ดิบเถื่อนกลางพายุฝุ่น: บัญชีแค้นแลกจูบ•ตอนที่ 6

บาดแผลที่ไม่มีวันหาย

ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
เสียงทุบประตูปังใหญ่ด้านนอกยังคงคำรามก้องราวกับฟ้าผ่ากลางฤดูแล้ง แต่ภายในห้องนอนที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายคาวบอย ไอร้อนจากร่างเปลือยเปล่าของคนทั้งคู่ยังไม่ทันจางหาย รินรดายังคงหอบหายใจสะท้าน ตัวสั่นเทาอยู่ใต้ร่างแกร่งของพยัคฆ์ สัมผัสวาบหวามจากบทเพลงแห่งการลงทัณฑ์เมื่อครู่ยังคงกรีดกรายอยู่บนผิวเนื้อ ทุกอณูความรู้สึกตื่นตัวและปั่นป่วนจนแทบแยกไม่ออกว่าสิ่งใดคือความโกรธแค้นหรือความหิวกระหายทางอารมณ์กันแน่ ดวงตาคมกริบของพยัคฆ์หันกลับไปมองบานประตูไม้สักหนาหนักแวบหนึ่ง ก่อนจะก้มลงมองหญิงสาวใต้ร่างที่กำลังเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เสียงทุบนั้นไม่ใช่เสียงคนงานทั่วไป แต่มันคือเสียงเรียกชื่อ "รินรดา!" ที่ดังก้องกังวานด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยอำนาจของคนที่ทุกคนคิดว่าตายไปแล้ว—กรินทร์ พี่ชายต่างแม่ผู้หายสาบสูญไปพร้อมกับความล่มสลายของตระกูลวรภัทร "มันมาเร็วกว่าที่คิด..." พยัคฆ์พึมพำด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ไร้ซึ่งความตกใจ มีเพียงประกายตาที่ลุกโชนด้วยไฟแห่งความพยาบาทที่ถูกเติมเชื้อเพลิงเข้าไปอีก "พี่กรินทร์..." รินรดารำพันออกมาเบาหวิว หัวใจดวงน้อยกระหน่ำตีซี่โครงด้วยความหวาดผวาและความดีใจระคนกัน เธอกำลังจะขยับตัวลุกขึ้นเพื่อขานรับ แต่ทว่า... พยัคฆ์กลับไม่ยอมปล่อย ร่างหนาหนักที่ทาบทับอยู่กดน้ำหนักลงมาตรึงเธอไว้กับฟูกหนานุ่มอย่างแน่นหนา มือใหญ่ข้างหนึ่งรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอขึ้นเหนือหัวด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย ขณะที่อีกข้างเอื้อมไปคว้าผ้าห่มผืนหนามาคลุมร่างเปลือยเปล่าของเธอไว้ลวกๆ แต่ดวงตาคมปลาบของเขากลับจ้องมองลึกลงมาในดวงตาของเธออย่างคุกคาม "จะรีบไปไหนล่ะรินรดา" เสียงทุบประตูด้านนอกดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับเสียงตะโกนที่เริ่มเกรี้ยวกราดขึ้น แต่พยัคฆ์กลับโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกของเราเกือบชนกัน ลลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดริมฝีปากอิ่มที่บวมเจ่อจากการบดจูบเมื่อครู่ "ผัวเก่าเธอกลับมาทวงคืนเหรอ... แต่เสียใจด้วยนะ เพราะตอนนี้ เธอนอนอยู่ใต้ร่างของฉัน!" "ปล่อยฉันนะพยัคฆ์!" รินรดาตวัดเสียงกร้าวใส่ แม้ร่างจะสั่นระเทือนด้วยความกลัว "พี่กรินทร์ยังไม่ตาย... เขามาช่วยฉันแล้ว ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้!" พยัคฆ์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูเย็นยะเยือกและบาดลึกถึงขั้วหัวใจ เขาไม่เพียงแต่ไม่ปล่อย แต่ยังเคลื่อนกายเข้าประชิดแนบแน่นยิ่งขึ้น จนรินรดารับรู้ได้ถึงความตึงเครียดและแรงขับทางอารมณ์ที่ยังคงค้างคาอยู่ภายในตัวเขา ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดกันจนแทบหลอมละลายเป็นเนื้อเดียว ท่ามกลางเสียงทุบประตูด้านนอกที่ดังขึ้นอย่างบ้าคลั่ง "อยากออกไปหาไอ้กรินทร์นักใช่ไหม..." พยัคฆ์กระซิบเสียงต่ำพร่าข้างใบหูของเธอ ลิ้นร้อนไล้เลียใบหูขาวผ่องจนหญิงสาวสะดุ้งเฮือก ขนลุกชันไปทั้งตัว "แต่ก่อนจะไป เธอยังติดหนี้ฉันอยู่อีกครึ่งหนึ่ง... รินรดา" ไม่รอให้เธอได้ปฏิเสธ ริมฝีปากร้อนจัดก็ทาบทับลงมาปิดกั้นเสียงกรีดร้องและคำททวงถามทั้งหมด รสจูบครั้งนี้ไม่ใช่ความนุ่มนวลหรือการเกี้ยวพาราสี แต่มันคือการประกาศความเป็นเจ้า องอาจ ดิบเถื่อน และเต็มไปด้วยความหึงหวงบ้าคลั่งที่แม้แต่เจ้าตัวก็ไม่อาจปฏิเสธ รินรดาพยายามบิดเร้าและทุบตีอกแกร่งด้วยเรียวแรงอันน้อยนิด แต่ยิ่งเธอขัดขืน แรงดึงดูดอันมืดมนและหุบเหวแห่งเสน่หาที่เขาสร้างขึ้นก็ยิ่งดูดกลืนเธอดิ่งลึกจมดิ่งลงไปเรื่อยๆ จนสมองพร่าเลือน ลมหายใจขาดห้วง มือที่เคยผลักไสค่อยๆ เปลี่ยนเป็นกำเสื้อผ้าของเขาแน่นอย่างลืมตัว ในวินาทีที่ความเร่าร้อนกำลังแผดเผาทุกสติสัมปชัญญะ เสียงพังประตูก็ดังโครมใหญ่! ตามด้วยเสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ที่กรูเข้ามาในตัวบ้าน พยัคฆ์ผละริมฝีปากออกช้าๆ อย่างไม่รีบร้อน สายตาคมกริบเหลือบมองไปที่ประตูห้องนอนที่ปิดสนิท ก่อนจะก้มลงกระซิบชิดริมฝีปากของหญิงสาวที่นอนหอบสะท้านอยู่ใต้ร่าง "นอนนิ่งๆ อยู่ตรงนี้... แล้วรอดูว่าพี่ชายแสนดีของเธอ จะมีปัญญาช่วยเธอออกไปจากนรกขุมนี้ได้ยังไง" พยัคฆ์ผุดลุกขึ้นจากเตียงอย่างสง่างาม ร่างกายเปลือยเปล่าเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อและบาดแผลเป็นทางยาวพาดผ่านแผ่นหลังกว้าง—ร่องรอยแห่งอดีตอันโหดร้ายที่รินรดาเพิ่งมีโอกาสได้เห็นเต็มสองตาในแสงสลัว แผลเป็นเหล่านั้นไม่ใช่แค่ร่องรอยจากการต่อสู้ แต่มันคือหลักฐานของความแค้นที่ฝังรากลึกในจิตวิญญาณของชายคนนี้ ในจังหวะที่พยัคฆ์เอื้อมมือไปหยิบปืนพกขึ้นมาปลดเซפ ประตูห้องนอนก็ถูกกระชากเปิดผางออกอย่างแรง! ร่างสูงโปรดของชายในชุดคลุมกันฝุ่นเปียกโชกยืนตระหง่านอยู่ที่กรอบประตู ดวงตาคมดุจเหยี่ยวของกรินทร์กวาดมองเข้ามาในห้อง และหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างของพยัคฆ์... ก่อนจะเลื่อนมาสบตากับรินรดาที่นอนห่อตัวอยู่ใต้ผ้าห่มบนเตียง "ไอ้พยัคฆ์... แกปล่อยตัวน้องฉันเดี๋ยวนี้!" กรินทร์คำรามลั่น ชักกระบอกปืนพุ่งตรงมาที่อกของพยัคฆ์ทันที! ทว่า... พยัคฆ์กลับไม่ได้มีท่าทีหวาดกลัวแม้แต่น้อย มุมปากหยักลึกยกยิ้มเยาะหยันอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า เขายกปืนในมือขึ้นเล็งสวนกลับไปอย่างไร้ความลังเล พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำเอากรินทร์ต้องชะงักกึก "มาช้าไปหน่อยนะกรินทร์... เพราะตอนนี้ เมียของแก กำลังจะกลายเป็นแม่ของลูกฉันอยู่แล้ว!" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในดินแดนอันดุเดือดนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดิบเถื่อนกลางพายุฝุ่น: บัญชีแค้นแลกจูบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%