ดิบเถื่อนกลางพายุฝุ่น: บัญชีแค้นแลกจูบ•ตอนที่ 21

ลึกถึงก้นบึ้งหัวใจ

ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
กลิ่นดินปืนและควันสีเทาจาง ๆ ลอยอวลเข้ามาตามบานหน้าต่างไม้เก่าที่ถูกแรงระเบิดอัดกระแทกจนบิดเบี้ยว รินรดาสะดุ้งสุดตัว หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก เสียงปืนนัดแรกที่แผดเผาความเงียบสงบยามค่ำคืนเมื่อครู่ กลายเป็นสัญญาณเตือนภัยที่สั่นประสาททุกส่วนในร่างกายให้ตื่นตัว ไม่มีเวลาให้เธอได้คิดทบทวนถึงความเคว้งคว้างที่พยัคฆ์ทิ้งไว้ ร่างบางตัดสินใจลุกขึ้นจากเตียง ก้าวเท้าเปล่าเปลือยย่ำไปบนพื้นไม้เย็นเฉียบอย่างไม่กลัวเกรง แม้ภายนอกพายุฝุ่นจะโหมกระหน่ำจนเสียงลมคำรามราวกับสัตว์ร้าย แต่เสียงฝีเท้าหนักหน่วงและการตะโกนโวยวายจากชั้นล่างกลับชัดเจนยิ่งกว่า เสียงเหล่านั้นบ่งบอกว่าไร่ร่มไทรของเธอกำลังถูกคุกคามอย่างเลือดเย็น และพยัคฆ์... ผู้ชายคนที่เพิ่งผละจากเธอไปพร้อมเปลวไฟแห่งความแค้นในแววตา กำลังเผชิญหน้ากับอันตรายนั้นลำพัง รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนได้กลิ่นคาวเลือด มือเรียวคว้าเสื้อเชิร์ตเนื้อหนาของเขาที่พาดอยู่ปลายเตียงมาสวมทับเพื่อป้องกันความหนาวเหน็บจากพายุ ก่อนจะก้าวฉับ ๆ ไปที่ประตู แง้มบานประตูออกน้อย ๆ เพื่อลอบมองสถานการณ์เบื้องล่าง ภาพที่ปรากฏผ่านความมลMืดและแสงไฟฉุกเฉินทำให้ลมหายใจของเธอสะดุด พยัคฆ์ในยามนี้ไม่ได้มีมาดของเจ้าพ่อไร่อ้อยผู้เย็นชาและเย่อหยิ่งอีกต่อไป ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อกล้ามสีเข้มเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อตึงแน่นและรอยแผลเป็นจากการต่อสู้ที่ผ่านมา ชายหนุ่มกำลังก้มตัวต่ำอยู่หลังเคาน์เตอร์ไม้ในห้องโถง มือแกร่งกระชากลูกเลื่อนปืนไรเฟิลในมือเสียงดัง *กริ๊ก* เพื่อบรรจุกระสุนนัดใหม่ ใบหน้าคมเข้มมีเหงื่อกาฬไหลซึมตามไรผม แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของรินรดากระตุกวูบไม่ใช่ความดิบเถื่อนนั้น... หากแต่เป็นรอยกระสุนเฉี่ยวที่ต้นแขนซ้าย ซึ่งเลือดสีสดกำลังไหลซึมย้อมผ้าสีเข้มจนเป็นวงกว้าง ความเจ็บปวดที่ซ่อนเร้นภายใต้ความแข็งแกร่งกำลังถูกเปิดเผยออกมาในมุมที่ไร้ซึ่งการป้องกัน "ไอ้พยัคฆ์! รู้ตัวซะบ้างว่าแกกำลังเล่นอยู่กับใคร ออกมามอบตัวซะดี ๆ ดีกว่าปล่อยให้ที่นี่กลายเป็นทะเลเพลิง!" เสียงตะโกนหยาบโลนจากกลุ่มมือปืนรับจ้างด้านนอกดังทะลุกระจกเข้ามา พร้อมกับเสียงปืนรัวกราดที่สาดกระสุนใส่ผนังบ้านจนเศษปูนและเศษไม้กระจายว่อน พยัคฆ์สบถออกมาคำหนึ่งอย่างเจ็บใจ สีหน้าของเขาบิดเบี้ยวเล็กน้อยเมื่อขยับแขนข้างที่บาดเจ็บ เลือดที่ไหลออกทำให้อาการบาดเจ็บเริ่มส่งผลต่อความเร็วและสัญชาตญาณอันเฉียบคมของเขา นี่คือจุดอ่อน... ช่วงเวลาที่พยัคฆ์ผู้ไม่เคยพ่ายแพ้กำลังเสียเลือดและถูกต้อนจนมุมอย่างแท้จริง ทันใดนั้น เงาร่างหนึ่งก็พุ่งพรวดลงมาจากบันได เสียงฝีเท้าเบาราวกับแมวป่าทำให้พยัคฆ์หันปากกระบอกปืนกลับมาตามสัญชาตญาณทันที นัยน์ตาดุดันสีนิลเข้มดุจพญาสัตว์ป่าจ้องเขม็งไปยังผู้บุกรุก ก่อนจะชะงักกึกเมื่อเห็นว่าเป็นรินรดา "เธอลงมาทำบ้าอะไรที่นี่!" พยัคฆ์คำรามลอดไรฟัน เสียงแหบพร่าและเจือไปด้วยความเกรี้ยวกราด "กลับขึ้นไปบนห้องเดี๋ยวนี้! อยากตายนักหรือไง!" "ฉันไม่ใช่ตุ๊กตาที่จะต้องรอให้คุณมาสั่งให้อยู่หรือไป!" รินรดาย้อนกลับด้วยน้ำเสียงที่สั่นระริกแต่แข็งกร้าวไม่แพ้กัน เธอก้าวฉับ ๆ เข้าไปหาเขาโดยไม่สนว่ากระสุนนัดต่อไปจะทะลุกรอบหน้าต่างเข้ามาเมื่อไหร่ สายตาคมกริบกวาดมองแผลที่ต้นแขนของเขาอย่างรวดเร็ว "คุณเจ็บ... เลือดออกมากขนาดนั้น คุณยังจะทำเก่งไหวหรือไง" "หุบปาก!" พยัคฆ์ตวาดลั่น มือข้างที่ยังใช้งานได้ดีคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเรียวของเธอ ออกแรงกระชากเข้าหาตัวอย่างแรงจนร่างบางชนเข้ากับแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายเหงื่อไคลและดินปืน แรงปะทะทำให้ชายหนุ่มนิหน้าด้วยความเจ็บปวดจากบาดแผล แต่เขากลับไม่มีทีท่าจะปล่อยมือ ดวงตาคมปลาบของเขาก้มลงมองเธอ ระยะห่างระหว่างกันสั้นลงจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดกัน ในความมืดสลัวและเสียงกระสุนที่ยังคงดังสนั่นอยู่ด้านนอก แววตาดิบเถื่อนของพยัคฆ์แปรเปลี่ยนเป็นความลึกล้ำที่ยากจะหยั่งถึง แรงดึงดูดทางเพศและสัญชาตญาณดิบเถื่อนยังคงคุกรุ่นอยู่ใต้ผิวหนัง แม้ในสถานการณ์ที่เป็นตายเท่ากัน "กล้าดียังไง... มาทำตัวเป็นฮีโร่ต่อหน้าฉัน" พยัคฆ์กระซิบชิดริมฝีปากของเธอ น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าเลือนแต่เปี่ยมด้วยอำนาจกดดัน "คิดว่าฉันจะซาบซึ้งงั้นเหรอ รินรดา? ผู้หญิงตระกูลศัตรูอย่างเธอ... สมควรจะดีใจด้วยซ้ำที่เห็นฉันตายที่นี่" "ถ้าฉันอยากให้คุณตาย ฉันคงไม่เดินลงมาเอาชีวิตมาทิ้งไว้กับคุณหรอก!" รินรดาเถียงกลับ ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขาอย่างไม่ยอมแพ้ แม้ร่างจะถูกบีบจนเจ็บร้าวไปหมด "ปล่อยฉัน... ฉันจะทำแผลให้คุณ ไม่อย่างนั้นคุณได้ตายเพราะเสียเลือดก่อนจะได้ล้างแค้นฉันแน่" คำพูดของเธอกระแทกเข้ากลางใจพยัคฆ์อย่างจัง ชายหนุ่มนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ สัญชาตญาณดิบที่เคยควบคุมทุกอย่างเริ่มสั่นคลอนภายใต้สัมผัสอุ่นร้อนและแววตาเด็ดเดี่ยวที่ฉายชัดในความมืด แรงปรารถนาอันรุนแรงที่ถูกจุดชนวนไว้ตั้งแต่บนเตียงเมื่อครู่ กลับยิ่งปะทุรุนแรงขึ้นท่ามกลางห่ากระสุน พยัคฆ์ไม่พูดพร่ำทำเพลง มือแกร่งเปลี่ยนจากการบีบข้อมือมาเป็นรวบเอวบางไว้แน่นด้วยมือเดียว ก่อนที่ริมฝีปากหนาจะพุ่งเข้าประกบกลีบปากนุ่มของเธออย่างดิบเถื่อนและเอาแต่ใจ จูบนั้นไม่มีความอ่อนโยน มีเพียงความหิวกระหาย ความตึงเครียดของสถานการณ์ และแรงขับทางอารมณ์ที่ระเบิดออกอย่างไร้การควบคุม รินรดาสะดุ้งเฮือก พยายามจะทุบกำแพงอกเขาแต่ก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับความร้อนแรงที่บดขยี้ลงมา รสจูบที่ลึกซึ้งและป่าเถื่อนทำให้สมองของเธอดับวูบ ลืมสิ้นซึ่งเสียงปืนและอันตรายรอบตัว ลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานล้ำอย่างตะกละตะกลาม มือหนาบีบเค้นสะโพกกลมกลึงผ่านเนื้อผ้าจนร่างบางแทบหลอมละลายคาอ้อมแขน ความเจ็บปวดจากบาดแผลถูกกลบกลืนหายไปด้วยไฟสِวาทที่แผดเผาทั้งสองคนให้เป็นจุล ท่ามกลางพายุฝุ่นและเสียงกระสุนที่กระหน่ำยิงเข้ามาไม่ขาดสาย พยัคฆ์ผริมฝีปากออกช้า ๆ ปล่อยให้รินรดายืนหอบหายใจโยนตัวด้วยความวาบหวาม นัยน์ตาดุดันมองเธอนิ่งนานราวกับจะกลืนกิน ก่อนที่เขาจะกระซิบเสียงต่ำชิดใบหูที่แดงก่ำ "ถ้าคืนนี้เราไม่รอดออกไป... เธอจะต้องเป็นของฉันคนเดียว จำไว้รินรดา" ยังไม่ทันที่รินรดาจะได้เปล่งเสียงตอบรับ ประตูไม้บานใหญ่ด้านหน้าก็ถูกถีบกระเด็นหลุดออกจากวงกบด้วยแรงระเบิดตูมสนั่น! แสงไฟฉายสว่างจ้าหลายดวงสาดส่องเข้ามาภายในบ้าน พร้อมกับเงาร่างของชายแปลกหน้าสามคนในชุดสูทสีดำสนิทที่ก้าวเข้ามาพร้อมปืนกลในมือ แต่สิ่งที่ทำให้พยัคฆ์และรินรดาต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง คือชายวัยกลางคนผู้ก้าวตามเข้ามาเป็นคนสุดท้าย... ใบหน้านั้นปรากฏรอยแผลเป็นลากยาวตั้งแต่ขมับลงมาถึงคาง และรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมที่พยัคฆ์จำได้แม่นยำว่าเป็นอดีตศัตรูคู่อาฆาตที่ควรจะตายไปจากไร่นี้ตั้งแต่สิบปีก่อน! ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันดืดดำและเร่าร้อนครั้งนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดิบเถื่อนกลางพายุฝุ่น: บัญชีแค้นแลกจูบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%