“พี่รินคะ... ตรงนั้น มันมีอะไรหรือเปล่า”
พู่กันเค้นเสียงถามออกไป ทั้งที่ความรู้สึกเย็นเยียบดั่งน้ำแข็งกำลังกัดกินไปถึงกระดูกสันหลัง มือของเธอสั่นระริกจนต้องกำสันสมุดเลกเชอร์เล่มหนาแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ภาพในกระจกบานนั้นยังคงเด่นชัด ร่างสูงใหญ่ที่ไร้ใบหน้ากำลังทาบทับอยู่ด้านหลังหญิงสาวผู้เป็นดั่งดวงใจของเธอ ราวกับจงใจประกาศความเป็นเจ้าของในพื้นที่ที่ไม่มีใครมองเห็น
รินชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนที่เคยราบเรียบดุจผืนน้ำนิ่ง ค่อยๆ เบนกลับมาสบตาพู่กันผ่านเงาสะท้อนในกระจก วินาทีนั้น พู่กันรู้สึกเหมือนลมหายใจของตัวเองถูกสูบหายไปในความว่างเปล่า
“พู่กัน... เธอกำลังคิดมากไปแล้วนะ” น้ำเสียงของรินราบเรียบเกินไป มันคือโทนเสียงที่ใช้ปัดสวะความสงสัยของนักศึกษาในภาควิชาเวลาเกิดปัญหา แต่ครั้งนี้ มันมีความสั่นไหวบางอย่างซ่อนอยู่ลึกๆ สั่นไหวเหมือนคนพยายามประคองแก้วน้ำที่กำลังจะร้าว
พู่กันหลุบตาลงมองพื้น เธอไม่ได้เห็นร่างนั้นอีกแล้ว ทว่าสัมผัสที่ไหล่ของริน... รอยยับย่นบนเสื้อเชิ้ตสีขาวของรุ่นพี่ตรงจุดที่นิ้วยาวเรียวนั้นแตะอยู่ ยังคงเด่นชัดราวกับมีใครใช้พู่กันจุ่มสีดำป้ายทับลงไปบนความสดใสของวัน
“หนูขอโทษค่ะ” พู่กันก้มหัวให้เล็กน้อย ก่อนจะก้าวถอยหลังออกมาหนึ่งก้าว สองก้าว และสามก้าว จนระยะห่างระหว่างเธอกับรินเริ่มกลายเป็นช่องว่างที่กว้างเกินกว่าจะเอื้อมถึง “หนูคงพักผ่อนน้อยไปหน่อย เลยตาฝาด... พี่รินทำงานต่อเถอะค่ะ พู่กันขอตัวก่อน”
“พู่กัน...” เสียงเรียกนั้นดูเหมือนอยากจะรั้งไว้ แต่รินก็ไม่ได้ขยับตัว เพียงแค่ยืนนิ่งอยู่ที่เดิม มือที่เคยดูผ่อนคลายกลับกำเข้าหากันแน่นจนเห็นเส้นเลือด
พู่กันเดินออกมาจากห้องพักอาจารย์ด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง เธอไม่ได้ตรงกลับหอพักทันที แต่เลือกที่จะเดินเลี่ยงไปยังระเบียงหลังตึกที่เงียบเชียบ ลมยามบ่ายพัดผ่านเส้นผมของเธอไป แต่ความหนาวเหน็บภายในใจกลับไม่จางหาย
*ถอยออกมา... ใช่ พู่กัน เธอต้องถอย*
เธอเตือนตัวเองซ้ำๆ ชื่อเสียงของพี่รินคือสิ่งที่เปราะบางที่สุดในรั้วมหาวิทยาลัยแห่งนี้ พี่รินเป็นถึงหัวหน้าภาควิชาที่ใครต่างยกย่อง หากมีข่าวลือเสียๆ หายๆ ว่ามีรุ่นน้องปีหนึ่งคอยตามติดราวกับเงา หรือหนักกว่านั้น... หากความลับที่เธอมองเห็นเรื่องประหลาดในกระจกนั่นหลุดรอดออกไป พี่รินอาจเป็นอันตราย หรือแย่กว่านั้น พี่รินอาจจะถูกมองว่าเป็นคนเสียสติ
เธอนึกถึงคำพูดของเพื่อนสนิทที่เคยเตือนไว้ว่า ‘อย่าเอาตัวไปผูกติดกับคนที่ดูมีโลกส่วนตัวสูงเกินไป’ พู่กันคิดว่าตัวเองแข็งแกร่งพอที่จะพังกำแพงน้ำแข็งของรินได้ แต่เธอกลับลืมไปว่า ในรอยแยกของน้ำแข็งนั้น อาจมีสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวซ่อนอยู่
“ทำไมต้องเป็นพี่...” พู่กันพึมพำกับสายลม น้ำตาเอ่อคลอเบ้าอย่างสุดกลั้น
ในขณะที่เธอกำลังกอดตัวเองเพื่อปลอบประโลมความกลัว จู่ๆ เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากทางเดินด้านหลัง มันไม่ใช่เสียงรองเท้าส้นสูงของริน แต่เป็นเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ฟังดูไม่จังหวะและไร้ชีวิตชีวา
พู่กันตัวแข็งทื่อ เธอไม่กล้าหันกลับไปมอง แต่ในเงาสะท้อนจากกระจกหน้าต่างห้องเรียนข้างๆ ทำให้เธอเห็นว่ามีร่างหนึ่งยืนอยู่ห่างจากเธอไปเพียงไม่กี่เมตร เป็นร่างสูงใหญ่ที่ไร้ใบหน้า ร่างนั้นไม่ได้มีตัวตนในโลกแห่งความจริง แต่มันกลับทิ้งรอยเท้าที่เปียกชื้นเอาไว้บนพื้นกระเบื้อง!
ร่างนั้นค่อยๆ ยกมือที่ยาวผิดปกติขึ้นชี้มาที่หน้าอกของเธอ แล้วทำท่าเหมือนกำลังกรีดนิ้วเป็นเส้นตรงผ่านอากาศ ราวกับกำลังวาดลวดลายสัญลักษณ์บางอย่าง พู่กันแทบหยุดหายใจเมื่อเห็นว่าที่ปลายนิ้วของมันมีของเหลวสีดำข้นหยดลงมาบนพื้น และกลิ่นเหม็นอับคล้ายหนังสือเก่าที่เน่าเปื่อยก็โชยเข้าจมูกจนเธอแทบสำลัก
“ออกไป...” พู่กันเค้นเสียงสั่ง แต่ปากของเธอกลับสั่นจนพูดแทบไม่เป็นคำ
ในจังหวะที่เงาดำนั้นขยับตัวเข้ามาใกล้ พู่กันตัดสินใจคว้าโทรศัพท์ในกระเป๋าขึ้นมาเพื่อจะกดโทรหาใครสักคน ทว่าหน้าจอที่สว่างวาบขึ้นมากลับสะท้อนภาพที่ทำให้เธอต้องตาค้าง
ในจอโทรศัพท์ไม่ได้มีแค่พู่กันที่ยืนอยู่คนเดียว แต่ในเงาสะท้อนข้างหลังเธอ... ไม่ใช่มีแค่ร่างไร้หน้าตัวนั้นตัวเดียว แต่ยังมี ‘ริน’ ยืนอยู่ตรงนั้นด้วย!
ทว่ารินในเงาสะท้อนไม่ได้ทำหน้าตาเย็นชาเหมือนเมื่อครู่ เธอทำหน้าตาที่บิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด ดวงตาสองข้างของเธอเบิกกว้างจนเห็นเส้นเลือดฝอยชัดเจน และที่สำคัญที่สุด... รินคนนั้นกำลังเอามือปิดปากของเธอเองแน่น ราวกับกำลังฝืนไม่ให้ตัวเองกรีดร้องออกมา
พู่กันหันขวับไปมองด้านหลังทันที!
ตรงนั้นไม่มีใครเลย... มีเพียงทางเดินที่ว่างเปล่าและแสงไฟสีส้มสลัวที่กระพริบติดๆ ดับๆ ตามจังหวะหัวใจที่เต้นรัวของเธอ แต่บนพื้นข้างเท้าของเธอ กลับมีสมุดเลกเชอร์ที่เธอลืมไว้ในห้องพักอาจารย์วางทิ้งอยู่ พร้อมกับรอยเลือดสีแดงสดที่ยังคงซึมออกมาจากหน้ากระดาษเป็นรูปนิ้วมือ... นิ้วมือที่ดูเหมือนนิ้วของพี่รินไม่มีผิดเพี้ยน!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความลับนี้ด้วยกันนะคะ หวังว่าตอนถัดไปจะทำให้คุณผู้อ่านหัวใจเต้นแรงไปพร้อมกับกลิ่นลิลลี่สีขาวนะคะ
บันทึกความลับฉบับเลกเชอร์ของรุ่นพี่คนโปรด•ตอนที่ 26
ถอยออกมาหนึ่งก้าว
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกความลับฉบับเลกเชอร์ของรุ่นพี่คนโปรด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!