“อย่าไป...ไม่งั้นเธอจะเสียใจตลอดชีวิต”
คำพูดไร้เสียงนั้นยังคงดังก้องอยู่ในหัวของพู่กันราวกับเสียงสะท้อนในถ้ำลึก หัวใจดวงน้อยสั่นไหวด้วยความหวาดหวั่น มือที่ถือสมุดเลกเชอร์ของรุ่นพี่รินอยู่สั่นระริก เธอพยายามกะพริบตาเพื่อไล่ภาพเงาดำนั่นออกไป แต่เมื่อหันกลับไปมองหลังชั้นหนังสืออีกครั้ง ความว่างเปล่าที่เย็นเยียบก็เป็นเพียงสิ่งเดียวที่หลงเหลืออยู่
ไม่มีใคร... ไม่มีแม้แต่ร่องรอยของการมีตัวตนอยู่ตรงนั้น
พู่กันสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความกลัว ความเป็นห่วงที่เธอมีต่อรุ่นพี่คนโปรดเริ่มทวีความรุนแรงจนบดบังความกังวลอื่นไปหมด วันนี้รินดูไม่สบายอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าสวยสงบที่มักจะเรียบเฉยกลับดูซีดเซียวและมีเม็ดเหงื่อผุดพรายตามไรผม ความห่วงใยที่เกินพอดีผลักให้เธอเดินตรงไปที่ห้องพักส่วนตัวของรินที่อยู่ถัดไปอีกห้องทันที
ก๊อก... ก๊อก...
“รุ่นพี่คะ... พู่กันเองนะคะ”
ไร้เสียงตอบรับ พู่กันขมวดคิ้วแน่น เธอถือวิสาสะผลักบานประตูไม้สีเข้มเข้าไป กลิ่นหอมจางๆ ของดอกมะลิที่คุ้นเคยในห้องทำงานของรินถูกแทนที่ด้วยกลิ่นไออุ่นของไข้จางๆ พู่กันก้าวเข้าไปข้างในอย่างแผ่วเบา ก่อนจะพบร่างบางของรุ่นพี่คนเก่งนอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนาบนโซฟาตัวยาว ใบหน้าเนียนใสที่เคยเรียบเฉยบัดนี้มีรอยซับสีระเรื่อจากพิษไข้
“รุ่นพี่รินคะ!”
พู่กันทิ้งสมุดเลกเชอร์ลงบนโต๊ะข้างๆ แล้วรีบพุ่งตัวไปข้างกายริน มือเล็กแตะลงบนหน้าผากมนอย่างถือสิทธิ์ ความร้อนจากผิวสัมผัสทำให้เธอสะดุ้งเล็กน้อย
“อื้อ...” รินครางเบาๆ ในลำคอ เปลือกตาสีมุกปรือขึ้นช้าๆ สายตาที่มักจะคมกริบและดูน่าเกรงขามยามนี้กลับดูพร่าเลือนและอ่อนโยนอย่างประหลาด “พู่กัน... เธอมาทำอะไรที่นี่... กลับไปเถอะ ฉันยังไม่อยากให้ใครเห็นสภาพนี้...”
“จะให้กลับไปได้ยังไงคะในเมื่อรุ่นพี่เป็นแบบนี้!” พู่กันสวนกลับด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ แววตาของเธอไม่ได้มีความกลัวหลงเหลืออยู่อีกแล้ว มีเพียงความมุ่งมั่นที่จะดูแลคนตรงหน้า “หนูไม่ใช่คนนอกนะคะ หนูเป็นคนที่อยากอยู่ข้างๆ รุ่นพี่มากที่สุด... ได้โปรด อย่าไล่หนูเลยนะคะ”
รินนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง สายตาที่พร่าเลือนนั้นจ้องมองลึกเข้ามาในดวงตาของพู่กัน ราวกับกำลังพยายามค้นหาความหมายบางอย่างที่ซ่อนอยู่ ก่อนที่ร่างบางจะถอนหายใจยาวแล้วหลับตาลงปล่อยให้น้ำตาเม็ดเล็กไหลผ่านหางตา
“ดื้อจริงๆ เลยนะ... เด็กคนนี้” รินพึมพำด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
พู่กันไม่รอช้า เธอจัดแจงหาผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นมาเช็ดตามใบหน้าและลำคอให้รินอย่างเบามือ ทุกสัมผัสแฝงไปด้วยความทะนุถนอม ความเงียบในห้องทำงานยามค่ำคืนไม่ได้ทำให้พู่กันรู้สึกอ้างว้าง ตรงกันข้าม... มันกลับเป็นช่วงเวลาที่แสนพิเศษที่เธอได้ใกล้ชิดกับหัวใจของตัวเองมากที่สุด
“รู้ไหมคะ... ทำไมหนูถึงกล้าเอาสมุดเลกเชอร์มาคืนรุ่นพี่บ่อยๆ” พู่กันพูดเบาๆ ขณะเปลี่ยนผ้าผืนใหม่ให้ริน
“ทำไม... ถึงชอบหาเรื่องมาวุ่นวายกับชีวิตฉันนักล่ะ” รินถามกลับโดยไม่ลืมตา แต่ริมฝีปากบางกลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างหาได้ยาก
“เพราะหนูอยากมีเรื่องที่ต้องคุยกับรุ่นพี่... อยากมีข้ออ้างที่ได้ยืนอยู่ข้างๆ อยากให้รุ่นพี่เห็นว่าโลกใบเล็กๆ ของพู่กันน่ะ มีรุ่นพี่รินเป็นศูนย์กลางเสมอ” พู่กันสารภาพออกมาตรงๆ ความเขินอายเริ่มระบายขึ้นบนใบหน้าเธอเอง แต่ในสถานการณ์ที่รินป่วยอยู่เช่นนี้ เธอไม่อยากเก็บซ่อนความรู้สึกไว้อีกต่อไป
รินลืมตาขึ้นอีกครั้ง ครั้งนี้แววตาของเธอชัดเจนและเต็มไปด้วยความซับซ้อน เธอขยับกายเล็กน้อยก่อนจะคว้ามือของพู่กันไปกุมไว้หลวมๆ ความอบอุ่นที่ส่งผ่านมือของรุ่นพี่ทำให้หัวใจของพู่กันเต้นรัวเหมือนกลองรบ
“เธอเป็นเด็กดีเกินไป... พู่กัน บางทีความดีของเธออาจจะทำให้เธอเจ็บปวดในสักวัน” รินพูดด้วยน้ำเสียงแฝงความนัยที่พู่กันไม่เข้าใจ แต่ในเวลานี้ เธอไม่อยากถามหาเหตุผลหรือความหมายที่ซ่อนอยู่
พู่กันขยับตัวเข้าไปใกล้มากขึ้นจนศีรษะของเธอกับรินแนบชิดกันบนหมอนใบเดียวกัน กลิ่นหอมสะอาดอ่อนๆ จากรินทำให้ความเหนื่อยล้าสะสมจากเหตุการณ์ประหลาดเมื่อครู่มลายหายไป ความง่วงงุนเริ่มเข้าครอบงำสติสัมปชัญญะของทั้งคู่ พู่กันกอดกระชับเอวบางของรุ่นพี่ไว้แน่น ราวกับกลัวว่าหากตื่นขึ้นมา ทุกอย่างจะเป็นเพียงภาพฝัน
“ฝันดีนะคะรุ่นพี่ริน...”
“อืม... ฝันดีเช่นกัน พู่กัน”
ทั้งคู่ผลอยหลับไปในอ้อมกอดของกันและกัน ท่ามกลางความเงียบที่ปกคลุมทั่วทั้งภาควิชา ในความฝันที่แสนหวานและอบอุ่น พู่กันไม่รู้เลยว่ามีบางสิ่งที่เลวร้ายกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้
เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่ทราบได้ แต่พู่กันสะดุ้งตื่นขึ้นเพราะเสียงประหลาดที่ดังมาจากหน้าประตูห้องทำงาน เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเชื่องช้าก้าวเข้ามาใกล้โซฟาที่พวกเธอนอนอยู่ รินยังคงหลับสนิทด้วยฤทธิ์ยา แต่พู่กันสัมผัสได้ถึงแรงกดดันบางอย่างที่แผ่ซ่านเข้ามาในอากาศ
พู่กันพยายามจะขยับตัวลุกขึ้น แต่ทว่ามีมือปริศนาจากเงามืดเอื้อมลงมาแตะที่ไหล่ของเธอเบาๆ ก่อนจะกระซิบที่ข้างใบหูด้วยน้ำเสียงที่คุ้นเคยอย่างน่าประหลาด เสียงนั้นเหมือนกับเสียงของเธอเอง... แต่เป็นเธอในเวอร์ชันที่ดูเย็นชาและโหดร้ายกว่าหลายเท่า
“ขอบคุณนะที่ช่วยดูแลรินให้ฉัน... แต่ถึงเวลาที่เธอต้องตื่นจากความฝันแล้วล่ะ พู่กัน”
พู่กันเบิกตากว้างด้วยความตกใจก่อนจะหันกลับไปมองสิ่งที่อยู่เบื้องหลัง ทว่าสิ่งที่เธอเห็นกลับไม่ใช่บุคคลปริศนา แต่เป็นร่างของรุ่นพี่รินที่ลืมตาขึ้นจ้องมองเธอด้วยสายตาที่ว่างเปล่าราวกับไร้ซึ่งวิญญาณ พร้อมกับรอยยิ้มที่บิดเบี้ยวจนน่าขนลุก ซึ่งรอยยิ้มนั้น... คือรอยยิ้มเดียวกับบุคคลปริศนาที่เธอเห็นหลังชั้นหนังสือเมื่อตอนเย็นไม่มีผิดเพี้ยน!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามเดินทางมาถึงบทนี้นะคะ กลิ่นลิลลี่สีขาวจะคอยเป็นกำลังใจให้ทุกคนเสมอนะคะ
บันทึกความลับฉบับเลกเชอร์ของรุ่นพี่คนโปรด•ตอนที่ 23
ความห่วงใยที่เกินพอดี
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกความลับฉบับเลกเชอร์ของรุ่นพี่คนโปรด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!