บันทึกความลับฉบับเลกเชอร์ของรุ่นพี่คนโปรด•ตอนที่ 25

คำเตือนจากคนรอบข้าง

ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
“นั่นไม่ใช่ลายมือของมนุษย์... และสมุดเล่มนี้ไม่ควรถูกเปิดออกในที่สาธารณะแบบนี้” เสียงของอาจารย์วิภาสั่นพร่าขณะที่ปลายนิ้วเหี่ยวย่นของท่านพยายามจะคว้าสมุดเลกเชอร์เล่มนั้นกลับคืนไป ทว่ารินกลับปิดมันฉับลงด้วยความเร็วเหนือธรรมชาติ เสียง ‘ปัง’ ที่เกิดขึ้นทำเอาหัวใจของพู่กันเต้นรัวราวกับกลองรบ กลิ่นกำยานจางๆ ลอยฟุ้งขึ้นมาในอากาศ ทั้งที่ในห้องพักอาจารย์ไม่มีเตาเผาเครื่องหอมแม้แต่น้อย “อาจารย์คะ... ที่นี่คือมหาลัย หรือที่ที่กำลังทำพิธีอะไรกันอยู่” พู่กันถาม เสียงของเธอแผ่วเบาจนแทบจะกลืนหายไปกับความเงียบงันที่กดทับลงมา รินหันกลับมามองเธอ ดวงตาคู่สวยที่เคยดูสุขุมลุ่มลึกบัดนี้กลับมีความว่างเปล่าซ่อนอยู่ลึกๆ ราวกับมหาสมุทรที่ไม่มีวันหยั่งถึง “พู่กัน กลับไปที่หอพักซะ” รินสั่ง น้ำเสียงนิ่งเรียบไร้ร่องรอยของความโกรธ แต่มันกลับทำให้พู่กันรู้สึกหนาวสะท้านไปถึงกระดูก “เรื่องที่เห็นเมื่อครู่... ลืมมันไปให้หมด อย่าให้ใครรู้ว่าเธออยู่ที่นี่กับเรา” พู่กันไม่ขยับ เธอปักหลักอยู่ตรงนั้น ความอยากรู้อยากเห็นที่เคยเป็นข้อดีในการเข้าหารุ่นพี่ ตอนนี้กลับกลายเป็นดาบสองคมที่กำลังทิ่มแทงใจตัวเอง เธอรักรุ่นพี่ริน และนั่นคือเหตุผลที่เธอไม่สามารถทิ้งให้คนตรงหน้าจมอยู่กับปริศนาสีเลือดนั่นเพียงลำพัง แต่ก่อนที่บทสนทนาจะดำเนินไปมากกว่านั้น ประตูห้องพักอาจารย์ก็ถูกเปิดผลักเข้ามาโดยไม่มีการเคาะ ประกายแก้ว นักศึกษาปีสี่ที่ขึ้นชื่อเรื่องความกวนใจและเป็นหนึ่งในคนที่คอยจ้องมองพู่กันด้วยสายตาเหยียดหยามเดินเข้ามาด้วยท่าทีถือดี “แหม... ดูสนิทสนมกันจังเลยนะคะ รุ่นพี่รินกับรุ่นน้องปีหนึ่ง” ประกายแก้วเว้นจังหวะ สายตาของหล่อนเหลือบมองสมุดในมือของรินอย่างจงใจ “แต่เตือนไว้ก่อนนะคะพู่กัน ว่าบางครั้ง ‘ความพยายาม’ ที่จะใกล้ชิดใครบางคน มันก็นำมาซึ่งหายนะที่ตัวเองอาจจะรับมือไม่ไหว” พู่กันขมวดคิ้วแน่น “หมายความว่ายังไงคะพี่ประกายแก้ว?” “คนเขาเล่าลือกันทั้งคณะแล้วค่ะ ว่าเธอไปป้วนเปี้ยนกับพี่รินจนเสียการเสียงาน” ประกายแก้วเดินเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมฉุนกึกที่ชวนให้เวียนหัว “เขาลือกันว่าพี่รินมี ‘เจ้าของ’ อยู่แล้ว... และเจ้าของที่ว่าน่ะ ไม่ใช่คนที่เธอจะไปแย่งชิงมาได้ด้วยเลกเชอร์โง่ๆ เล่มเดียวหรอกนะ” รินนิ่งเงียบ แววตาของเธอวูบไหวเพียงชั่วครู่ก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวเหมือนเดิม พู่กันรู้สึกได้ว่าบรรยากาศในห้องเปลี่ยนไป ความกดดันไม่ได้มาจากแค่สายตาของประกายแก้ว แต่มันมาจากสิ่งที่รินกำลัง ‘ปกปิด’ อยู่ภายใต้เงาของความสัมพันธ์นี้ “พี่ประกายแก้วคะ... ถ้าคำเตือนของพี่มีแค่นี้ พู่กันคิดว่าเราจบการสนทนากันเถอะค่ะ” พู่กันตอบโต้ด้วยความกล้าที่สั่งสมมานาน เธอไม่ใช่เด็กสาวขี้อายคนเดิมที่จะก้มหน้ายอมรับคำดูถูกง่ายๆ “ความเหมาะสมของใคร ก็ควรเป็นเรื่องของคนคนนั้น ไม่ใช่เรื่องของคนนอกที่จะมาตัดสิน” “คนนอกเหรอ?” ประกายแก้วหัวเราะร่า ฟังดูเย็นเยียบ “ถ้าอย่างนั้นก็นับถอยหลังรอชมละครฉากสุดท้ายของเธอได้เลยนะพู่กัน... อ้อ แล้วก็อย่าลืมเช็กใต้เตียงที่หอพักคืนนี้ด้วยล่ะ ว่าเจ้าของที่แท้จริงของพี่รินเขาฝากอะไรไว้ให้เธอรึเปล่า” เมื่อประกายแก้วเดินจากไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบที่น่าอึดอัด รินหยิบสมุดเล่มนั้นใส่กระเป๋าถือของเธอโดยไม่หันมามองพู่กันอีก เธอเดินไปที่หน้าต่าง มองออกไปยังสนามหญ้ากว้างใหญ่เบื้องล่าง แสงอาทิตย์ยามบ่ายที่กำลังจะลับฟ้าอาบไล้ใบหน้าของเธอจนดูซีดเซียว “พู่กัน... เธอไม่ควรเข้ามาพัวพันกับเรื่องนี้จริงๆ” รินเอ่ยขึ้นโดยไม่หันกลับมา “สิ่งที่ประกายแก้วพูด อาจจะเป็นเรื่องเดียวที่เธอควรจะเชื่อ” “ถ้าพี่รินกำลังบอกให้หนูถอย หนูก็ต้องถามกลับค่ะว่าทำไม” พู่กันก้าวเข้าไปหาอีกฝ่าย พยายามจะคว้าแขนของรุ่นพี่ไว้ “เราผ่านอะไรมาด้วยกันตั้งมากมาย พี่บอกว่าหนูคือคนโปรดไม่ใช่เหรอคะ? แล้วทำไมตอนนี้ถึงกลายเป็นคนนอกไปได้ล่ะ!” รินสะดุ้งตัวเบาๆ ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้า ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงไม่กี่คืบ พู่กันเห็นประกายน้ำตาที่คลออยู่ในดวงตาของอีกฝ่าย มันไม่ใช่ความเสียใจ แต่มันคือ ‘ความหวาดกลัว’ “ความโปรดปรานของฉัน... มันคือคำสาป พู่กัน” รินกระซิบ น้ำเสียงสั่นเครือ “เลกเชอร์หน้าสุดท้ายนั่น ไม่ใช่สัญญาของฉันกับเธอ แต่มันคือตราประทับที่แสดงว่า ‘ข้อตกลง’ ของฉันกับผู้ที่เฝ้ามองมหาลัยนี้มานับร้อยปี กำลังจะถึงวันสิ้นสุด” หัวใจของพู่กันหยุดเต้นไปวูบหนึ่ง “หมายความว่า... พี่กำลังแลกอะไรบางอย่างเพื่อตัวหนูเหรอคะ?” รินยิ้มออกมา เป็นรอยยิ้มที่สวยงามแต่ดูโศกเศร้าที่สุดเท่าที่พู่กันเคยเห็นมา “ไม่ใช่เพื่อเธอหรอกพู่กัน... แต่เป็นเพื่อรักษาสิ่งที่เหลืออยู่ก่อนที่เงาดำนั้นจะกลืนกินทุกอย่างไป... รวมไปถึงตัวเธอด้วย” ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือของพู่กันก็ดังขึ้นในความเงียบ เป็นข้อความจากเบอร์ที่ไม่ระบุตัวตน เธอหยิบขึ้นมาเปิดดูด้วยมือที่สั่นเทา ภายในข้อความนั้นไม่มีตัวหนังสือ มีเพียงภาพถ่ายใบเดียว... ภาพของเธอกับรินที่เพิ่งเกิดขึ้นในห้องพักอาจารย์เมื่อสิบนาทีก่อน โดยถ่ายจากมุมที่ไม่มีใครมองเห็น พร้อมแคปชั่นสั้นๆ ที่ทำเอาเลือดในกายเย็นเฉียบ ‘อย่าขยับ... เขากำลังยืนอยู่ข้างหลังเธอ’ พู่กันค่อยๆ หันไปมองที่กระจกเงาบานใหญ่ในห้องพักอาจารย์ ทันใดนั้น เธอก็เห็นเงาของใครบางคนยืนเด่นหราอยู่ด้านหลังริน ร่างนั้นสูงใหญ่และไร้ใบหน้า มือข้างหนึ่งของมันกำลังเอื้อมแตะไหล่ของรินอย่างแผ่วเบา และริน... ก็ไม่ได้ขัดขืนแม้แต่น้อย ราวกับเธอคุ้นเคยกับสัมผัสนั้นเป็นอย่างดี! กลิ่นลิลลี่สีขาวหวังว่ารี้ดเดอร์ทุกท่านจะยังคงเป็นกำลังใจให้พู่กันและเอาใจช่วยในความรักที่เต็มไปด้วยเงื่อนงำนี้ต่อไปนะคะ
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกความลับฉบับเลกเชอร์ของรุ่นพี่คนโปรด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%