กลิ่นควันบุหรี่ราคาถูกผสมผสานกับกลิ่นไอฝุ่นดินและคราบน้ำมันเครื่องคละคลุ้งอยู่ในห้องทำงานทึบแสง รินรดาขยับแว่นสายตาเล็กน้อยเพื่อซ่อนความสั่นไหวในดวงตาคู่สวย เธอนั่งหลังตรงอยู่บนเก้าอี้ไม้เนื้อแข็ง ท่ามกลางบรรยากาศที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก ตรงหน้าเธอคือชายหนุ่มในชุดเสื้อเชือกสีเข้มพับแขนขึ้นจนเห็นกล้ามเนื้อปูดโปนและรอยสักเลือนรางตรงต้นแขน ดวงตาคมกริบคู่นั้นจ้องมองเธอราวกับเสือร้ายที่กำลังพิจารณาเหยื่อในกรง
"บัญชีสามปีย้อนหลังอยู่ที่ฉันแล้ว คุณพยัคฆ์" น้ำเสียงของเธอนิ่งสนิท พยายามรักษาความเยือกเย็นท่ามกลางบรรยากาศที่คุกคาม "และฉันพบความผิดปกติในหมวดค่าใช้จ่ายของคนงาน... มากเกินกว่าจะปล่อยผ่าน"
พยัคฆ์ไม่ตอบทันที เขายังคงนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังเก่าๆ พ่นควันสีเทาจางออกจากปากช้าๆ ก่อนจะหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและดุดัน ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานทีละน้อย แรงกดดันจากตัวเขาราวกับพายุฝุ่นที่กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาบดบังแสงสว่างทั้งหมดในห้อง
"ความผิดปกติงั้นรึ?" เสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าดังขึ้นเหนือศีรษะของเธอ "คนจากตระกูลคุณผลาญเงินที่นี่ไปเท่าไหร่ ตลอดสิบปีที่ผ่านมาคุณเคยสนใจไหม คุณหนูรินรดา... หรือคิดว่าบินลัดฟ้ามาจากเมืองหลวงพร้อมกระเป๋าแบรนด์เนม แล้วจะมาสั่งชี้เป็นชี้ตายที่ไร่พยัคฆ์แห่งนี้ได้ตามใจชอบ"
รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างไม่เกรงกลัว แม้หัวใจจะเต้นรัวด้วยความหวาดหวั่น "ฉันมาในฐานะผู้ตรวจสอบบัญชีตามกฎหมาย ไม่ใช่ผู้มาขอความเมตตาจากคุณ"
"กฎหมายเหรอ?" พยัคฆ์แค่น22ยิ้มเหี้ยม เขายื่นมือหนาลงมาทุบลงบนโต๊ะไม้เสียงดังสนั่นจนเอกสารกระเพื่อม ใบหน้าคมคายโน้มต่ำลงมาจนลมหายใจร้อนผ่าวปะทะเข้ากับแก้ว nuan ของเธอ "ที่นี่ไม่มีกฎหมายอื่น... นอกจากกฎของฉัน"
ทันทีที่พูดจบ มือหนาก็เอื้อมมากระชากข้อมือเรียวของเธออย่างแรง รินรดาอุทานออกมาด้วยความตกใจ ร่างบางถูกดึงลุกขึ้นยืนประชิดตัวเขาโดยไม่ทันตั้งตัว แรงปะทะจากแผงอกกว้างที่ร้อนระอุราวกับเตาไฟทำให้เธอนิ่งอึ้ง กลิ่นกายบุรุษเพศที่อบอวลไปด้วยความดิบเถื่อนและเหงื่อไคลจางๆ พุ่งเข้าปะทะนาสิกจนสมองตื้อชา
"ปล่อยนะ!" เธอพยายามบิดข้อมือหนີ แต่แรงของเธอกลับเทียบไม่ได้เลยกับคีมเหล็กของเขา
"คิดจะมาตบหน้าฉันด้วยตัวเลขบนกระดาษเหรอ?" พยัคฆ์กระซิบชิดริมหู น้ำเสียงแหบพร่าสั่นระริกด้วยโทสะและแรงปรารถนาที่ถูกปลุกเร้าอย่างประหลาด ปลายนิ้วหยาบกร้านลากไล้ขึ้นมาจากข้อมือ ผ่านเรียวแขนเนียนนุ่มจนมาถึงต้นคอระหง ทำให้รินรดาสะท้านเฮือก ขนลุกชันไปทั้งร่างด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่ผสมผสานระหว่างความหวาดกลัวและแรงดึงดูดอันรุนแรงที่เธอปฏิเสธไม่ได้
"คุณ... มันคนป่าเถื่อน..." เสียงของเธอเริ่มสั่นพร่าเมื่อใบหน้าคมเข้มเลื่อนเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน
"ใช่... ฉันมันคนป่าเถื่อน" เขายิ้มมุมปาก นัยน์ตาดำสนิทลุกโชนด้วยไฟปรารถนาและแรงแค้นที่หลอมรวมเป็นหนึ่ง "และคนป่าเถื่อนอย่างฉันนี่แหละ... จะสอนให้คุณรู้ว่า อย่ามาเล่นกับไฟในไร่พยัคฆ์"
มืออีกข้างของเขาโอบกระชับเอวบางเข้าหาตัวแนบแน่นจนไร้ช่องว่าง รินรดารู้สึกได้ถึงแผ่นอกแกร่งที่สะท้อนขึ้นลงตามจังหวะลมหายใจอันร้อนรุ่ม ศักดิ์ศรีที่เธอพยายามปกป้องเริ่มสั่นคลอนเมื่อริมฝีปากหยักลึกเคลื่อนเข้ามาใกล้ริมฝีปากอิ่มของเธอทีละนิด ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวแก้วจนแทบหลอมละลาย ร่างกายของเธอตอบสนองต่อสัมผัสอันตรายนี้อย่างน่าละอาย หัวใจเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก
ทว่า ในวินาทีที่ริมฝีปากของเขากำลังจะทาบทับลงมาเพื่อมอบบทลงโทษอันเร่าร้อน เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับเสียงตะโกนตื่นตระหนกจากลูกน้องด้านนอก
"ลูกพี่! เกิดเรื่องแล้วครับ! คนของเราเจอรถต้องสงสัยวะรอยต่อเขตไร่... เหมือนพวกมันแอบขนของเถื่อนเข้ามา!"
พยัคฆ์ชะงัก ดวงตาคมกริบละจากริมฝีปากของรินรดาอย่างไม่สบอารมณ์ เขาสบถเบาๆ ในลำคอด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะก้มลงกระซิบข้างหูเธอน้ำเสียงพร่าต่ำที่สั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ
"เกมของเรายังไม่จบแค่นี้หรอก... คุณหนู"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านตอนแรกด้วยนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
ดิบเถื่อนกลางพายุฝุ่น: บัญชีแค้นแลกจูบ•ตอนที่ 1
ผู้มาเยือนจากเมืองหลวง
ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดิบเถื่อนกลางพายุฝุ่น: บัญชีแค้นแลกจูบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!