บันทึกความลับฉบับเลกเชอร์ของรุ่นพี่คนโปรด•ตอนที่ 4

วันฝนตกที่ห้องสมุด

ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
"ถ้าพู่กันยังเอาแต่นั่งมองหน้าพี่แบบนี้ สมุดเลคเชอร์เล่มนี้คงจะเรียนรู้ด้วยตัวเองไม่ได้หรอกนะคะ" เสียงทุ้มนุ่มที่เอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบสงบของมุมหนังสือหายากในห้องสมุดมหาวิทยาลัย ทำเอาพู่กันสะดุ้งสุดตัว เผลอปัดปากกาเน้นข้อความในมือตกลงบนพื้นพรมหนานุ่มจนเกิดเสียงทึบเบาๆ ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ รุ่นพี่ริน—หัวหน้าภาควิชาปีสามคนเก่งที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามโต๊ะไม้โอ๊กตัวยาว ปิดสมุดบันทึกปกหนังสีน้ำตาลเข้มลงช้าๆ นัยน์ตาสีดำสนิทคู่นั้นมองตรงมาด้วยแววตาระคนเอ็นดูเจือความขบขันระคนอยู่ในที ทำไมนะ... รินถึงรู้ทันความเนียนของเธอทุกครั้งไปเลย พู่กันเม้มริมฝีปากแน่นอย่างนึกหมั่นไส้ตัวเองที่เก็บอาการไม่อยู่เอาเสียเลย ตั้งใจว่าจะเนียนมาขอถ่ายชีทสรุปวิชาประวัติศาสตร์ศิลป์แท้ๆ แต่สุดท้ายก็เผลอนั่งเท้าคางมองเค้าโครงหน้าด้านข้างของรุ่นพี่เพลินจนลืมตัวไปเสียสนิท "เปล่าสักหน่อยค่ะพู่กัน... แค่กำลังคิดว่าลายมือของรุ่นพี่อ่านเพลินดีต่างหากล่ะคะ" พู่กันแก้ตัวเสียงอ้อมแอ้ม พร้อมกับก้มลงเก็บปากกาที่หล่นบนพื้นเพื่อหลบสายตาคมกริบคู่นั้น หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับมีกลองชุดมาตีอยู่ข้างใน กลิ่นหอมจางๆ ของแชมพูเด็กที่คุ้นเคยลอยมาแตะจมูกทุกครั้งที่รินขยับตัวเข้ามาใกล้ และมันยิ่งทำให้สติสัมปชัญญะของเด็กปีหนึ่งอย่างเธอกระเจิงไปไกลลิบ ด้านนอกหน้าต่างบานสูงจรดเพดาน ท้องฟ้าสีครามเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นสีเทาทึบอย่างรวดเร็วราวกับมีใครเอาหมึกดำมาป้ายทับ เสียงคำรามต่ำของฟ้าผ่าดังสนั่นสะเทือนเลื่อนลั่นตามมาติดๆ ก่อนที่เม็ดฝนเม็ดใหญ่จะเทกระหน่ำลงมาใส่กระจกหน้าต่างดังซู่ใหญ่ กลายเป็นม่านน้ำโปร่งแสงที่ตัดขาดมุมสงบแห่งนี้ออกจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง พู่กันเงยหน้าขึ้นมองสายฝนที่กระหน่ำซัดสาดด้วยความตกใจ ผน-ังห้องสมุดโซนนี้ค่อนข้างทึบและมีเสียงก้องกังวานยามฝนตกหนัก ยิ่งเพิ่มบรรยากาศชวนวังเวงชอบกล "ดูท่าทางแล้ว... วันนี้เราคงออกจากห้องสมุดกันไม่ได้ง่ายๆ แล้วล่ะค่ะ" รินเอ่ยขึ้นเบาๆ พางfเบนสายตาออกไปมองม่านฝนด้านนอก ก่อนจะเลื่อนกลับมามองรุ่นน้องปีหนึ่งที่นั่งตัวล่างเกร็งอยู่ฝั่งตรงข้าม รอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากของคนพี่ทำให้บรรยากาศรอบตัวดูอบอุ่นขึ้นมาถนัดตา ท่ามกลางเสียงฝนที่ยังคงคำรามก้องอย่างต่อเนื่อง พู่กันกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ติดอยู่ในห้องสมุดสองต่อสองกับรุ่นพี่คนโปรด... แถมยังเป็นเวลาเย็นย่ำที่คนเริ่มทยอยกลับกันหมดแล้วจนมุมนี้แทบจะร้างผู้คน บรรยากาศเงียบสงบที่มีเพียงเสียงฝนและเสียงลมหายใจของกันและกัน มันช่างชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะเสียเหลือเกิน "นั่นสิคะ... ฝนตกหนักขนาดนี้ พู่กันคงกลับหอพักไม่ได้แน่ๆ เลย" พู่กันพึมพำเบาๆ พลางขยับตัวเข้าหาโต๊ะไม้ตัวใหญ่มากขึ้นโดยไม่รู้ตัว มือเรียวเล็กแสร้งพลิกหน้ากระดาษในเลคเชอร์ของรินเพื่อหาข้ออ้างในการบทสนทนาต่อ "ว่าแต่... หัวข้อตรงศิลปร่วมสมัยอันนี้ พู่กันยังงงๆ อยู่เลยค่ะ รุ่นพี่รินพอจะอธิบายให้ฟังอีกรอบได้ไหมคะ?" รินเลิกคิ้วเล็กน้อย ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นใสฉายแววครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะขยับเก้าอี้เลื่อนเข้ามาใกล้ฝั่งของพู่กันมากขึ้น ระยะห่างระหว่างเธอกับรุ่นพี่ลดลงจนแทบจะแนบชิด กลิ่นหอมอ่อนๆ ที่ลอยมาจากตัวของรินชัดเจนขึ้นจนพู่กันต้องกลั้นหายใจ "ตรงนี้เหรอคะ..." รินโน้มตัวเข้ามาใกล้จนใบหน้าสวยคมอยู่ห่างจากพู่กันเพียงไม่กี่คืบ นิ้วเรียวยาวชี้ลงบนกระดาษโน้ต ลมหายใจอุ่นๆ ของรุ่นพี่เป่ารดอยู่ข้างแก้มจนพู่กันรู้สึกวูบวาบไปหมด สมองขาวโพลนจนจำไม่ได้แม้กระทั่งตัวอักษรที่รุ่นพี่กำลังอธิบาย สติทั้งหมดถูกดึงดูดไปที่ดวงตาคู่สวยที่กำลังตั้งใจอธิบายเนื้อหาอย่างจริงจัง "พู่กัน... ฟังอยู่หรือเปล่าคะ?" รินเงยหน้าขึ้นกะทันหัน ทำให้ปลายจมูกของคนทั้งคู่เกือบจะชนกันโดยบังเอิญ ดวงตาของรินไหววูบไปชั่วขณะเมื่อรู้ว่าระยะห่างของเราใกล้ชิดกันมากแค่ไหน ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงฝนด้านนอกที่ยังคงกระหน่ำซัดสาดราวกับจะกลบเสียงหัวใจที่กำลังเต้นโครมครามของพู่กัน รินไม่ได้ถอยตัวออกทันทีอย่างที่ควรจะเป็น เธอยังคงสบตากับพู่กันนิ่ง นัยน์ตาสีดำคู่นั้นลึกล้ำและอ่านยากเสียจนพู่กันรู้สึกราวกับตัวเองกำลังจมดิ่งลงไปในมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ มือของรินที่วางอยู่บนโต๊ะค่อยๆ เลื่อนมาแตะหลังมือของพู่กันที่กำลังสั่นน้อยๆ อย่างแผ่วเบา สัมผัสอุ่นร้อนนั้นส่งตรงถึงหัวใจจนพู่กันแทบจะหยุดหายใจ "พู่กันคะ..." เสียงกระซิบของรินแผ่วเบาราวกับเสียงลมหายใจ ทว่าชัดเจนก้องกังวานอยู่ในความเงียบงัน "ที่จริงแล้ว... ฝนตกแบบนี้ พี่ไม่ได้หมายถึงแค่เรื่องกลับหอพักไม่ได้หรอกนะคะ" พู่กันเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ขณะที่รินค่อยๆ เคลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนริมฝีปากแทบจะแนบชิดกับใบหูของเธอในจังหวะที่ไฟฉุกเฉินของห้องสมุดเกิดกระพริบวูbดับลง พร้อมๆ กับเสียงสัญญาณเตือนภัยขัดข้องที่ดังขึ้นเบาๆ และความมืดมิดก็เข้ากลืนกินร่างของพวกเธอทั้งสองคนไว้ในทันที! ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยกันนะคะ หวังว่าหัวใจของทุกคนจะเต้นรัวไปพร้อมกับกลิ่นลิลลี่สีขาวในตอนถัดไปค่ะ
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกความลับฉบับเลกเชอร์ของรุ่นพี่คนโปรด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%