เสียงหอบหายใจและแรงกระแทกของเหล็กกล้ากระทบกันก้องสะท้อนไปทั่วลานฝึกซ้อมภาคปฏิบัติของสถาบันเวทมนตร์อาร์เคเมีย กลิ่นอายของสนามประลองคละคลุ้งไปด้วยฝุ่นดินและหยาดเหงื่อ
"เด็กไร้เวทมนตร์อย่างแก คิดว่าจะยืนหยัดอยู่บนสนามนี้ได้สักกี่น้ำกัน, เรย์!"
เสียงเย้ยหยันดังขึ้นพร้อมกับเงาของดาบเหล็กกล้าที่พุ่งแหวกอากาศเข้ามาอย่างรวดเร็ว เป้าหมายคือหัวไหล่ขวาของผม แรงลมจากการเหวี่ยงดาบนั้นหนักหน่วงและเต็มไปด้วยจิตสังหารของพวกคุณหนูตระกูลใหญ่ที่มองไม่เห็นหัวคนชนชั้นล่าง
ผม—เรย์ เคออส—ไม่ได้ถอยหลังหนีแม้แต่ก้าวเดียว
ในสมองของผมไม่ได้ยินเสียงโห่ร้องรอบข้าง สิ่งที่ผมได้ยินมีเพียงเสียงเดินของเข็มนาฬิกาแห่งความเป็นตาย และข้อมูลสถิติที่ระบบอัศวินแห่งโชคชะตาเพิ่งประมวลผลให้เห็น
*เป้าหมาย: คาร์ลอส โฮเวิร์ด*
*จุดอ่อน: ท่วงท่าการฟันขวาหนักหน่วงแต่ช่องว่างใต้ข้อศอกซ้ายกว้างถึงสามนิ้ว*
ผมบิดข้อเท้าซ้าย ย่อเข่าลงต่ำในเสี้ยววินาทีที่คมดาบกำลังจะเฉียดผ่านปลายจมูก แรงลมเฉือนแก้มจนแสبيบ จากนั้นผมใช้ด้ามดาบไม้ในมือกระแทกสวนเข้าไปที่จุดอ่อนนั้นอย่างแม่นยำรา과กับจับวาง
*ปึก!*
"อึก... บ้าน่า!"
คาร์ลอสส่งเสียงร้องออกมาด้วยความตกใจ เมื่อแรงกระแทกเพียงน้อยนิดแต่ตรงจุดทำให้ข้อมือของเขาชาดิ่ง ดาบเหล็กหลุดจากมือกระแทกพื้นสนามเสียงดังสนั่น ก่อนที่ปลายดาบไม้ของผมจะหยุดนิ่งสนิทอยู่ที่ลำคอของเขาโดยมีระยะห่างเพียงแค่กระดาษกั้น
ความเงียบสงบเข้าปกคลุมลานฝึกทันที เหล่านักเรียนเวทมนตร์ปีหนึ่งที่ยืนล้อมรอบต่างอ้าปากค้าง พวกเขาไม่อยากเชื่อสายตาว่าอัศวินฝึกหัดผู้ไร้ซึ่งพลังเวทมนตร์ในการโจมตีคนนี้ จะสามารถล้มทายาทตระกูลขุนนางผู้เชี่ยวชาญเวทมนตร์ธาตุลมลงได้ด้วยการเคลื่อนไหวเพียงไม่กี่กระบวนท่า
ผมค่อยๆ ลดดาบไม้ลง ยืดตัวตรงอย่างสง่างามโดยไม่มีรอยยิ้มเยาะเย้ยบนใบหน้า มีเพียงแววตาที่สงบนิ่งและลุ่มลึก
"การต่อสู้ไม่ได้วัดกันที่ปริมาณมานาในAuraครับ, คาร์ลอส... แต่มันวัดกันที่สติและการอ่านจังหวะของคู่ต่อต่างหาก" ผมเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่มั่นคง
การกระทำและคำพูดนั้นไม่ได้ทำลายศักดิ์ศรีของอีกฝ่ายจนเกินไป แต่กลับทรงพลังพอที่จะทำให้เพื่อนร่วมชั้นหลายคนเริ่มเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อผม สายตาที่เคยดูแคลนและเยาะหยันแปรเปลี่ยนเป็นความตระหนักรู้และความเคารพทีละน้อย
ทว่า ท่ามกลางความเงียบงันและเสียงกระซิบกระซาบชื่นชมจากรอบด้าน บรรยากาศรอบตัวกลับหนתทึบขึ้นอย่างกะทันหัน อุณหภูมิในลานฝึกโล่งแจ้งลดฮวบลงจนผมสัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกที่ไต่ขึ้นมาตามสันหลัง
เงาสีดำทอดตัวยาวลงมาจากระเบียงชั้นสองของหอคอยเวทมนตร์
ผมเงยหน้าขึ้นมอง และหัวใจก็เต้นกระหน่ำผิดจังหวะทันที
ที่นั่น... ศาสตราจารย์เซเลนา เวลเวิร์ด กำลังยืนกอดอกพิงระเบียงหินอ่อน แสงแดดยสะท้อนเรือนผมสีเงินยวดยวงและดวงตาสีอเมทิสต์คู่นั้นที่กำลังจ้องมองตรงมาที่ผม รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากของเธอมันช่างลึกลับและยากจะคาดเดาเสียเหลือเกิน เหมือนเธอกำลังสนุกกับการเห็นหมากตัวหนึ่งกำลังเดินเข้าสู่เกมที่เธอเป็นผู้กำหนด
ในวินาทีนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่เงียบหายไปนานก็ดังขึ้นในหัวสมองของผมอีกครั้ง พร้อมกับความเจ็บแปล๊บที่หน้าอกซ้าย ราวกับมีโซ่ตรวนบางอย่างกำลังถูกดึงให้ตึงเปรี๊ยะ
[แจ้งเตือนระดับ SSS: คำสาปแห่งพันธสัญญาเลือดเริ่มต้นขึ้นแล้ว...]
[เงื่อนไขภารกิจลับ: จงไปพบ ‘กุญแจแห่งหอคอย’ ณ ห้องทำงานส่วนตัวภายในเวลาเที่ยงคืนนี้ มิฉะนั้นมานาในร่างกายจะถูกสูบจนหมดสิ้น]
[ท่านจะเลือก ‘ถอยหลัง’ หรือ ‘เดินหน้าสู่หุบเหวแห่งความลับ’?]
ผมกำด้ามดาบไม้ในมือแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว เมื่อสบตากับศาสตราจารย์สาวบนระเบียงที่ค่อยๆ หันหลังเดินหายเข้าไปในความมืดของทางเดินหอคอย ทิ้งคำถามสุดท้ายไว้ในใจว่า... แท้จริงแล้วเธอกำลังดึงผมเข้าไปสู่อะไรกันแน่?
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับอัศวินหนุ่มคนนี้เสมอนะครับ
อัศวินฝึกหัดกับศาสตราจารย์สาวผู้กุมความลับแห่งหอคอย•ตอนที่ 2
ดาบไม้และปณิธานของอัศวิน
ผลงานโดย วาเลนเทียอัศวินมืด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วาเลนเทียอัศวินมืด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัศวินฝึกหัดกับศาสตราจารย์สาวผู้กุมความลับแห่งหอคอย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
