เสียงฝีเท้าหนักหน่วงของลูกน้องที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาพร้อมข่าวร้ายเรื่องกลุ่มคนแปลกปลอมพร้อมอาวุธที่บุกรุกเข้ามาทางชายแดนไร่ด้านทิศเหนือ ยังไม่ทันทำให้พยัคฆ์ได้ขยับตัวสั่งการใดๆ เสียงปืนนัดแรกก็ดังสนั่นก้องกราบฟ้า ทะลวงความเงียบสงบยามวิกาลของอาณาจักรไร่อ้อยแห่งนี้ให้ลุกเป็นไฟ
"นายใหญ่ครับ! พวกมันกระจายกำลังปิดล้อมโรงเก็บเครื่องจักรด้านหลังแล้วครับ มันบอกว่าต้องการตัวคุณรินรดา!" เสียงรายงานของหัวหน้าการ์ดดังลั่นท่ามกลางความโกลาหล
พยัคฆ์แค่นหัวเราะในลำคอ ใบหน้าคมเข้มดุดันขึ้นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน นัยน์ตาสสีเข้มวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะ เขาหันขวับไปมองหญิงสาวที่ยืนอยู่เบื้องหลัง รินรดาในยามนี้ไม่มีทีท่าหวาดกลัวอย่างที่เขาคาดคิดแม้แต่น้อย ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววเยือกเย็นและเด็ดเดี่ยว เธอไม่ได้ตกเป็นเบี้ยล่างในเกมนี้อีกต่อไปแล้ว
"ดูเหมือนว่า... แขกที่ไม่ได้รับเชิญพวกนั้น จะมาหาฉันสินะคะ... อ๊ะ หมายถึง มาหาฉันนะพยัคฆ์" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่ามีพลังอำนาจบางอย่างซ่อนอยู่ เธอไม่หลบสายตาดุร้ายคู่นั้น เธอก้าวเท้าเข้าไปประชิดชายหนุ่มด้วยความกล้าหาญที่ทำเอาพยัคฆ์ต้องหรี่ตามองด้วยความฉุนเฉียวปนประหลาดใจ
"เธอคิดจะเล่นเกมอะไร รินรดา?" พยัคฆ์คว้าหมับเข้าที่ต้นแขนเรียวบอบบาง บีบแน่นด้วยแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่านราวกับสัตว์ป่าติดจั่น "คิดว่าพวกมันมาช่วยเธอแล้วเธอจะรอดไปจากเงื้อมมือฉันได้งั้นรึ? ฝันไปเถอะ!"
รินรดาไม่สะทกสะท้านต่อแรงบีบที่เกือบทำให้กระดูกร้าว เธอยกมุมปากยิ้มหยันอย่างเหนือกว่า มือเรียวอีกข้างยกขึ้นแตะไล้ที่แผงอกกว้างภายใต้เสื้อเชิ้ตสีเข้มของเขาอย่างจงใจ สัมผัสนั้นทั้งแผ่วเบาและเย้ายวนจนพยัคฆ์ต้องสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ร่างกายกำยำกระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่กับแรงดึงดูดทางเพศที่ระอุขึ้นท่ามกลางสถานการณ์เป็นตาย
"ปล่อยฉันสิคะ... หรือว่าคุณกลัวว่าคนของคุณจะเอาไม่อยู่?" เสียงกระซิบพร่าสั่นประสาท เธอกดปลายเล็บลงบนอกเสื้อเขาเบาๆ "ถ้าคุณฉลาดพอ พยัคฆ์... คุณควรปล่อยให้ฉันเป็นคนออกไปเจรจา เพราะพวกมันมาเพื่อฆ่าคุณ แต่พวกมัน... ยอมฟังฉัน"
พยัคฆ์ขบกรามแน่นจนสันนูน ความโกรธเกรี้ยวพุ่งชนขีดสุดเมื่อถูกผู้หญิงที่เขาหมายมั่นจะขยี้ให้แหลکคามือมาพลิกเกมเหนือกว่า เขาเกลียดความจริงที่ว่าร่างกายของเขากำลังตอบสนองต่อกลิ่นกายหอมกรุ่นและความท้าทายในแววตานั้นอย่างรุนแรง เลือดในกายสูบฉีดพลุ่งพล่าน สัญชาตญาณดิบเถื่อนเรียกร้องให้เขาจับเธอกดลงกับพื้นแล้วกระชากวิญญาณความหยิ่งผยองนั้นออกไปเสียให้หมด
แต่ก่อนที่พยัคฆ์จะได้ทำตามอำนาจเถื่อนในใจ เสียงระเบิดตูมสนั่นก็ดังขึ้นที่ประตูโรงเก็บสินค้า แรงอัดกระแทกเศษไม้ปลิวว่อน ฝุ่นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ
ในเสี้ยววินาทีแห่งความชุลมุน รินรดาอาศัยจังหวะที่พยัคฆ์หันไปมองแรงระเบิด สะบัดแขนหลุดจากการพันธนาการของเขาอย่างรวดเร็ว เธอไม่ได้วิ่งหนี... แต่เธอกลับก้าวไปหยิบปืนพกสั้นที่เหน็บอยู่ข้างเอวของลูกน้องที่นอนหมดสติอยู่บนพื้นขึ้นมาถือไว้ได้อย่างคล่องแคล่ว ปลายกระบอกปืนหันกลับมาหาเจ้าของไร่หนุ่มผู้ทรงอิทธิพลทันที
พยัคฆ์หันกลับมามองด้วยความตกตะลึงระคนทึ่ง นัยน์ตาดุร้ายเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าเหยื่อในกรงขังกำลังถืออาาสหงส์เหนือมังกร รินรดายืนหยัดอย่างสง่างาม ผมยาวสลวยปลิวไสวตามแรงลมปะทะ รอยยิ้มบนเรียวปากอิ่มเคลือบยาพิษที่ทั้งงดงามและอันตรายถึงชีวิต
"เกมเปลี่ยนแล้วค่ะ นายพยัคฆ์" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ทว่าเฉียบคมบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "ตอนนี้... ฉันคือกฎของที่นี่"
พยัคฆ์แค่นเสียงหัวเราะในลำคออีกครั้ง ทว่าแววตาคู่นั้นกลับลุกโชนด้วยประกายไฟแห่งความปรารถนาและทาสแห่งเสน่หาที่ทวีความรุนแรงยิ่งกว่าเก่า ความดื้อรั้นและอำนาจที่เธอแสดงออกมาในตอนนี้ไม่ได้ทำให้เขาสมเพช แต่มันกลับปลุกเร้าสัญชาตญาณนักล่าในตัวเขาให้ตื่นขึ้นอย่างเต็มพิกัด ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้าไปหาเธอทีละก้าวอย่างไม่เกรงกลัวปากกระบอกปืนที่จ่ออยู่ตรงหน้าอกแกร่ง
"กล้ามากนะ..." พยัคฆ์กระซิบเสียงต่ำพร่า ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่ใกล้แค่เอื้อมมือ "คิดว่าปืนในมือจะหยุดฉันได้หรือไง รินรดา?"
"ถ้าไม่เชื่อ... ก็ลองขยับเข้ามาอีกนิดสิคะ" เธอกดปลายกระบอกปืนแนบชิดกับเนื้อผ้าตรงหัวใจของเขาอย่างท้าทาย
ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงแค่ลมหายใจกั้น ความตึงเครียดระเบิดพลุ่งพล่านจนแทบหลอมละลายทุกสิ่ง พยัคฆ์ไม่ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว เขากลับเป็นฝ่ายโน้มตัวเข้าหา ปล่อยให้คมกระบอกปืนแตะลึกลงที่อกของตนเอง ขณะที่มือหนาเอื้อมไปคว้าเอวคอดกั้งของเธอเข้าหาตัวอย่างแรงจนแนบชิดติดกันอย่างไร้ช่องว่าง
กลิ่นหอมหวานประจำกายผสมผสานกับกลิ่นดินปืนและควันไฟรอบตัว ทำให้พยัคฆ์แทบคลั่ง เขาโน้มใบหน้าลงกระซิบชิดริมฝีปากนุ่มที่สั่นระริกด้วยแรงอารมณ์
"เธอชนะเกมนี้ไปก้าวหนึ่ง... รินรดา แต่จำไว้ว่า ไม่ว่าเธอจะคุมเกมยังไง บนเตียงของฉัน... เธอก็ยังต้องเป็นฝ่ายร้องขอความเมตตาจากฉันอยู่ดี"
พูดจบ พยัคฆ์ก็ฉวยโอกาสที่เธอกำลังชะงักกับคำพูดจาจาบจ้วง ก้มลงบดขยี้ริมฝีปากอิ่มด้วยความเร่าร้อน ดิบเถื่อน และเอาแต่ใจ รสจูบที่เต็มไปด้วยแรงแค้น แรงปรารถนา และการประกาศความเป็นเจ้าของอย่างไร้ความปรานี รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ พยายามจะขัดขืนแต่ก็พ่ายแพ้ให้กับสัมผัสอันทรงพลังที่บดเบียดเข้ามาอย่างไม่เปิดโอกาสให้หายใจ สมองของเธอขาวโพลน ร่างกายอ่อนยวบลงในอ้อมแขนแกร่งที่ตรึงเธอไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก
ท่ามกลางเสียงปืนและการปะทะกันด้านนอก พยัคฆ์กลับดึงรั้งเธอเข้าสู่ห้วงเสน่หาอันมืดมนและลึกซึ้งจนเธอแทบลืมสิ้นทุกสิ่งทุกอย่าง
ทว่า ในขณะที่ริมฝีปากของทั้งคู่ยังคงผสานกันด้วยแรงดึงดูดอันรุนแรง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงอีกชุดหนึ่งก็ดังขึ้นประชิดด้านหลังของพวกเขา พร้อมกับเสียงกระชากลูกเลื่อนปืนไรเฟิลที่ถูกปลดเซฟดังชัดเจนแจ่มแจ้ง
"ปล่อยตัวประกันซะไอ้พยัคฆ์! ไม่งั้นสมองผู้หญิงในอ้อมแขนแกได้กระจายคาที่แน่!"
เสียงทุ้มต่ำและเย็นยะเยือกของบุคคลปริศนาดังขึ้นจ่อท้ายทอยพยัคฆ์ ทำให้นักล่าหนุ่มจำต้องผละริมฝีปากออกจากรินรดาอย่างไม่สมาทานนัก นัยน์ตาดุร้ายตวัดมองข้ามไหล่ตนเองไปเบื้องหลังด้วยความกรุ่นโกรธ
และเมื่อพยัคฆ์หันไปสบตากับชายแปลกหน้าที่ก้าวเข้ามาใหม่ ท่ามกลางแสงไฟจากเพลิงไหม้ที่สาดส่อง ร่างสูงใหญ่ถึงกับชะงักกึก ลมหายใจสะดุดลงทันทีเมื่อเห็นใบหน้าชัดเจนของหัวหน้ากองกำลังบุกรุก... คนที่ควรจะตายไปจากแผ่นดินนี้เมื่อสี่ปีก่อน!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในห้วงเสน่หาอันดิบเถื่อนนี้นะครับ
ดิบเถื่อนกลางพายุฝุ่น: บัญชีแค้นแลกจูบ•ตอนที่ 16
อำนาจที่เปลี่ยนแปลง
ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดิบเถื่อนกลางพายุฝุ่น: บัญชีแค้นแลกจูบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!