“พี่รินคะ... ล้อเล่นใช่ไหมคะ?”
พู่กันแทบหยุดหายใจ มือที่เกาะขอบเตียงสั่นระริกจนแทบจะยึดไม่อยู่ ภาพใบหน้าของรุ่นพี่ที่เธอหลงใหลบัดนี้กลับบิดเบี้ยวจนน่าหวาดหวั่น รอยยิ้มนั้นไม่ใช่รอยยิ้มอบอุ่นที่เคยมอบให้ยามที่เธอยื่นสมุดเลกเชอร์ไปขอคำปรึกษา แต่มันคือกราฟเส้นโค้งที่เหยียดหยามและว่างเปล่า ราวกับมีใครบางคนมาสวมวิญญาณซ้อนทับลงบนร่างที่อ่อนแรงนี้
ทว่าในวินาทีที่พู่กันกำลังจะถอยกรูดหนีด้วยความหวาดกลัว ร่างของรุ่นพี่รินกลับกระตุกเฮือกเบาๆ ก่อนที่ดวงตาคู่สวยจะกะพริบถี่ๆ ความว่างเปล่าที่เคยฉายชัดค่อยๆ เลือนหายไป แทนที่ด้วยแววตาอ่อนล้าและงุนงงเหมือนคนที่เพิ่งตื่นจากฝันร้าย
“พู่กัน...? เธอมาทำอะไรที่นี่ แล้วทำไม... ทำไมหน้าตาถึงดูซีดขนาดนั้นล่ะ”
เสียงของรุ่นพี่รินแหบพร่าและดูเป็นธรรมชาติจนน่าประหลาดใจ พู่กันชะงักค้าง ใจที่เต้นรัวด้วยความหวาดกลัวเมื่อครู่ยังคงตีรวนอยู่ในอก แต่เมื่อเห็นปลายนิ้วเรียวยาวของรุ่นพี่เอื้อมมาแตะที่แขนเสื้อเธอเบาๆ ความรู้สึกอบอุ่นแปลกประหลาดที่คุ้นเคยก็ถาโถมเข้ามาแทนที่
“เมื่อกี้... พี่... พี่ไม่ได้ยิ้มแบบนั้นใช่ไหมคะ?” พู่กันถามเสียงสั่น พยายามมองหาเศษเสี้ยวของ 'สิ่งปริศนา' ที่เธอเพิ่งเห็นเมื่อครู่ แต่ทว่าสิ่งที่เห็นกลับมีเพียงแววตาใสซื่อที่มองมาอย่างห่วงใย
“ยิ้มอะไรของเธอกัน?” รินหัวเราะแผ่วๆ กลิ่นหอมจางๆ ประจำตัวของรุ่นพี่รินที่พู่กันหลงใหลลอยมาแตะจมูก กลิ่นของกระดาษเก่าและน้ำหอมมัสก์จางๆ ที่ทำให้หัวใจของเธอสงบลงอย่างประหลาด “ฉันแค่ฝันร้ายน่ะ... ฝันว่ากำลังยืนมองตัวเองจากที่ไกลๆ พู่กัน เธอมานอนเฝ้าฉันทั้งคืนเลยเหรอ?”
ความใกล้ชิดที่เกินเส้นแบ่งรุ่นพี่รุ่นน้องในยามค่ำคืนเปลี่ยนบรรยากาศในห้องให้กลายเป็นพื้นที่สีชมพูที่ชวนให้ใจสั่น รินขยับตัวลุกขึ้นนั่งช้าๆ ผ้านวมที่ห่มคลุมไหล่ร่วงหล่นลงมาเล็กน้อย เผยให้เห็นผิวเนียนละเอียดที่พู่กันเคยเพียงแค่มองจากระยะไกล บัดนี้มันอยู่ห่างกันไม่ถึงคืบ พู่กันรู้สึกได้ถึงไอร้อนที่แผ่ออกมาจากร่างของอีกฝ่าย
“ค่ะ... พู่กันเป็นห่วงนี่นา เห็นพี่รินดูเหนื่อยๆ เลยไม่กล้าทิ้งไปไหน” พู่กันก้มหน้าหลบสายตา กลบเกลื่อนความสับสนในใจ รอยยิ้มเมื่อครู่นั้นต้องเป็นแค่จินตนาการของเธอแน่ๆ เธอคงจะเครียดกับการอ่านหนังสือสอบมากเกินไป
“เด็กโง่เอ๊ย...” รินพึมพำ ก่อนจะเอื้อมมือมาลูบหัวพู่กันเบาๆ สัมผัสนั้นแผ่วเบาแต่กลับหนักแน่นในความรู้สึก “ทำไมต้องดีกับฉันขนาดนี้ด้วยนะ... ทั้งที่ฉันอาจจะเป็นคนที่แย่ที่สุดเท่าที่เธอเคยรู้จักมาเลยก็ได้”
“ไม่จริงสักหน่อยค่ะ พี่รินเป็นรุ่นพี่ที่เก่งและใจดีที่สุดในชีวิตพู่กันเลยนะคะ” พู่กันเงยหน้าขึ้น สบตาคู่สวยนั้นอย่างจริงจัง “ถ้าจะมีใครที่ใจร้ายกับพี่ริน พู่กันนี่แหละค่ะที่จะคอยปกป้องพี่เอง”
คำพูดนั้นดูไร้เดียงสาในสายตาคนอื่น แต่สำหรับริน มันกลับทำให้รอยยิ้มของเธอเปลี่ยนไป—ไม่ใช่รอยยิ้มบิดเบี้ยวที่พู่กันหวาดกลัวเมื่อครู่ แต่เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อน รินเชิดคางของพู่กันขึ้นเบาๆ ระยะห่างที่ลดลงจนลมหายใจรินรดกันทำให้พู่กันเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว
“เธอไม่รู้อะไรหรอกพู่กัน... ความลับที่อยู่ในบันทึกเลกเชอร์พวกนั้นน่ะ ไม่ใช่แค่ความรู้ที่ใช้สอบหรอกนะ” รินกระซิบชิดริมฝีปากของพู่กัน น้ำเสียงนั้นเย็นเยียบแต่ทว่าเซ็กซี่อย่างเหลือร้าย “แต่มันคือส่วนหนึ่งของชีวิตฉัน... และถ้าเธออยากจะอ่านมันให้จบ เธอจะต้องเอาใจทั้งหัวใจของเธอมาแลก... เข้าใจไหม?”
พู่กันหัวใจเต้นแทบทะลุออกมานอกอก ความตื่นเต้นและความหวาดหวั่นผสมปนเปกันอย่างแยกไม่ออก เธอพยักหน้าช้าๆ แทนคำตอบที่กล้าหาญเกินตัว รินยิ้มกว้างขึ้น... รอยยิ้มที่ดูเหมือนจะลึกซึ้งกว่าเดิมจนพู่กันเริ่มไม่แน่ใจว่า นี่คือความรัก หรือเธอกำลังก้าวเข้าสู่กับดักที่สวยงามที่สุดกันแน่
ทว่าก่อนที่ความเงียบจะเข้าปกคลุมบทสนทนา เสียงเคาะประตูห้องพักที่ดังขึ้นสามครั้งสั้นๆ ก็แทรกเข้ามาอย่างขัดจังหวะ ทั้งสองผละออกจากกันทันที พู่กันลุกขึ้นยืนด้วยความลนลาน ขณะที่รินขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความไม่พอใจ
“ใครคะ?” รินถามเสียงเรียบ
“ฉันเองริน... ฉันเห็นว่าประตูมันแง้มอยู่ เลยคิดว่าเธอคงตื่นแล้ว”
เสียงทุ้มต่ำและเย็นชาของ 'อาจารย์วิภา' อาจารย์ที่ปรึกษาที่ใครต่างก็เกรงขามดังก้องขึ้นจากด้านนอก พร้อมกับการเปิดประตูห้องเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต สายตาของอาจารย์กวาดมองทั้งพู่กันและรินด้วยสายตาที่เย็นเฉียบ ก่อนจะหยุดลงที่สมุดเลกเชอร์ที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียง
“พู่กัน... เธอยังไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าถึงข้อมูลในส่วนนั้นไม่ใช่หรือ?” อาจารย์วิภาเอ่ยพลางยิ้มมุมปาก “แล้วริน... เธอเองก็น่าจะรู้ดีนะว่าการแบ่งปันความลับที่ 'ยังไม่ถึงเวลา' ให้กับคนนอกน่ะ... มันมีราคาที่ต้องจ่ายแพงแค่ไหน”
รินนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะลุกจากเตียงมายืนเคียงข้างพู่กัน มือของรุ่นพี่รินกุมมือของเธอไว้แน่นจนเจ็บ รินหันไปสบตาอาจารย์ด้วยสายตาที่พู่กันไม่เคยเห็นมาก่อน—มันไม่ใช่แววตาที่เคารพอีกต่อไป แต่เป็นแววตาของผู้ล่าที่กำลังเผชิญหน้ากับศัตรู
“อาจารย์คะ... บางทีราคาที่ต้องจ่าย อาจจะไม่ใช่สิ่งที่อาจารย์คิดไว้แต่แรกก็ได้นะคะ” รินเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่มั่นคงและเปี่ยมด้วยอำนาจ “เพราะดูเหมือนว่า... พู่กันจะไม่ใช่ 'คนนอก' อย่างที่อาจารย์เข้าใจแล้วล่ะค่ะ”
ทันใดนั้น รินหยิบสมุดเลกเชอร์ขึ้นมาแล้วเปิดหน้าสุดท้ายออก หน้ากระดาษนั้นว่างเปล่า... แต่ในทันทีที่รินสัมผัสลงไป ตัวอักษรสีแดงสดที่เหมือนกับรอยเลือดก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้นพร้อมกันต่อหน้าต่อตาของพู่กันและอาจารย์วิภา... มันไม่ใช่ตัวอักษรของมนุษย์ แต่มันคือตราประทับที่แสดงถึงสัญญาบางอย่างที่ทำเอาลมหายใจของพู่กันแทบหยุดชะงัก!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางมาถึงช่วงเวลาที่หัวใจเต้นแรงที่สุดด้วยกันนะคะ... กลิ่นลิลลี่สีขาวค่ะ
บันทึกความลับฉบับเลกเชอร์ของรุ่นพี่คนโปรด•ตอนที่ 24
เช้าวันใหม่ที่เปลี่ยนไป
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกความลับฉบับเลกเชอร์ของรุ่นพี่คนโปรด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!