ดิบเถื่อนกลางพายุฝุ่น: บัญชีแค้นแลกจูบ•ตอนที่ 19

เดิมพันด้วยชีวิต

ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
เสียงคำรามของสนับมือเหล็กที่กระทบเข้ากับกรามของศัตรู ดังสนั่นหวั่นไหวกลบเสียงพายุฝุ่นที่กำลังโหมกระหน่ำรอบคอบ้านพักกลางไร่อ้อย กลิ่นคาวเลือดผสมกับฝุ่นแดงคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ แสงไฟจากตะเกียงน้ำมันสาดส่องเงาร่างของชายฉกรรจ์หลายชีวิตที่กำลังตะลุมบอนกันอย่างเอาเป็นเอาตาย "ท่านพยัคฆ์ครับ! ทางด้านหลัง... คนของเราถูกตลบหลังแล้ว!" เสียงตะโกนแหบพร่าของลูกน้องคนสนิทดังแทรกเสียงลมพายุเข้ามา แต่พยัคฆ์ในยามนี้ไม่มีเวลาแม้แต่จะหันไปมอง ดวงตาคมกริบดั่งพยัคฆ์ร้ายแห่งแดนเถื่อนหรี่แคบลง ร่างกายกำยำเต็มไปด้วยมัดกล้ามภายใต้เสื้อเชิ้ตสีเข้มที่ชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อและรอยเลือดกระเซ็น เขาสลัดมีดสั้นออกจากมือของศัตรูคนสุดท้ายในห้องโถง ก่อนจะพุ่งทะยานออกไปทางระเบียงด้านหลังทันที เมื่อรู้ว่าเป้าหมายที่แท้จริงของพวกมันคือใคร รินรดา... หญิงสาวถูกต้อนให้ถอยร่นเข้าไปจนมุมในห้องเก็บอุปกรณ์การเกษตร ร่างระหงสั่นเทาด้วยความตื่นกลัว แต่แววตาคู่สวยยังคงฉายประกายความดื้อรั้นและไม่ยอมก้มหัวให้ใคร ปลายกระบอกปืนสั้นของมือสังหารรับจ้างถูกจ่อตรงมาที่หน้าผากเนียนของเธอ แต่วินาทีที่นิ้วชี้กำลังจะเหนี่ยวไก ร่างสูงใหญ่ของพยัคฆ์ก็พุ่งเข้าชนกระแทกเข้ากับร่างของมือปืนคนนั้นอย่างจังจนกระเด็นไปอัดกระแทกกับชั้นวางเครื่องมือเสียงดังสนั่น "คุณพยัคฆ์!" รินรดาหลุดปากอุทานออกมาด้วยความตกใจ "หุบปากซะ ถอยไป!" พยัคฆ์คำรามเสียงต่ำในลำคอ ใบหน้าคมคายบึ้งตึงและเต็มไปด้วยรอยแผลจากการต่อสู้ ลมหายใจของเขาร้อนผ่าวและกระชั้นชิด ทว่าก่อนที่เขาจะทันได้ตั้งตัว มือปืนอีกคนหนึ่งที่ลอบเข้ามาทางด้านหลังก็เงйд้ามปืนฟาดเข้าที่หัวไหล่และแผ่นหลังของเขาเต็มแรง ผลั่ก! เสียงเนื้อกระแทกกับของแข็งดังสนั่น พยัคฆ์เซถลาไปข้างหน้าเล็กน้อยแต่ไม่ยอมล้ม เขาใช้ความดิบเถื่อนและสัญชาตญาณดิบหันกลับไปคว้าคอเสื้อของมันแล้วเหวี่ยงกระแทกฝาผนังไม้จนแตกกระจาย ก่อนจะซัดหมัดหนักหน่วงเข้าใส่ใบหน้าของมันซ้ำๆ จนแน่นิ่งไปคาที่ ทว่า... ความเจ็บปวดจากบาดแผลเก่าและใหม่เริ่มกัดกินร่างกายแกร่ง พยัคฆ์กัดฟันกรอด ฝ่ามือหนากุมเข้าที่สีข้างด้านซ้ายซึ่งมีคราบเลือดสีเข้มซึมทะลุเสื้อผ้าออกมา เขาถูกแทงในชุลมุนเมื่อครู่เพื่อแลกกับการปกป้องร่างของหญิงสาวที่ยืนมองเขาด้วยความตื่นตะลึง "คุณ... คุณบาดเจ็บนี่" รินรดาขยับเข้าไปใกล้โดยลืมความหวาดกลัวที่มีต่อเขาไปชั่วขณะ ดวงตาคู่สวยฉายแววความกังวลอย่างปิดไม่มิด เมื่อเห็นหยดเลือดสีแดงเข้มไหลรินลงมาตามเรียวแขนและลำตัวของเจ้าพ่อไร่อ้อย "อย่าเข้ามา... อย่ามาแตะต้องฉัน" พยัคฆ์แค่นเสียงลอดไรฟัน แม้ร่างกายจะร่วงโรยด้วยพิษบาดแผล แต่สายตาที่เขามองเธอยังคงร้อนแรงและเต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตราย ดั่งเสือร้ายที่ต่อให้ใกล้ตายก็ยังพร้อมจะขย้ำเหยื่อได้ทุกเมื่อ "อวดดีนักนะ..." เขากัดฟันพูด พลางเอื้อมมือไปคว้าข้อมือเรียวของเธอไว้แน่นด้วยแรงมหาศาลที่เหลืออยู่ รินรดาสะดุ้งเฮือกเมื่อความร้อนจากฝ่ามือของเขาแผดเผาผิวเนื้อ แรงบีบที่ข้อมือหนักหน่วงราวกับคีมเหล็ก แต่มันไม่ได้มีไว้เพื่อทำร้าย... มันคือการเหนี่ยวรั้งเพื่อยืนยันการมีตัวตนของเขาในวินาทีที่ความตายเฉียดฉิว พยัคฆ์ดึงรั้งร่างบางให้เข้ามาประชิดอกแกร่ง กลิ่นอายบุหรี่ผสมกลิ่นคาวเลือดและหยาดเหงื่อโชยเข้าจมูกของรินรดาจนเธอแทบหายใจไม่ออก ใบหน้าคมคายก้มลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบชิดกัน ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดพวงแก้มเนียน ร้อนเสียยิ่งกว่าเปลวแดดกลางไร่อ้อยและพายุฝุ่นภายนอก "ถ้าฉันตาย... เธอคิดว่าคนอย่างเธอจะรอดออกไปจากไร่นี้ได้รึไง รินรดา" เสียงทุ้มต่ำแหบพร่ากระซิบชิดริมฝีปากอิบอิ่ม รสชาติของความตายและความปรารถนาหลอมรวมกันอยู่ในน้ำเสียงนั้นอย่างน่าประหลาด "คุณมันบ้า... ทำไมต้องเอาตัวมาบังกระสุนให้ฉัน ทำไมไม่ปล่อยให้ฉันตายๆ ไปซะ!" น้ำตาของความอึดอัดเอ่อคลอหน่วยดวงตาคู่สวย เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาคมกริบที่สะท้อนภาพเงาของเธออยู่ภายในนั้น พยัคฆ์ยกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและเสน่ห์อันดิบเถื่อน มืออีกข้างที่ว่างอยู่เลื่อนขึ้นไปประคองท้ายทอยมน บังคับให้เธอแหงนเงยขึ้นรับสัมผัสจากเขา ปลายนิ้วหยาบกร้านลูบไล้ไปตามกรอบหน้าเรียวอย่างถือสิทธิ์ ก่อนจะกดริมฝีปากลงมาบดขยี้เรียวปากนุ่มของเธออย่างดุดันและเอาแต่ใจ มันไม่ใช่จูบแห่งความอ่อนโยน... แต่มันคือการประกาศความเป็นเจ้าของท่ามกลางหุบเหวแห่งความตาย รสจูบเร่าร้อน ดิบเถื่อน และลึกซึ้งจนลมหายใจของรินรดาดับวูบวาบ ความโกรธแค้น ความอัดอั้น และแรงดึงดูดทางเพศอันรุนแรงหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียวในสัมผัสนี้ เรียวปากหนารุกไล่ดูดกลืนเสียงครางประท้วงในลำคอของหญิงสาวอย่างตะกละตะกลาม ลิ้นร้อนกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากนุ่มอย่างเอาแต่ใจ ขณะที่ฝ่ามือใหญ่เลื่อนลงมาโอบกระชับเอวคอดกิ่ว กดร่างบางให้แนบชิดติดกับแผงอกแกร่งที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือดของเขา รินรดาตัวสั่นเทา สมองขาวโพลนจนคิดอะไรไม่ออก แรงต่อต้านที่มีมลายหายไปสิ้นเมื่อสัมผัสร้อนแรงของเขาแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูผิว มือเรียวเล็กที่พยายามผลักไสในตอนแรก เปลี่ยนเป็นกำเสื้อเชิ้ตของเขาแน่นเพื่อยึดเหนี่ยวร่างตัวเองไว้ไม่ให้ล้มลงไปกองกับพื้น ความเจ็บปวดจากบาดแผลของพยัคฆ์ดูเหมือนจะยิ่งเพิ่มความเร่าร้อนและดิบเถื่อนให้กับจูบครั้งนี้ ราวกับเขาต้องการใช้ความสุขสมและความใกล้ชิดนี้เพื่อกลบเกลื่อนความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามา ทว่า... ในจังหวะที่ไฟสวาทกำลังลุกโชนจนแทบแผดเผาทั้งคู่ให้มอดไหม้ พยัคฆ์ก็ผละริมฝีปากออกช้าๆ อย่างเสียดาย หน้าผากกว้างชื้นเหงื่อแนบชิดอยู่กับหน้าผากมน ลมหายใจหอบกระชั้นรุนแรงสะท้อนถึงบาดแผลที่กำลังรุกล้ำร่างกายกำยำ สายตาของเขาคมปลาบ จ้องมองริมฝีปากบวมเจ่อแดงก่ำของหญิงสาวด้วยความปรารถนาที่ยังค้างคา ก่อนที่ประกบปากกระซิบเสียงพร่าชิดใบหูเล็ก "จำไว้... รินรดา ชีวิตของเธอยังเป็นของฉัน จนกว่าฉันจะเบื่อ... และไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนมาแย่งเธอไปจากเงื้อมมือของฉันเด็ดขาด" เพล้ง! เสียงกระจกหน้าต่างด้านข้างแตกละเอียดพร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนที่พุ่งเข้ามาในห้องเก็บอุปกรณ์ พยัคฆ์ผลักรินรดาไปหลบอยู่ด้านหลังร่างแกร่งของตนในเสี้ยววินาที พร้อมกับชักปืนพกขึ้นเล็งตรงไปที่ความมืดมิดเบื้องหน้า ดวงตาคมกริบหรี่ลงด้วยความระแวดระวังเมื่อเงาร่างหนึ่งก้าวพ้นกลุ่มฝุ่นควันเข้ามา "ท่านพยัคฆ์ครับ! แย่แล้วครับ... ทางประตูหน้าไร่... คนของเราบอกว่า 'มัน' มาเองแล้ว!" -------------------------------------------------------------- ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าพายุฝุ่นและไฟแค้นมาด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดิบเถื่อนกลางพายุฝุ่น: บัญชีแค้นแลกจูบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%