"ถ้าสายตาเธอจะจดจ้องที่สมุดโน้ตของฉันหนักขนาดนั้น พู่กัน... ฉันเกรงว่าหัวข้อเรื่อง 'กลไกของเซลล์' อาจจะกลายเป็น 'กลไกการเต้นของหัวใจ' แทนนะคะ"
เสียงราบเรียบแต่ทิ้งจังหวะหยอกเย้าดังขึ้น รินไม่ได้เงยหน้าจากเอกสารตรงหน้า ดวงตาสีน้ำตาลเข้มภายใต้กรอบแว่นสายตาทรงเรียบหรูยังคงกวาดมองตัวอักษรอย่างใจเย็น ทิ้งให้พู่กันที่แสร้งทำเป็นนั่งทบทวนบทเรียนอยู่ที่โต๊ะฝั่งตรงข้ามในห้องสมุดเงียบสงัดชะงักงัน หัวใจดวงน้อยเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก
พู่กันเม้มริมฝีปากแน่น ความประหม่าถูกซ่อนไว้ภายใต้รอยยิ้มซื่อๆ ที่ฝึกซ้อมมาอย่างดี เธอขยับสมุดโน้ตเล่มหนาเข้าไปใกล้รอยต่อระหว่างโต๊ะอีกนิด ก่อนจะแกล้งทำเป็นก้มลงมองหน้ากระดาษที่แทบไม่มีตัวหนังสืออะไรนอกจากลายเส้นยุกยิกที่ตั้งใจขีดเขียนขึ้นมาเพื่อสร้างสถานการณ์
"หนูไม่ได้จ้องนะคะรุ่นพี่... หนูแค่กำลังพยายามหาจุดเชื่อมโยงระหว่างเลกเชอร์ที่จดไม่ทัน กับความเข้าใจที่มันยังไม่เข้าที่น่ะค่ะ" พู่กันตอบเสียงอ่อย พยายามบังคับให้เสียงไม่สั่น "อีกอย่าง... พี่รินสอนเข้าใจง่ายกว่าอาจารย์ตั้งเยอะ ถ้าพี่รินใจดีอธิบายให้หนูสักนิด หนูสัญญาว่าจะไม่รบกวนเวลาส่วนตัวของพี่เลยค่ะ"
รินวางปากกาลงช้าๆ เสียงด้ามปากกาโลหะกระทบพื้นโต๊ะดัง 'กริ๊ก' เบาๆ แต่กลับดังก้องในความรู้สึกของพู่กัน เธอประสานมือวางไว้บนโต๊ะ ท่าทางสุขุมดุจอาจารย์สาวผู้เคร่งขรึมมองทะลุเข้ามาถึงก้นบึ้งของความคิดเด็กปีหนึ่งตรงหน้า
"ความอดทนของฉันมีจำกัดนะคะพู่กัน และฉันไม่นิยมการให้ความรู้โดยไม่มีข้อแลกเปลี่ยน" รินขยับยิ้มที่มุมปาก เป็นยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา แต่กลับทำให้อากาศรอบตัวพู่กันร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างประหลาด "ที่นี่ห้องสมุด การพูดคุยเสียงดังไม่ใช่เรื่องฉลาด... แต่ถ้าเธอมีอะไรที่น่าสนใจมาแลกเปลี่ยน บางทีฉันอาจจะพิจารณาให้เธอนั่งอยู่ตรงนี้ต่ออีกสักชั่วโมงก็ได้"
พู่กันได้โอกาสจึงรีบคว้าถุงกระดาษที่ซ่อนไว้ใต้โต๊ะออกมา เธอวางขวดน้ำผลไม้สกัดเย็นรสโปรดของริน และคุกกี้อัลมอนด์อบใหม่ที่เธอเพิ่งซื้อมาจากร้านดังหน้ามหาวิทยาลัยวางลงเบาๆ บนโต๊ะ
"ถ้าอย่างนั้น... ค่าเลกเชอร์มื้อนี้ พอจะอนุโลมได้ไหมคะ?" พู่กันช้อนตามองด้วยสายตาอ้อนวอน แฝงความซุกซนไว้ลึกๆ "น้ำแครอทสกัดเย็นไม่ใส่น้ำตาล แล้วก็คุกกี้ที่หนูต่อคิวซื้อตั้งแต่เช้าเพื่อรุ่นพี่โดยเฉพาะเลยนะคะ... ถือซะว่าเป็นการจ่ายค่า 'ติวเตอร์ส่วนตัว' ก็แล้วกันค่ะ"
รินมองของบนโต๊ะสลับกับใบหน้าใสซื่อของคนตรงหน้า นิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูเหนื่อยล้าแต่ก็ดูอ่อนโยนขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ เธอเอื้อมมือไปหยิบขวดน้ำผลไม้ขึ้นมาถือไว้ แถบฉลากที่ยังเย็นชื้นทำให้ปลายนิ้วเรียวยาวของเธอรู้สึกผ่อนคลาย
"วางแผนมาดีนี่คะ... รู้ด้วยว่าฉันชอบอะไร" รินเปิดขวดน้ำ ดื่มไปอึกเล็กน้อย "ที่จริงฉันไม่ควรรับของจากนักศึกษา แต่เห็นแก่ความพยายามที่อุส่าห์วิ่งหามาให้... เอาล่ะ ในเมื่อจ่ายค่าจ้างแล้ว ฉันก็จะสอนให้เข้าใจง่ายที่สุดก็แล้วกัน"
บรรยากาศในห้องสมุดเริ่มเปลี่ยนไป ความตึงเครียดจางหายลงเหลือเพียงเสียงกระซิบเบาๆ และกลิ่นหอมจางๆ ของขนมปังอบที่โชยมาจากมุมของริน พู่กันตั้งใจฟังทุกคำพูดอย่างไม่วางตา ไม่ใช่แค่เนื้อหาบทเรียน แต่รวมถึงจังหวะการพูด แววตา และวิธีที่รินใช้นิ้วชี้เคาะเบาๆ ลงบนขอบสมุดเพื่อเน้นย้ำใจความสำคัญ
ตลอดเวลาที่รินสอน พู่กันแทบไม่ได้จดอะไรเลย เธอเพียงแค่นั่งมองรุ่นพี่คนโปรดด้วยความชื่นชม รินในมุมนี้ช่างดูแตกต่างจากรินผู้เย็นชาในห้องประชุมภาควิชา ดูมีความเป็นมนุษย์ มีความเหนื่อยล้าซ่อนอยู่ใต้เปลือกนอกที่เข้มแข็ง
"เข้าถึงหัวข้อนี้หรือยัง?" รินถามพลางเงยหน้าขึ้น ดวงตาประสานกันพอดีในระยะห่างที่ไม่ใกล้ไม่ไกลจนเกินไป
"เข้าใจแล้วค่ะ... เข้าใจลึกซึ้งเลย" พู่กันตอบเบาๆ โดยที่สายตายังไม่ละจากดวงตาคู่นั้น "ทั้งเรื่องเซลล์... แล้วก็เรื่องของรุ่นพี่ด้วย"
รินชะงักไปครู่หนึ่ง แววตาในตอนแรกที่ดูผ่อนคลายกลับฉายความสงสัยและระแวดระวังขึ้นมาฉับพลัน เธอปิดสมุดเลกเชอร์ลงแรงๆ จนเกิดเสียงดังลั่นห้องสมุดที่ควรจะเงียบสงัด ทำให้คนที่นั่งโต๊ะข้างๆ ต้องหันมามองด้วยความไม่พอใจ
"อย่ามาล้อเล่นกับความอดทนของฉันให้มากนักพู่กัน" รินกระซิบเสียงต่ำ เย็นเยียบจนพู่กันขนลุกซู่ "คำว่า 'เข้าใจเรื่องของฉัน' มันกว้างเกินไป... และฉันไม่คิดว่าเธอจะอยากรู้ความจริงที่ซ่อนอยู่หลังภาพลักษณ์รุ่นพี่ที่แสนดีคนนี้หรอกนะ"
รินเก็บของลงกระเป๋าอย่างรวดเร็วท่ามกลางความมึนงงของพู่กัน ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเตรียมจะเดินจากไป แต่ทว่าในวินาทีที่รินหมุนตัว สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นบางอย่างที่วางอยู่ใต้สมุดเลกเชอร์ของพู่กัน
มันคือ 'บันทึก' เล่มเล็กสีขาวสะอาดตา ที่มีลายมือของรินเขียนกำกับไว้บนหน้าปกด้วยปากกาหมึกซึมสีน้ำเงินเข้มในแบบที่รินจำได้แม่นยำที่สุด
"เล่มนั้น... เธอไปเอามาจากไหน" รินถาม เสียงสั่นพร่าอย่างที่พู่กันไม่เคยได้ยินมาก่อน
พู่กันมองตามสายตาของรุ่นพี่หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ เธอพยายามจะคว้าสมุดเล่มนั้นกลับมา แต่รินไวกว่า มือเรียวยาวของรุ่นพี่คว้าสมุดเล่มนั้นไปครองไว้ก่อนจะเปิดหน้าแรกออกดู และในจังหวะนั้นเอง ดวงตาของรินก็เบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงเมื่อเห็นภาพถ่ายใบหนึ่งร่วงลงมาวางอยู่บนพื้น... ภาพของรินในสถานที่ที่เธอไม่ควรจะอยู่ที่นั่น และวันเวลาที่ระบุไว้ คือเมื่อสามปีก่อน วันที่เธอควรจะอยู่เพียงลำพังในห้องมืดมิดห้องนั้น
"นั่นไม่ใช่ของที่ฉันเคยให้เธอยืม... พู่กัน เธอเป็นใครกันแน่"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความลับของพู่กันในบทนี้ด้วยกันนะคะ หวังว่าหัวใจของทุกคนจะเต้นรัวไปพร้อมกับกลิ่นลิลลี่สีขาวในตอนถัดไปค่ะ
บันทึกความลับฉบับเลกเชอร์ของรุ่นพี่คนโปรด•ตอนที่ 3
เนียนไปเรื่อย
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกความลับฉบับเลกเชอร์ของรุ่นพี่คนโปรด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!