กลิ่นยาฆ่าเชื้อผสมกับกลิ่นกายดิบเถื่อนของผู้ชายที่นอนแผ่หราอยู่บนเตียงกว้าง มันคือกลิ่นอายที่รินรดาเกลียดชังและหวาดหวั่นเสียยิ่งกว่าสิ่งใดในไร่อ้อยแห่งนี้ แต่วินาทีนี้ เรียวปากอิ่มกลับต้องเม้มเข้าหากันแน่น ขณะที่มือเรียวสั่นเทาเล็กน้อยยามบรรจงใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์แตะลงบนแผลฉกรรจ์บริเวณหัวไหล่หนาของพยัคฆ์
แผลนั้นเกิดจากกระสุนปืนและคมมีดในคืนพายุคลั่งที่ผ่านมา มันฝากรอยแผลเป็นฉานฉานบนผิวเนื้อสีแทนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามแข็งกร้าวราวกับหินผา
"ถ้ามือเธอยัง สั่นอยู่แบบนั้น รอยแผลของฉันคงเน่าก่อนจะได้ล้างแค้นเธอจนหนำใจซะมั้ง รินรดา"
เสียงทุ้มต่ำพร่าและเจือแววเยาะหยันดังลอดไรฟันคม พยัคฆ์แค่นหัวเราะในลำคอแม้ใบหน้าคมคายจะบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด ดวงตาคมกริบสีสนิมดุจพญาเสือป่าจ้องเขม็งมาที่ใบหน้าหวานที่ตอนนี้ซีดเผือด เธอนั่งคุกเข่าอยู่ข้างเตียง ในระยะที่ใกล้เสียจนไอร้อนระอุจากร่างกายกำยำแผ่ซ่านเข้ามาล้อมกรอบตัวเธอไว้ทุกทิศทาง
"ฉันไม่ได้ตั้งใจจะทำให้คุณเจ็บ... ฉันแค่..."
"แค่เกลียดฉัน จนอยากให้แผลพวกนี้มันลามไปถึงขั้วหัวใจใช่ไหมล่ะ?" พยัคฆ์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยอำนาจการกดขี่ที่หลอมรวมเข้ากับความปรารถนาอันดิบเถื่อน ชายหนุ่มขยับตัวเล็กน้อยอย่างไม่ใส่ใจความเจ็บปวด จนกล้ามเนื้อหน้าท้องเป็นลอนคลื่นไหวไหวต่อหน้าต่อตาหญิงสาว "เข้ามาใกล้กว่านี้สิ... กลัวอะไร? กลัวว่าเสือตัวนี้จะขย้ำเธอจนไม่เหลือซากคาเตียงเหมือนครั้งก่อนหรือไง"
รินรดาตวัดสายตาขึ้นมองด้วยความโกรธขึง ศักดิ์ศรีที่ค้ำคอทำให้เธอเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย แม้หัวใจจะเต้นระรัวราวกับกลองศึก
"คนอย่างคุณพยัคฆ์ ต่อให้บาดเจ็บปางตาย ก็คงปากดีได้ไม่เว้นแต่ละวันสินะคะ... อ๊ะ!"
คำพูดของเธอขาดห้วง เมื่อจู่ๆ มือหนาราวกับคีมเหล็กก็คว้าหมับเข้าที่ข้อมือเรียว แล้วกระชากร่างบางให้เซถลาเข้าไปแนบชิดอกแกร่งที่เปล่าเปลือย แรงปะทะทำให้สำลีและขวดแอลกอฮอล์ในมือร่วงหล่นลงพื้นเสียงดังเพล้ง
พยัคฆ์ไม่สนใจสิ่งของที่แตกกระจาย สายตาของเขาจับจ้องอยู่ที่เรียวปากสั่นระริกของเธอ ราวกับหมาป่าหิวกระหายที่จ้องจะขย้ำเหยื่ออันโอชะ
"ปากเก่งนักนะ... ไหนลองพูดคำดูถูกฉันให้ฟังอีกทีซิ" ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดซอกคอขาวผ่อง ขณะที่มือหนาเลื่อนขึ้นมาบีบคางอิ่มไว้อย่างมั่นคง บังคับให้เธอแหงนเงยรับจุมพิตที่เปี่ยมไปด้วยการลงทัณฑ์และแรงเสน่หา
รสสัมผัสจากริมฝีปากหนารุกรานเข้ามาอย่างไร้ความปรานี มันไม่ใช่จูบแห่งความอ่อนโยน แต่มันคือการประกาศความเป็นเจ้า การตักตวงความหวานล้ำจากริมฝีปากนุ่มที่ดื้อรั้นมาเนิ่นนาน รินรดาพยายามทุบตีอกแกร่งเพื่อขัดขืน แต่แรงอันน้อยนิดของเธอกลับเปรียบเสมือนการสะกิดผิวกายของพยัคฆ์เท่านั้น
ยิ่งเธอขัดขืนเท่าไหร่ อ้อมแขนแข็งแกร่งก็ยิ่งรัดแน่นราวกับงูหลามที่กำลังขดรัดเหยื่อให้จมดิ่งสู่ห้วงเสน่หา รสจูบที่เริ่มจากความดุดันค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความร้อนรุ่มที่ลึกซึ้งและปั่นป่วนจนสติสัมปชัญญะของหญิงสาวหลุดลอย
มือใหญ่สอดเข้าไปในกลุ่มผมยาวสลวย บังคับมุมองศาให้เธอยอมจำนนต่อรสสัมผัสที่วาบหวามจนน่ากลัว ลิ้นร้อนล้ำลึกกวาดต้อนความหวานภายในโพรงปากนุ่มอย่างเอาแต่ใจ เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดประสานกับเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามสะท้อนก้องไปทั่วห้องนอนมืดสลัว
พยัคฆ์ถอนริมฝีปากออกช้าๆ อย่างเสียดาย ปล่อยให้รินรดานั่งหอบสะท้าน ใบหน้าแดงก่ำ ดวงตาฉ่ำเยิ้มไปด้วยหยาดน้ำใสจากอารมณ์ที่ถูกปลุกเร้าจนเตลิดเปิดเปิง ชายหนุ่มโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบชิดใบหูเล็กที่กำลังขึ้นสีแดงจัด เสียงกระซิบของเขาทุบทำลายกำแพงความเย่อหยิ่งของเธอจนพังทลาย
"พยาบาลส่วนตัวของฉัน... เธอทำหน้าที่ได้ดีจนฉันเกือบจะอดใจรอให้แผลหายไม่ไหวอยู่แล้วสิ... หวานเสียจนฉันอยากจะกลืนกินเธอเข้าไปทั้งตัว"
รินรดาน้ำตาคลอเบ้าด้วยความคับแค้นใจปนความปั่นป่วนในท้องที่เธอเองก็ไม่อาจปฏิเสธ เธอกำหมัดแน่นเตรียมจะตอกกลับด้วยถ้อยคำเจ็บแสบ
แต่ทว่า... ก่อนที่ริมฝีปากบางจะทันได้ขยับเอื้อนเอ่ยสิ่งใด เสียงเคาะประตูกระแทกกระทั้นอย่างรุนแรงจากด้านนอกก็ดังแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน ตามด้วยเสียงตะโกนกระหึ่มด้วยความตกใจของลูกน้องคนสนิทที่หน้าห้อง
"นายครับ! แย่แล้วครับนาย! มีคนบุกเข้ามาทางไร่ด้านหลัง... พวกมันพาคนมาล้อมเรือนใหญ่ไว้หมดแล้วครับ!"
พยัคฆ์ชะงักกึก รอยยิ้มเจ้าเล่ห์และแววตาร้อนแรงเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงแววตาดุร้ายดั่งพญาเสือยามถูกลูบคม ดวงตาคมกริบหันขวับไปมองที่ประตูห้องทันที ก่อนจะก้มลงมองรินรดาที่นั่งตัวแข็งทื่ออยู่บนตักของเขา
"หึ... ดูเหมือนแขกที่ไม่ได้รับเชิญจะมาเร็วกว่าที่คิด" พยัคฆ์กระซิบเสียงต่ำลอดไรฟัน มือหนาผละจากเอวบางอย่างรวดเร็ว พร้อมกับคว้าปืนพกคู่ใจที่วางอยู่หัวเตียงขึ้นมาปลดเซฟเสียงดังคลิก "อยู่เฉยๆ ในห้องนี้... ถ้าเธอคิดตุกติกหนีไปกับไอ้พวกนั้นล่ะก็... อย่าหาว่าฉันไม่เตือน"
พูดจบ พยัคฆ์ก็ลุกพรวดขึ้นจากเตียงด้วยความเร็วสูง ร่างสูงใหญ่พุ่งตัวหายลับไปที่ประตูโดยไม่เหลียวหลังกลับมามอง ทิ้งให้รินรดานั่งเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางกลิ่นอายของเขาที่ยังคงคละคลุ้ง พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ดังระรัวขึ้นจากชั้นล่าง และเสียงปืนนัดแรกที่ดังสนั่นหวั่นไหวผ่าความเงียบของค่ำคืนพายุฝุ่น!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมลุ้นระทึกไปด้วยกันนะครับ
ดิบเถื่อนกลางพายุฝุ่น: บัญชีแค้นแลกจูบ•ตอนที่ 20
การดูแลที่อ่อนหวาน
ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดิบเถื่อนกลางพายุฝุ่น: บัญชีแค้นแลกจูบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!