"นายครับ! แย่แล้วครับ... มีแขกไม่ได้รับเชิญบุกเข้ามาถึงหน้าเรือนใหญ่แล้วครับ!"
เสียงตะโกนแหบพร่าของลูกน้องคนสนิทดังลั่นผ่านประตูกระจกหนา ภายในห้องทำงานส่วนตัวที่อบอวลไปด้วยกลิ่นยาสูบราคาแพงและกลิ่นอายความดุดันของพยัคฆ์ ชายหนุ่มละสายตาจากกองเอกสารบัญชีไร่อ้อยอันมืดมน ใบหน้าคมคายไร้ซึ่งความตกใจ มีเพียงรอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปากหนา ดวงตาคมกริบดั่งพญาเสือป่ากวาดมองร่างระหงของรินรดาที่ยืนตัวสั่นอยู่หน้าโต๊ะทำงานของเขา
แขกไม่ได้รับเชิญงั้นหรือ... ในอาณาจักรกลางทะเลทรายอ้อยแห่งนี้ นอกจากคนของเขาแล้ว ก็มีแต่ศัตรูที่รนหาที่ตายเท่านั้น
พยัคฆ์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้เสื้อเชิ้ตพับแขนเผยให้เห็นกล้ามเนื้อแน่นตึงและรอยแผลเป็นจางๆ ที่บ่งบอกถึงอดีตอันโชกโชน เขาก้าวเท้าเข้าหารินรดาด้วยย่างก้าวที่เชื่องช้าแต่ทรงพลังราวกับเสือชีตาร์กำลังต้อนเหยื่อเข้ามุมห้อง กลิ่นกายบุรุษผสมผสานกับความดุดันแผ่ซ่านจนหญิงสาวต้องก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ จนแผ่นหลังบางชนเข้ากับชั้นหนังสือไม้มะค่าขนาดยักษ์
"แขกเหรื่ออะไรกัน... หรือว่าจะเป็นพวกสุนัขรับใช้ฝั่งพ่อของคุณ ที่ทนคิดถึงลูกสาวคนสวยไม่ไหว จนต้องบุกมาถึงถ้ำเสือ" พยัคฆ์เอ่ยเสียงทุ้มต่ำ ก้มหน้าลงกระซิบชิดใบหูขาวผ่อง ลมหายใจอุ่นจัดเป่ารดต้นคอระหงจนรินรดาขนลุกชันไปทั้งร่าง
"ถอยไปนะพยัคฆ์! ฉันไม่ใช่ตัวประกัน... และพ่อฉันก็ไม่ได้ส่งใครมาทั้งนั้น!" รินรดากัดฟันกรวด ฝืนเชิดหน้าขึ้นสู้แม้หัวใจจะเต้นระรัวราวกับกลองศึก ความโกรธเกลียดพวยพุ่งในอกจนดวงตากลมโตฉายแวววาวโรจน์ เธอเกลียดสัมผัสใกล้ชิดของเขา เกลียดแววตาราวกับผู้เหนือกว่าที่มองเธอเป็นเพียงสิ่งของชิ้นหนึ่งในเกมแก้แค้น
"ปากเก่งดีนี่... หวังว่าไอ้คนที่ยืนหน้าเรือนอยู่ตอนนี้ จะมีความกล้าหาญชาญชัยครึ่งหนึ่งของเธอก็แล้วกัน"
พยัคฆ์แค่นหัวเราะในลำคอ ก่อนจะคว้าข้อมือเรียวเล็กของเธอไว้แน่นด้วยมือเพียงข้างเดียว แรงบีบจากอุ้งมือหนาราวกับคีมเหล็ก รินรดา นิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวดแต่พยายามไม่หลุดเสียงร้องออกมาให้เขาได้ใจ มืออีกข้างของชายหนุ่มช้อนคางมนขึ้นบังคับให้เเววตาทั้งคู่ประสานกันอย่างเลี่ยงไม่ได้ แรงดึงดูดอันดิบเถื่อนและอันตรายแผ่ซ่านระหว่างคนทั้งสอง ราวกับประจุไฟฟ้าแรงสูงที่พร้อมจะเผาไหม้ทุกสิ่ง
"ตามฉันมา... ฉันจะพาไปดูว่า 'แขก' ที่เธออ้างนักหนา มันกล้าหาญแค่ไหนที่กล้าเหยียบเข้ามาในเขตอภัยทานของฉัน"
พยัคฆ์ลากจูงร่างบางให้เดินตามออกไปจากห้องทำงานอย่างไม่ยอมให้ปฏิเสธ รินรดาพยายามยื้อยุดและบิดข้อมือหนีสุดแรงกล้า แต่แรงของเธอกลับเทียบไม่ได้เลยกับบุรุษร่างยักษ์ผู้ผ่านการทำไร่ไถนาและห้ำหั่นมาโชกโชน ทั้งคู่ก้าวเดินผ่านทางเดินไม้สักทองลงสู่ระเบียงใหญ่หน้าเรือน ที่ซึ่งความวุ่นวายกำลังก่อตัวขึ้น
เบื้องล่างสนามหญ้ากว้าง ท่ามกลางแสงอาทิตย์ยามบ่ายที่สาดส่องกระทบใบอ้อยคมกริบ ร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทสากลภูมิฐานยืนล้อมรอบด้วยบอดี้และลูกน้องไร่พยัคฆ์นับสิบชีวิตที่ถือปืนลูกซองรอคำสั่ง ทันทีที่ร่างของรินรดาปรากฏขึ้นบนระเบียง ชายวัยกลางคนคนนั้นก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจระคนโล่งอก
"คุณริน! ลูกพ่อ!" เสียงทุ้มอันคุ้นเคยตะโกนก้อง
รินรดาเบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบ "คุณพ่อ...!"
ใช่... นั่นคือ 'ศิวะ' นักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลและบิดาบังเกิดเกล้าของเธอ ผู้ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเหยียบย่ำและทำลายครอบครัวของพยัคฆ์จนย่อยยับ บัดนี้ ศิวะกลับยืนอยู่ท่ามกลางปากกระบอกปืนของศัตรู เพื่อแลกกับการมาช่วยบุตรสาวเพียงคนเดียว
พยัคฆ์หยุดยืนอยู่ที่ริมระเบียง มือหนายังคงตรึงข้อมือนางเอกไว้แน่นราวกับปลอกเหล็ก รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคายอีกครั้ง ดวงตาคู่นั้นเปลี่ยนเป็นสีนิลที่ลึกล้ำและเต็มไปด้วยประกายแห่งความแค้นที่รอวันชำระ
"ยินดีต้อนรับสู่ 'นรก' ครับ... ท่านศิวะ" พยัคฆ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงดังกังวาน ทรงพลัง และเยียบเย็นเสียจนทุกคนรอบบริเวณเงียบกริบลงทันที
ศิวะกัดฟันกรวดด้วยความโกรธแค้นเมื่อเห็นสภาพลูกสาวสุดที่รักยืนอยู่ข้างชายหนุ่มผู้เป็นศัตรูคู่อาฆาต "พยัคฆ์! แกปล่อยลูกสาวฉันเดี๋ยวนี้! อยากได้เงินเท่าไหร่ หรือต้องการหุ้นส่วนไร่ทั้งหมดคืน ฉันยกให้แกได้ แต่ปล่อยตัวรินซะ!"
พยัคฆ์แค่นหัวเราะเสียงดังลั่น บรรยากาศรอบตัวแปรเปลี่ยนเป็นความกดดันขั้นสุด เขาก้มหน้าลงกระซิบข้างใบหูของรินรดาที่ยืนตัวสั่นเทาด้วยความกลัวและโกรธเกลียว ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวแก้มเนียน น้ำเสียงพร่าต่ำกระซิบคำประกาศิตที่สั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจของหญิงสาว
"ดูพ่อเธอสิ... รินรดา ยอมเอาชีวิตมาทิ้งไว้ที่นี่เพื่อเธอ... ช่างเป็นพ่อที่รักลูกสาวเหลือเกิน แต่... เสียดายนะ ที่ฉันไม่ได้ต้องการเงิน หรือหุ้นอะไรนั่นหรอก..."
พยัคฆ์หยุดพูดชั่วครู่ ก่อนจะลากไล้ปลายนิ้วหยาบกร้านจากคางมนลงมาที่ลำคอระหง ช้าๆ แต่วาบหวามและคุกคามในคราวเดียวกัน สายตาคมกริบตวัดกลับไปมองบิดาของนางเอกเบื้องล่างด้วยรอยยิ้มของพญามาร
"...สิ่งที่ฉันต้องการในวันนี้ คือการทำให้มันเห็นกับตา... ว่าสมบัติล้ำค่าที่สุดของตระกูลแก กำลังจะตกเป็นของ 'ไอ้สุนัขป่า' ตัวนี้อย่างไร้ทางสู้!"
รินรดาหน้าซีดเผือด เธอกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้า
เนื้อผิวพยายามจะสะบัดหนี แต่พยัคฆ์กลับกระชากร่างบางเข้าหาตัวแนบชิดอกแกร่งอย่างไร้ความปรานี
ทว่า... ในวินาทีที่ความตึงเครียดพุ่งทะยานจนถึงขีดสุด เสียงกริ่งโทรศัพท์ฉุกเฉินภายในไร่ที่ดังขึ้นอย่างกระชั้นชิด กลับทำให้บอดี้การ์ดรอบตัวพยัคฆ์ชะงักไปพร้อมกัน ลูกน้องคนสนิทวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหาผู้เป็นนายด้วยใบหน้าซีดเผือกยิ่งกว่าเดิม
"นายครับ... ไม่ใช่แค่คุณศิวะคนเดียว... แต่ตอนนี้ทางด้านแนวชายแดนไร่ทิศตะวันตก มีกองกำลังติดอาวุธไม่ทราบฝ่าย กำลังบุกฝ่าแนวรั้วลวดหนามเข้ามาทางเรือนพักคนงานแล้วครับ!"
พยัคฆ์ขมวดคิ้วมุ่นทันที ดวงตาคมกริบหันขวับกลับมามองหน้าศิวะสลับกับรินรดาด้วยความสงสัยระคนฉุนเฉียว เกมที่เขาเป็นผู้คุมมาตลอดกำลังจะถูกแทรกแซงจากบุคคลที่สามที่ไม่มีใครคาดคิด
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามความเร่าร้อนนี้ร่วมกันนะครับ
ดิบเถื่อนกลางพายุฝุ่น: บัญชีแค้นแลกจูบ•ตอนที่ 4
ความลับใต้ร่มอ้อย
ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดิบเถื่อนกลางพายุฝุ่น: บัญชีแค้นแลกจูบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!