ดิบเถื่อนกลางพายุฝุ่น: บัญชีแค้นแลกจูบ•ตอนที่ 18

อดีตที่ตามมาหลอน

ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
กลิ่นดินปืนที่ยังจางอยู่ในอากาศอบอวลไปด้วยความตาย รสชาติของมันฝาดเฝื่อนอยู่ในคอ ยามที่ผมกวาดสายตาคมกริบมองไปยังร่างของชายแปลกหน้าที่เพิ่งพังประตูเข้ามาในเขตหวงห้ามของไร่อัคคีพยัคฆ์ ปากกระบอกปืนลูกซองยาวสีดำสนิทไม่ได้สั่นไหวเลยแม้แต่น้อย มันเล็งตรงไปยังกฤต ลูกน้องคนสนิทของผม ทว่าเป้าหมายที่แท้จริงในสายตาของผมเวลานี้กลับไม่ใช่ไอ้สารเลวปลายกระบอกปืนนั่น... แต่เป็นใบหน้าของคนที่ควรจะเน่าเปื่อยอยู่ใต้กองเพลิงเมื่อสี่ปีก่อนต่างหาก "ไม่เจอกันนานนะ... ท่านพยัคฆ์" เสียงแหบพร่าเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม รอยแผลเป็นลากยาวจากกกหูลงมาถึงลำคอหนาทำให้มันดูน่าสะพรึงกลัวยิ่งขึ้นไปอีก ไอศูรย์... คนที่เคยเป็นมือขวาของผม คนที่หักหลังผม ขโมยบัญชีลับ และเผาทำลายหลักฐานทุกอย่างทิ้งในคืนที่ฝนดาวตกกระหน่ำไร่แห่งนี้ ผมแค่น้ำลายเหนียวหนืดลงคอ กล้ามเนื้อทุกมัดบนแผ่นหลังตึงเครียดราวกับลวดสปริงที่ถูกขดจนถึงขีดสุด ความแค้นที่ถูกฝังกลบไว้ด้วยดินเลนและกาลเวลาถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอีกครั้งในเสี้ยววินาทีเดียว สัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวผมกรีดร้องสั่งให้ยกปืนขึ้นซัดกระบาลมันเสียตรงนี้ แต่สายตาเจ้ากรรมดันเหลือบไปเห็นรินรดา ร่างบางของเธอยืนตัวแข็งทื่ออยู่ข้างเสาเรือน ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกยามมองสลับระหว่างผมกับไอศูรย์ ชั่วพริบตานั้นเอง รินรดาก็ส่งเสียงอุทานออกมาเบาหวิว "พี่... พี่ไอศูรย์?" ผมหันขวับไปมองหน้าหญิงสาวทันที ความสงสัยพุ่งปรี๊ดขึ้นถึงขีดสุดจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ตระกูลของเธอมีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับไอ้สารเลวคนนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่? หรือว่าแผนการล้างบางไร่อัคคีพยัคฆ์เมื่อสี่ปีก่อน ไม่ใช่ฝีมือของไอศูรย์เพียงลำพัง... แต่มันมีหนอนกระ่อนไส้จากตระกูลวรกุลชูชัยร่วมมือด้วยตั้งแต่แรก! "หึๆ ดูท่าทางคุณหนูรินรดาจะยังจำฉันได้สินะครับ" ไอศูรย์หัวเราะในลำคอ เสียงมันบาดลึกเข้าไปในประสาทสัมผัส "ตกใจอะไรล่ะครับ หรือว่าแปลกใจที่ฉันยังไม่ตาย... เหมือนกับพ่อแม่ของคุณที่ด่วนนรกไปก่อนกาล?" คำพูดนั้นราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางอกของรินรดา ร่างบางเซถลาเกือบจะล้มลงหากผมไม่พุ่งเข้าไปคว้าต้นแขนเรียวไว้เสียก่อน แรงบีบจากอุ้งมือของผมหนักหน่วงจนเธอต้องนิหน้าด้วยความเจ็บปวด แต่ผมไม่สน... ในอกของผมตอนนี้มีแต่เพลิงโทสะที่พร้อมจะเผาผลาญทุกอย่างให้เป็นจุล "มึงกล้าเหยียบเข้ามาเหยียบที่นี่อีกเหรอ ไศูรย์" ผมคำรามต่ำในลำคอ เสียงดุดันราวกับราชสีห์บาดเจ็บ "มึงคิดว่ารอดไปได้ครั้งหนึ่งแล้วจะไม่มีครั้งที่สองงั้นรึ" "ผมไม่ได้มาเพื่อตายครับ ท่านพยัคฆ์..." ไอศูรย์ลดปากกระบอกปืนลงเล็กน้อย แต่รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมกลับกว้างขึ้น มันกวาดสายตามองสำรวจรอบห้องรับแขกก่อนจะมาหยุดที่รarดA ซึ่งอยู่ในอ้อมแขนของผม "ผมมาเพื่อท̀iของที่ควรจะเป็นของผม... และผู้หญิงคนนั้น ก็คือหนึ่งในข้อตกลงที่เราเคยตกลงกันไว้ตั้งแต่สี่ปีก่อน!" บรรยากาศในห้องดิ่งวูบลงสู่จุดเยือกแข็งทันที กฤตขยับตัวทำท่าจะพุ่งเข้าไปจัดการมัน แต่ผมยกมือขึ้นห้ามไว้ด้วยใบหน้าเรียบเฉยที่ซ่อนคลื่นพายุอารมณ์ไว้เบื้องหลัง ดวงตาของผมหรี่แคบลง จ้องมองไอศูรย์ด้วยความรู้สึกที่ยากจะคาดเดา "พูดจาให้มันดีๆ นะไอ้ศูรย์" ผมกดเสียงต่ำ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดอยู่ข้างขมับของรินรดาที่กำลังตัวสั่นเทาในอ้อมแขน "ผู้หญิงคนนี้เป็นของกู... เป็นทาสของกู และไม่มีใครหน้าไหนในนรกหรือบนดินจะแย่งอะไรไปจากกูได้ทั้งนั้น... ยกเว้นว่ามันจะก้าวข้ามศพกูไปก่อน!" รินรดาเงยหน้าขึ้นมองผม แววตาสั่นระริกเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและความสับสน เธอกัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ขณะที่ผมใช้มืออีกข้างเชยคางมนขึ้นบังคับให้เธอมองสบตาผมตรงๆ "มองหน้าฉัน... รินรดา" ผมกระซิบเสียงพร่ามัวข้างริมฝีปากอิ่มที่สั่นระริก "เธอมีความลับอะไรซ่อนไว้อีก... พูดความจริงออกมา เดี๋ยวนี้!" "ฉัน... ฉันไม่รู้เรื่อง..." เสียงเธอขาดห้วง ดวงตาคลอหน่วงไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความอึดอัด "ฉันไม่รู้ว่าพี่ไอศูรย์ยังไม่ตาย ฉันสาบานได้..." "โกหก!" ผมตะคอกใส่หน้าเธออย่างเหลืออด ความหึงหวง ความแค้น และความระแวงผสมปนเปกันจนแทบคลั่ง แรงดึงดูดทางเพศที่เคยเร่าร้อนเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความตึงเครียดที่พร้อมจะระเบิด ผมใช้มือรวบเอวบางเข้ามาชิดแนบกายอย่างไร้ความปรานี จนหน้าอกนุ่มหยุ่นแนบชิดกับแผงอกกว้างของผม ร่างกายของเราเบียดเสียดกันจนสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นระรัวราวกับกลองศึก ไอศูรย์หัวเราะเยาะท่าทีของพวกเรา มันก้าวเท้าเข้ามาใกล้เรื่อยๆ พร้อมกับปลดกระดุมเสื้อเชิเผยให้เห็นรอยแผลเป็นน่าเกลียดบนหน้าอก "แหม... ดูรักกันดีนี่ครับ ท่านพยัคฆ์ ใครจะไปคิดว่าเสือร้ายอย่างท่าน จะมาหลงกลผู้หญิงตระกูลนี้จนหัวปักหัวปำ... เหมือนกับที่พ่อของเธอเคยโง่ให้ผมหลอกเมื่อสี่ปีก่อนไม่มีผิด!" "หุบปาก!" ผมคำรามลั่น ขยับตัวเตรียมจะพุ่งเข้าใส่ แต่วินาทีนั้นเอง... เสียงฝีเท้าฝูงใหญ่ก็ดังขึ้นจากด้านนอก ไร่อัคคีพยัคฆ์ไม่ได้มีแค่ไอศูรย์มาคนเดียว เสียงสุนัขเห่าคำรามและเสียงฝีเท้าของคนนับสิบกำลังปิดล้อมเรือนใหญ่เข้ามาจากทุกทิศทุกทาง! รินรดาสะดุ้งสุดตัว เธอใช้มือเล็กๆ ดันแผงอกผมไว้เพื่อถอยหนี แต่ผมกลับยิ่งล็อกเอวเธอแน่นขึ้นกว่าเดิม ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอระหงขณะที่ผมก้มลงกระซิบชิดใบหูของเธอด้วยน้ำเสียงที่เหี้ยมเกรียมและเต็มไปด้วยตัณหาอันดิบเถื่อน "จำเอาไว้... ไม่ว่าไอ้สารเลวข้างนอกนั่นจะมาทวงอะไร แต่วันนี้... เธอก็ยังเป็นของฉัน ร่างกายของเธอ วิญญาณของเธอ และแม้แต่ลมหายใจของเธอ ก็ไม่มีวันหลุดพ้นไปจากเงื้อมมือฉันได้... รินรดา!" ผมผละใบหน้าออกเล็กน้อยเพื่อสบตากับเธอในระยะประชิด ริมฝีปากของเราห่างกันเพียงไม่กี่มิลลิเมตร ความตึงเครียดจากภายนอกห้องถูกตัดขาดด้วยแรงดึงดูดอันรุนแรงระหว่างเราสองคน ก่อนที่ผมจะกระชากร่างบางเข้ามาบดขยี้ริมฝีปากจูบลงไปอย่างดุดัน เร่าร้อน และไร้ซึ่งความอ่อนโยน เพื่อประกาศให้มันผู้ใดก็ตามที่ยืนอยู่ข้างนอกได้รู้ว่า... ผู้หญิงคนนี้คือนักโทษประหารที่อยู่ภายใต้การครอบครองของพยัคฆ์แต่เพียงผู้เดียว ทว่า... ในจังหวะที่รสจูบอันดุเดือดกำลังดำเนินไปถึงขีดสุด เสียงกระสุนปืนนัดแรกก็ดังสนั่นหวั่นไหวทะลุกระจกหน้าต่างแตกกระจาย พร้อมกับเสียงตะโกนก้องจากด้านนอกที่ทำให้เลือดในกายผมเย็นเฉียบลงชั่วขณะ "ท่านพยัคฆ์ครับ! ทางด้านหลัง... คนของเราถูกตลบหลังแล้ว!" ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามความเร่าร้อนและร่วมลุ้นไปกับเกมแค้นครั้งนี้ด้วยกันเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดิบเถื่อนกลางพายุฝุ่น: บัญชีแค้นแลกจูบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%