาที รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ หัวใจของเธอกระโจนขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ ความหนาแน่นของอากาศภายในห้องนอนกว้างขวางหรูหราแต่ไร้ทางออกนี้พลันบีบอัดจนแทบหายใจไม่ออก เรียวคิ้วสวยขมวดเข้าหากันอย่างดุดัน เธอไม่ใช่ผู้หญิงที่จะยอมตกเป็นเบี้ยล่างให้ใครข่มเหงง่ายๆ ร่างระหงในชุดเดรสยาวรัดรูปขยับถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ ขณะที่สายตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังบานประตูไม้ที่สั่นสะเทือนตามแรงกระแทกจากด้านนอก "เปิดห้อง! นายสั่งให้ท่านผู้หญิงเตรียมตัวย้ายของเดี๋ยวนี้!" เสียงทุบกระแทกพร้อมคำสั่งห้าวห้วนของลูกน้องคนสนิทของพยัคฆ์ดังแทรกเข้ามา รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนแทบห่อเลือด ความโกรธเกรี้ยวพุ่งพล่านขึ้นมาตีคู่กับความระแวง เธอปฏิเสธที่จะตอบรับเสียงคำรามนั้น มือเรียวคว้าแจกันเซรามิกราคาแพงบนโต๊ะข้างเตียงมาถือไว้มั่น เตรียมพร้อมที่จะฟาดใส่ใครก็ตามที่กล้าบุกรุกเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของเธอโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่ก่อนที่เธอจะได้ทันเหวี่ยงอาวุธในมือ ลูกบิดประตูกลับหมุนวนด้วยมือของคนที่อยู่ด้านนอก เสียงกลไกโลหะดีดตัวดังคลิก... ประตูบานใหญ่ถูกผลักเปิดผางเข้ามาอย่างไร้มารยาท! รินรดายกแจกันขึ้นสูงด้วยท่าทางเตรียมพร้อมปะทะ แววตาดุดันฉายชัดความไม่ยอมคน ทว่าภาพที่ปรากฏตรงหน้ากลับไม่ใช่ลูกน้องของเขาอย่างที่คาดคิด แต่เป็นร่างสูงใหญ่ของ "พยัคฆ์" เจ้าของไร่หนุ่มผู้ทรงอิทธิพล ที่ยืนตระหง่านเต็มกรอบประตูด้วยท่าทางคุกคาม ดวงตาคมกริบคู่นั้นดุดันราวกับพญาสิงห์ที่กำลังจ้องตะครุบเหยื่อ และรอยยิ้มเยียบเย็นที่มุมปากของเขาก็ทำให้บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนติดลบ "คิดจะทำอะไร?" เสียงทุบต่ำทรงอำนาจเอ่ยถามขึ้น พร้อมกับสายตาที่มองตรงไปยังแจกันในมือเรียวของเธออย่างไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย "ออกไปจากห้องฉันนะ พยัคฆ์!" รินรดาตวาดเสียงกร้าว ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความเดือดดาล "คุณไม่มีสิทธิ์มาบุกรุกห้องนอนของฉันแบบนี้! นี่มันละเมิดกันเกินไปแล้ว!" พยัคฆ์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความหยิ่งผยอง ขายยาวก้าวเข้ามาในห้องทีละก้าวอย่างเชื่องช้า แต่มั่นคงราวกับสัตว์ป่าที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม ทุกย่างก้าวของเขาทำให้รินรดาต้องถอยหลังหนีโดยอัตโนมัติ จนกระทั่งแผ่นหลังบอบบางชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ "ละเมิด?" พยัคฆ์ทวนคำด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน เขายื่นมือหนาออกไปคว้าแจกันเซรามิกในมือเธอออกอย่างไร้ความปรานี ก่อนจะโยนมันทิ้งลงบนพรมหนานุ่มอย่างไร้ค่า เสียงวัตถุกระทบพื้นดังอื้ออึงในความเงียบ "ในไร่สลักไผ่แห่งนี้... ไม่มีคำว่า 'ละเมิด' สำหรับฉัน มีแต่คำว่า 'คำสั่ง' ที่เธอต้องเชื่อฟังเท่านั้น" "คุณมันเผด็จการ บ้าอำนาจ!" รินรดาเชิดหน้าขึ้นสู้ แม้หัวใจจะเต้นระรัวด้วยความตื่นตระหนกจากระยะห่างที่ใกล้จนเกินไป ลมหายใจอุ่นร้อนของเขาปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียนของเธอ กลิ่นอายบุหรี่จางๆ ผสมผสานกับกลิ่นกายบุรุษเพศที่ทรงพลังแผ่ซ่านจนเธอแทบหายใจไม่ออก พยัคฆ์โน้มใบหน้าลงมาหาเธอ ร่างกายกำยำบดบังแสงไฟจากโคมระย้าจนเกิดเงาทอดทับร่างของเธอไว้มิดชิด มือหนาเอื้อมไปตรึงข้อมือเรียวทั้งสองข้างไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียวอย่างง่ายดาย แรงบีบกระชับที่ข้อมือทำให้นิ้วมือของเธอชาหนึบ แต่เธอก็ยังดิ้นรนสุดแรง "ปล่อยฉันนะ!" "ดิ้นเข้าไป... ยิ่งเธอพยศมากเท่าไหร่ ฉันก็ยิ่งอยากจะปราบให้พยศหมดฤทธิ์คาอกฉันมากเท่านั้น" พยัคฆ์กระซิบชิดริมหูของเธอ น้ำเสียงทุบต่ำพร่าสั่นด้วยแรงปรารถนาอันดิบเถื่อนที่ถูกจุดชนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว สายตาของเขาต่ำลงมองริมฝีปากอิ่มที่กำลังเม้มเข้าหากันด้วยความโกรธ รินรดารู้สึกถึงอันตรายที่แผ่ออกมาจากร่างกายของชายหนุ่ม เธอพยายามเบือนหน้าหนีสัมผัสร้อนผ่าวที่เริ่มคุกคาม แต่พยัคฆ์กลับใช้มืออีกข้างเชยคางมนของเธอขึ้นบังคับให้สบตา ปลายนิ้วหยาบกร้านลูบไล้กรอบหน้าเนียนอย่างถือสิทธิ์ สัมผัสของเขาเต็มไปด้วยความเร่าร้อนและดุดัน ราวกับต้องการประกาศความเป็นเจ้าของบนเรือนร่างของเธออย่างเบ็ดเสร็จ "จำเอาไว้ รินรดา..." พยัคฆ์กระซิบเสียงพร่า ริมฝีปากหยักลึกเฉียดผ่านใบหูและซอกคอขาวผ่องอย่างจงใจ ทำให้หญิงสาวสะท้านเยือกไปทั้งร่าง "ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป โลกภายนอกถูกตัดขาดจากเธอโดยสมบูรณ์ ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ ไม่มีทางหนี และไม่มีใครช่วยเธอได้ทั้งนั้น... นอกจากฉันคนเดียว" คำประกาศนั้นดังก้องอยู่ในโสตประสาทของรินรดา ทำให้ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงสุดขีด "คุณ... คุณทำแบบนี้ไม่ได้นะ! ฉันมีสิทธิ์ มีอิสระ—" "เธอไม่มีสิทธิ์อะไรทั้งสิ้นในอาณาจักรของฉัน นอกจากสิทธิ์ในการรองรับความแค้นและไฟปรารถนาที่เธอกับครอบครัวก่อเอาไว้" พยัคฆ์ตัดบทอย่างเยือกเย็น ก่อนจะประทับริมฝีปากร้อนจัดลงบนเรียวปากอิ่มของเธออย่างดุดันและเอาแต่ใจ รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธยายามเม้มปากแน่นและสะบัดหน้าหนีเพื่อขัดขืน แต่แรงมหาศาลของชายหนุ่มทำให้เธอไม่ต่างอะไรจากลูกนกในกำมือ พยัคฆ์ขบเม้มริมฝีปากของเธอด้วยความหมั่นเขี้ยว ก่อนจะใช้เรียวลิ้นร้อนรุกรานแทรกผ่านกลีบปากนุ่มเข้าไปตักตวงความหวานล้ำอย่างเอาแต่ใจ รสจูบทั้งดิบเถื่อน ดุดัน และเต็มไปด้วยแรงขับทางอารมณ์อันรุนแรง ทำให้สติสัมปชัญญะของรินรดาพร่าเลือนลงในชั่วพริบตา ความโกรธเกรี้ยวในตอนแรกเริ่มถูกหลอมละลายด้วยความร้อนลุ่มที่แผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย ร่างกายของเธออ่อนยวบลงอย่างน่าละอายเมื่อฝ่ามือหนาของเขาเริ่มลูบไล้ไปตามแนวโค้งเว้าของแผ่นหลังผ่านเนื้อผ้าบางเบา บีบเคล้นสะโพกอิ่มให้แนบชิดติดกับร่างกายกำยำของเขาอย่างไร้ช่องว่าง สัมผัสที่ลึกซึ้งและเร่าร้อนทำให้เสียงครางประท้วงในลำคอของหญิงสาวเปลี่ยนเป็นเสียงหอบหายใจแผ่วเบา รินรดาพยายามยกมือขึ้นดันอกแกร่งของเขาไว้ แต่ปลายนิ้วกลับจิกเกร็งลงบนเสื้อผ้าของเขาเพื่อพยุงร่างตัวเองไม่ให้ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น เคมีอันตรายระหว่างทั้งคู่ระเบิดออกเป็นประกายไฟที่พร้อมจะเผาไหม้ทุกสิ่งให้เป็นจุล พยัคฆ์ผริมฝีปากออกช้าๆ อย่างอ้อยอิ่ง ปล่อยให้รินรดาหอบหายใจโกยอากาศเข้าปอดด้วยใบหน้าแดงก่ำ ดวงตาคู่คมของเขาพราวระยับด้วยความพึงพอใจเมื่อเห็นเธอนั่งหมดแรงพิงผนังห้องโดยมีอ้อมแขนแกร่งของเขาล้อมกรอบไว้อย่างแน่นหนา "ทีนี้... จะยอมเชื่อฟังคำสั่งดีๆ หรือจะต้องให้ฉันใช้วิธีอื่นปราบเธอ บนเตียงนี้?" พยัคฆ์กระซิบถามชิดริมฝีปากของเธอ น้ำเสียงทุบต่ำเต็มไปด้วยการคุกคามที่ไร้ทางหลีกหนี รินรดากัดริมฝีปากที่บวมเจ่อจากการจูบ เธอส่งสายตาแข็งกร้าวกลับไปแม้ร่างกายจะสั่นเทาด้วยพิษสวาทที่เขาสร้างขึ้น "ต่อให้คุณขังฉันไว้ที่นี่ได้... คุณก็ไม่มีวันชนะใจฉัน พยัคฆ์!" พยัคฆ์หัวเราะในลำคอแผ่วเบa แววตาดาร์กโรมานซ์ลึกล้ำขึ้นจนน่ากลัว "ใครบอกว่าฉันต้องการใจของเธอ?" เขายกยิ้มมุมปากอย่างเหนือกว่า "ฉันต้องการแค่ร่างกายที่ดื้อรั้นนี่... มาชดใช้หนี้แค้นต่างหากล่ะ" พูดจบ เขาก็ช้อนร่างบางขึ้นแนบอกในท่าอุ้มเจ้าสาวท่ามกลางเสียงอุทานด้วยความตกใจของหญิงสาว รินรดาพยายามทุบอกเขาแต่ก็ไร้ผลเมื่อร่างสูงก้าวฉับๆ ตรงไปยังเตียงนอนกว้างหลังใหญ่กลางห้องโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ดิ้นรนหนี ทว่า... ในวินาทีที่พยัคฆ์กำลังจะเหวี่ยงร่างของเธอลงบนฟูกนุ่ม เสียงเคาะประตูดังปังๆ ที่หน้าห้องนอนอีกครั้ง พร้อมกับเสียงตะโกนกระหืดกระหอบของลูกน้องคนเดิมก็ดังแทรกเข้ามาขัดจังหวะความเร่าร้อนนั้นเสียก่อน "นายครับ! แย่แล้วครับ... มีแขกไม่ได้รับเชิญบุกเข้ามาถึงหน้าเรือนใหญ่แล้วครับ!" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามความเร่าร้อนและร่วมลุ้นไปกับเกมแค้นครั้งนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดิบเถื่อนกลางพายุฝุ่น: บัญชีแค้นแลกจูบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%