ดิบเถื่อนกลางพายุฝุ่น: บัญชีแค้นแลกจูบ•ตอนที่ 17

จูบพิฆาตแค้น

ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
เปลวเพลิงที่โหมกระหน่ำเผาผลาญโรงเก็บใบยาสูบทางทิศตะวันตกของไร่อัคคีพยัคฆ์ สะท้อนแสงสีส้มฉานสาดสลับกับเงาดำทะมึนของโครงสร้างเหล็กที่บิดเบี้ยว รินรดายืนนิ่งอยู่กลางลานฝุ่นตลบ ลมหายใจหอบกระชั้นผ่านเรียวปากที่เม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง ดวงตาคู่สวยจับจ้องร่างสูงใหญ่ของพยัคฆ์ที่ยืนแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน เมื่อเบื้องหน้าของเขาคือชายชาตรีในชุดคลุมกันฝุ่นเปื้อนเขม่าควัน ผู้ปลดหมวกปีกกว้างออกเผยให้เห็นใบหน้าคมคายที่มีรอยแผลเป็นลากยาวจากขมับซ้ายลงมาถึงกราม—ใบหน้าที่พยัคฆ์จำได้แม่นยำยิ่งกว่าลมหายใจเข้าออก "ไม่จริง..." เสียงทุ้มต่ำของพยัคฆ์หลุดลอดไรฟันออกมาอย่างยากเย็น ราวกับประโยคนั้นถูกบดขยี้ด้วยความแค้นและไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง "มึง... มึงควรจะนอนเน่าอยู่ใต้ก้นหลุมศพที่เมืองกาญจน์ตั้งแต่สี่ปีก่อนแล้ว ไอ้กฤต!" ชายแปลกหน้า หรือ 'กฤต' อดีตสหายสนิทผู้หักหลังและเป็นชนวนเหตุให้ตระกูลของพยัคฆ์ต้องแปดเปื้อนเลือดในอดีต หัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะแหบพร่าเคล้าเสียงลมพายุฝุ่นที่เริ่มพัดโหมกระหน่ำรอบบริเวณ กฤตยกปืนลูกซองสั้นขึ้นพาดบ่าอย่างไม่สะทกสะท้าน สายตาคมกริบกวาดมองไปที่พยัคฆ์ก่อนจะเหลือบมาหยุดอยู่ที่รินรดาด้วยรอยยิ้มเยาะหยัน "นรกมันต้อนรับคนอย่างกูยากว่ะไอ้พยัคฆ์... และดูท่าทางมึงคงจะมีความสุขดีสินะ กับการได้ย่ำยีลูกสาวของไอ้คนที่มันฆ่าพ่อมึงทางอ้อม" กฤตพูดจบก็พยักเพยิดหน้าไปทางรินรดา พยัคฆ์คำรามในลำคอราวกับพยัคฆ์ร้ายที่ถูกลูบคม เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนเต้นตุบๆ แรงดึงดูดระหว่างความแค้นในอดีตและความเดือดดาลในปัจจุบันปะทะกันจนบรรยากาศรอบตัวแทบระเบิด แต่ก่อนที่พยัคฆ์จะทันได้ลั่นไกปืนในมือ รินรดาซึ่งตั้งสติได้ก่อนก็พุ่งตัวเข้าไปคว้าแขนแกร่งของเขาไว้แน่น แรงปะทะจากตัวเธอนอกจากจะทำให้พยัคฆ์ชะงักแล้ว ยังดึงสติของชายหนุ่มให้หันกลับมามองเธอ "อย่าตกหลุมพรางมัน พยัคฆ์!" รินรดาร้องเตือน น้ำเสียงของเธอสั่นเครือแต่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขาที่กำลังลุกโชนด้วยเพลิงโทสะ "มันต้องการให้คุณฆ่ามันตรงนี้ เพื่อที่คุณจะได้กลายเป็นฆาตกรและทำลายทุกอย่างที่คุณสร้างมาด้วยมือตัวเอง!" พยัคฆ์ก้มมองมือเรียวที่จิกทึ้งแขนเสื้อของเขาแน่น แรงบีบนั้นสะท้อนความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ใต้ความหวาดกลัวอย่างชัดเจน เขากลืนก้อนความโกรธลงคออย่างยากลำบาก กลิ่นอายคาวเลือดและฝุ่นดินอบอวลอยู่ในโพรงจมูก ขณะที่เสียงฝีเท้าของลูกน้องฝั่งกฤตเริ่มเคลื่อนไหวล้อมกรอบเข้ามา "ถอยไป รินรดา" พยัคฆ์คำรามสั่งเสียงต่ำ นัยน์ตาคมกริบเปลี่ยนเป้าหมายกลับมาจ้องมองหญิงสาว สัญชาตญาณดิบเถื่อนสั่งให้เขาต้องปกป้องผู้หญิงคนนี้ แม้ว่าเธอจะเคยเป็นศัตรูก็ตาม "ถ้าไม่อยากตายคาอกกู ก็หุบปากแล้วถอยไปยืนข้างหลัง!" "ฉันไม่ไปไหนทั้งนั้น!" รินรดาตวาดกลับอย่างไม่ยอมแพ้ เธอก้าวเข้าไปประชิดร่างสูงใหญ่จนแผ่นอกของเขาแนบชิดกับความนุ่มหยุ่นของร่างกายเธอ แรงปะทะทางอารมณ์พุ่งสูงขึ้นอย่างไร้ขีดจำกัด "เราอยู่ในเรือลำเดียวกันแล้วไอ้คนบ้า! ถ้าคุณตาย... ฉันก็ไม่มีวันรอดเหมือนกัน!" คำพูดที่เปี่ยมด้วยศักดิ์ศรีและความดื้อรั้นนั้น ทำให้พยัคฆ์แค่นหัวเราะออกมาอย่างเย้ยหยัน มือหนาข้างหนึ่งละจากด้ามปืน พุ่งไปควחוเข้าที่ท้ายทอยของเธออย่างรวดเร็วก่อนจะกดรั้งเข้ามาหาตัว บังคับให้เงยหน้าขึ้นรับสัมผัสจากเขา "กล้าดีนี่... ผู้หญิงอวดดี" พยัคฆ์ก้มลงบดริมฝีปากลงบนกลีบปากนุ่มของเธอทันที โดยไม่มีการลังเลหรือปรานี ปราศจากความอ่อนโยน มีเพียงความดุดัน ดิบเถื่อน และรุ่มร้อนราวกับเปลวเพลิงที่กำลังแผดเผาโรงใบยา รินรดาสะดุ้งเฮือก มือเรียวทุบเข้าที่แผงอกกว้างเพื่อประท้วง แต่พยัคฆ์กลับยิ่งใช้มืออีกข้างรวบเอวคอดกิ่วของเธอเข้ามาแนบชิด จนร่างกายของทั้งคู่หลอมรวมติดกันไร้ช่องว่าง รสจูบในครานี้ไม่ใช่การลงทัณฑ์เช่นในอดีต แต่มันคือการประกาศความเป็นเจ้าของและการยอมรับนับถือในความกล้าหาญที่ลุกขึ้นมาสู้เคียงบ่าเคียงไหล่ ลิ้นร้อนรุกล้ำเข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ รินรดาครางอือในลำคอ ความโกรธเกรี้ยวและแรงแค้นรอบตัวพลันมลายหายไป เหลือเพียงความวาบหวามสั่นสะท้านที่วิ่งพล่านไปทั่วไขสันหลัง ร่างกายของเธออ่อนยวบราวยวบยาบลงไปครึ่งหนึ่ง ต้องอาศัยอ้อมแขนเหล็กของพยัคฆ์โอบอุ้มรับน้ำหนักไว้ ท่ามกลางเสียงฝีเท้าและเสียงตะโกนของกองกำลังที่กำลังบุกเข้ามาใกล้ พยัคฆ์ผริมฝีปากออกช้าๆ ปล่อยให้รินรดาหอบหายใจโกยกอบโกยอากาศเข้าปอด ใบหน้าหวานแดงก่ำ ริมฝีปากบวมเจ่อชุ่มฉ่ำด้วยหยาดน้ำสีใส ดวงตาคู่สวยฉ่ำเยิ้มไปด้วยแรงปรารถนาและหยาดน้ำตาแห่งความตึงเครียด พยัคฆ์ซบหน้าผากของเขาลงกับหน้าผากของเธอ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดแก้มสาก นิ้วหัวแม่มือหยาบกร้านลูบไล้ริมฝีปากบวมเจ่อของเธออย่างทะนุถนอมโดยไม่รู้ตัว น้ำเสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมหางตาของเธอด้วยถ้อยคำที่ทำให้หัวใจของหญิงสาวกระตุกวูบ "เก่งมาก... แม่นกน้อยพยศของฉัน" พยัคฆ์ผละริมฝีปากออกเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับไปเผชิญหน้ากับกฤตที่ยืนมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มเหยียด "แต่มันยังไม่จบแค่นี้หรอก..." พยัคฆ์กระชับปืนในมือแน่น ดวงตาดุดันฉายแววฆ่าฟันเต็มพิกัด พร้อมที่จะซัดกระสุนใส่ศัตรูตรงหน้าเพื่อปกป้องผู้หญิงที่เขาเพิ่งมอบรสจูบแสดงความเป็นเจ้าของ ทว่า ในวินาทีที่นิี่ยวไกกำลังจะออกแรงกด เสียงกระสุนนัดหนึ่งก็ดังแหวกลมพายุฝุ่นพุ่งเฉียดหัวไหล่ของพยัคฆ์ไปเพียงนิดเดียว! ทั้งสองฝ่ายชะงัก พยัคฆ์ดึงรินรดาล้มลงหลบหลังกองกระสอบใบยาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับที่กฤตตะโกนสั่งลูกน้องให้กระจายกำลังล้อมวงเข้ามา แต่สิ่งที่ทำให้พยัคฆ์ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงจนลมหายใจสะดุดอีกครั้ง คือเงาร่างของใครบางคนที่เดินทะลุกองเพลิงและกลุ่มควันหนาทึบออกมาจากด้านหลังของกองกำลังกฤต ร่างนั้นสวมหมวกคลุมและถือปืนยาวพาดบ่า ทว่าเมื่อแสงไฟจากเปลวเพลิงสาดส่องกระทบใบหน้าครึ่งหนึ่งที่ซ่อนอยู่ใต้เงาหมวก รินรดาถึงกับอุทานออกมาเบาๆ ด้วยความตกใจสุดขีด "พ่อ...?" พยัคฆ์หันขวับไปมองหน้าหญิงสาวทันที ความสงสัยพุ่งปรี๊ดขึ้นถึงขีดสุดเมื่อตระหนักได้ว่า บุคคลที่ก้าวเข้ามาใหม่และกำลังเล็งปากกระบอกปืนตรงมาที่ศีรษะของกฤต ไม่ใช่ใครอื่น... แต่คือคนที่ควรจะตายไปพร้อมกับความลับทั้งหมดของไร่อัคคีพยัคฆ์เมื่อสี่ปีก่อนเช่นกัน! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามความเร่าร้อนและร่วมลุ้นระทึกไปกับความสัมพันธ์อันดุเดือดนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดิบเถื่อนกลางพายุฝุ่น: บัญชีแค้นแลกจูบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%