ดิบเถื่อนกลางพายุฝุ่น: บัญชีแค้นแลกจูบ•ตอนที่ 2

กลิ่นดินกลิ่นกาม

ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
เสียงล็อกกลอนประตูไม้สักหนาหนักดัง ‘กริ๊ก’ สะท้อนก้องไปทั่วห้องนอนรับรองแขก ราวกับเสียงเคาะโลงศพที่ตอกปิดตายทางหนีทีไล่ทั้งหมดของรินรดา หญิงสาวยืนหลังชนบานประตูเย็นเฉียบ ลมหายใจสะดุดติดปลายนวม เม้มริมฝีปากแน่นจนซีดเผือด ขณะที่ร่างสูงใหญ่ของพยัคฆ์ก้าวเข้ามาหาทีละก้าวอย่างเชื่องช้า แต่มั่นคงราวกับพญาเสือที่ต้อนเหยื่อจนมุมในกรงขัง กลิ่นอายเฉพาะตัวของเขา—กลิ่นบุหรี่เข้ม ผสมผสานกับกลิ่นดิน กลิ่นเหงื่อจากการทำงานกลางไร่อ้อย และกลิ่นไอร้อนระอุของบุรุษเพศ—ลอยอบอวลเข้ามาคุกคามประสาทสัมผัสจนแทบหายใจไม่ออก "เกมของเรายังไม่จบแค่นี้หรอก... คุณหนู" คำพูดทิ้งท้ายจากห้องทำงานเมื่อครู่ยังคงดังสะท้อนอยู่ในโสตประสาท แต่วันนี้... ตอนนี้ ความหมายของมันกำลังเปลี่ยนรูปเป็นความจริงอันดิบเถื่อนที่เธอไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ รินรดากำหมัดแน่น เล็บจิกเข้ากับฝ่ามือจนรู้สึกเจ็บ เพื่อเรียกสติและศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่ทั้งหมด "คุณพยัคฆ์ คุณกำลังทำเกินไป... ปล่อยฉันกลับห้อง" พยัคฆ์หยุดยืนตรงหน้าเธอ ระยะห่างระหว่างกันเหลือเพียงแค่คืบเดียว ดวงตาคมกริบสีนิลคู่นั้นกวาดมองสำรวจเรือนร่างระหงที่สั่นเทิ้มด้วยความโกรธและความกลัว ปะปนกันอย่างชัดเจน เขายกมือขึ้น ปลายนิ้วหยาบกร้านจากการจับไร่ไถนาเอื้อมไปเกลี่ยปอยผมที่คลอเคลียอยู่ข้างแก้มเนียนอย่างถือวิสาสะ รินรดาเบือนหน้าหนีด้วยความรังเกียจ แต่พยัคฆ์กลับใช้นิ้วแข็งดึงคางของเธอให้หันกลับมาสบตา บังคับให้เธอยอมรับการคุกคามนี้โดยตรง แรงบีบที่ปลายคางหนักหน่วงพอประมาณ เจ็บแต่ไม่อาจขัดขืน "เกินไปงั้นเหรอ?" เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟัน แฝงแววเย้ยหยันและร-ะอุไปด้วยไฟแค้น "คุณพ่อของคุณเหยียบย่ำศักดิ์ศรีครอบครัวผมไว้แค่ไหน รินรดา... สิ่งที่คุณกำลังเผชิญตอนนี้ มันยังไม่ถึงเศษเสี้ยวของความเจ็บปวดที่ผมกับแม่ต้องได้รับด้วยซ้ำ" "ฉันไม่เคยรู้เรื่องธุรกิจสกปรกของพ่อ! ทำไมคุณถึงต้องมาลงที่ฉัน!" เธอกัดฟันกรอด น้ำตาแห่งความคับแค้นเอ่อคลอเบ้า แต่หญิงสาวก็พยายามกลั้นมันไว้ ไม่ยอมให้มันไหลลงมาประจานความอ่อนแอต่อหน้าผู้ชายคนนี้เด็ดขาด พยัคฆ์แค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก "ไม่รู้เรื่อง... งั้นเหรอ? งั้นก็ถือว่าคุณมารับเคราะห์แทนผู้ให้กำเนิดก็แล้วกัน... ในฐานะที่เกิดมาเป็นลูกสาวสุดที่รักของมัน" สิ้นคำพูด ร่างสูงก็โน้มใบหน้าลงมาประกบปิดเรียวปากอิ่มทันทีโดยไม่ให้ตั้งตัว! รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธอกระแทกกำปั้นทุบเข้าที่อกแกร่งของเขาอย่างแรงเพื่อขัดขืน แต่การกระทำนั้นกลับเหมือนกับการเอานุ่นไปตีภูเขาเหล็ก พยัคฆ์ไม่สะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย มือหนาข้างหนึ่งรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไขว้ไว้เหนือศีรษะด้วยมือเดียวอย่างง่ายดายด้วยพละกำลังมหาศาล ส่วนมืออีกข้างบีบล็อกท้ายทอยของเธอไว้แน่น ไม่ยอมให้ขยับหนีไปไหน สัมผัสแรกดุดัน ร้อนแรง และเต็มไปด้วยความโกรธแค้น ริมฝีปากหยักบดขยี้กลีบปากนุ่มอย่างเอาแต่ใจ ราวกับต้องการลงทัณฑ์และทำลายล้างความถือดีของเธอให้แหลกคามือ รินรดาพยายามเม้มปากแน่นสนิทเพื่อขัดขืน แต่มีหรือที่คนเจนจัดอย่างพยัคฆ์จะยอมแพ้ เขาใช้ฟันคมขบเม้มริมฝีปากล่างของเธอเบาๆ จนหญิงสาวต้องสะดุ้งเผยอริมฝีปากครางอื้อด้วยความเจ็บ และนั่นคือจังหวะที่ลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ จูบที่เริ่มต้นด้วยความโกรธเกรี้ยว ค่อยๆ แปลเปลี่ยนเป็นรสสัมผัสที่ลึกซึ้งและร้อนรุ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามแรงปรารถนาอันดิบเถื่อนที่ถูกปลุกเร้า รินรดาจากที่เคยขัดขืนสุดกำลัง เริ่มรู้สึกว่าเรี่ยวแรงในกายค่อยๆ ละลายหายไปกับความวาบหวามที่เขาเป็นผู้ชี้นำ ลมหายใจของทั้งคู่หอบกระชั้น รสชาติของความเค็มปร่าจากหยาดน้ำตาที่ไหลรินผสมปนเปไปกับรสจูบอันเร่าร้อน พยัคฆ์ผริมฝีปากออกช้าๆ อย่างเสียดาย ปล่อยให้เธอกอบโกยอากาศเข้าปอด ดวงตาคมกริบมองสำรวจใบหน้าแดงก่ำ ริมฝีปากบวมเจ่อและชุ่มฉ่ำด้วยพิษรักของเขา แววตาของชายหนุ่มฉายประกายความเร่าร้อนและดิบเถื่อนอย่างปิดไม่มิด "หวาน..." เขากระซิบเสียงพร่าข้างใบหูที่ขึ้นสีแดงจัด ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหงจนเธอกายสั่นสะท้าน "หวานกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก... คุณหนูริน" "คุณ... คนป่าเถื่อน..." เธอหอบหายใจหนักหน่วง เสียงสั่นพร่าด้วยความอับอายและสับสน "ใช่... ผมมันคนป่าเถื่อน" พยัคฆ์ยิ้มมุมปาก ยอมรับหน้าตาเฉย ก่อนที่มือหนาจะเลื่อนลงมาลูบไล้ไปตามแนวโค้งเว้าของเอวคอดกิ่ว ผ่านเนื้อผ้าซาตินบางเบา สัมผัสอุ่นจัดจากปลายนิ้วของเขาทำให้ผิวเนื้อของรินรดาร้อนผ่าวราวกับโดนไฟลวก "และคนป่าเถื่อนคนนี้แหละ ที่จะสอนให้คุณได้รู้ว่า... ศักดิ์ศรีที่คุณถือดีนัก มันไม่มีค่าอะไรเลย เมื่ออยู่ต่อหน้าผม" เขาดึงร่างบางเข้ามาประชิดตัวจนแทบไม่เหลือช่องว่าง แผ่นอกกว้างแนบชิดกับทรวงอกอิ่มที่กระเพื่อมไหวตามจังหวะหัวใจที่เต้นรัว รินรดารู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงทางสรีระของเขา ความแข็งแกร่งอันตรายที่แนบอยู่ตรงหน้าท้องน้อยทำให้เธอหน้าแดงซ่านด้วยความตื่นตระหนก นี่ไม่ใช่แค่การขู่ขวัญ... แต่มันคือการประกาศยึดครองอย่างแท้จริง พยัคฆ์ก้มลงซุกไซ้ซอกคอขาวผ่อง สูดดมความหอมหวานจากเนื้อนวลอย่างเอาแต่ใจ ริมฝีปากร้อนผ่าวขบเม้มผิวเนื้ออ่อนจนเกิดรอยสีกุหลาบจางๆ รินรดาหลับตาปี๋ มือที่เคยถูกพันธนาการไว้ถูกปล่อยให้เป็นอิสระ แต่เธอกลับยกขึ้นมาจิกทึ้งไหล่กว้างของเขาแน่นเพื่อยึดเหนี่ยวร่างตัวเองไม่ให้ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น ความรู้สึกหลากหลายตีรวนอยู่ในอก ทั้งความโกรธ ความเกลียดชัง และความรู้สึกแปลกประหลาดที่กำลังแผดเผาร่างกายจนแทบคลั่ง ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดและเร่าร้อนจนแทบขาดใจ พยัคฆ์ก็หยุดชะงักการกระทำลงกะทันหัน เขาเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเธอ นัยน์ตาสีนิลคู่นั้นลุ่มลึกและยากจะหยั่งถึง ชายหนุ่มโน้มใบกระซิบชิดริมหูของเธอด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ เยnชา แต่แฝงไปด้วยความหมายที่ทำให้หัวใจของรินรดาดิ่งวูบลงไปถึงตาตุ่ม "จำใส่ใจไว้ซะรินรดา... คืนนี้เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น และคนที่พาแขกไม่ได้รับเชิญมาเยือนถึงไร่... ก็กำลังยืนรอเราอยู่ข้างล่างแล้ว" รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อเสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ดังขึ้นที่หน้าห้องนอน พร้อมกับเสียงทุบประตูที่ตามมาติดๆ ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของธานินทร์แดนเถื่อนเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดิบเถื่อนกลางพายุฝุ่น: บัญชีแค้นแลกจูบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%