“อย่าเดินเข้ามาใกล้กว่านี้อีกนะ!”
เสียงของพู่กันสั่นพร่าขณะก้าวถอยหลังจนแผ่นหลังกระแทกเข้ากับผนังเย็นเฉียบ ทางเดินในตึกคณะยามค่ำคืนเงียบเชียบจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจที่ติดขัดของตัวเอง สายตาของเธอจับจ้องไปที่สมุดเลกเชอร์เล่มนั้น—สมุดที่เคยอบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำหอมละมุนของพี่ริน บัดนี้กลับถูกแต้มด้วยรอยเลือดสีแดงสดที่ยังคงซึมออกมาไม่หยุด มันไม่ได้เป็นแค่รอยเปื้อน แต่มันคือคำถามที่กำลังกรีดลึกลงไปในหัวใจ
พู่กันพยายามกลั้นใจเอื้อมมือไปหยิบสมุดเลกเชอร์เล่มนั้นขึ้นมา ทว่าทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสปกกระดาษ กลิ่นคาวเลือดที่ควรจะฉุนกึกกลับเปลี่ยนเป็นกลิ่นดอกลิลลี่ที่คุ้นเคย กลิ่นที่ทำให้เธอรู้สึกอุ่นวาบในอกเสมอ... แต่มันกลับแปลกไป มันมีความเย็นยะเยือกแฝงอยู่ราวกับถูกแช่แข็งไว้
“พี่ริน... พี่อยู่ที่ไหนคะ”
ไม่มีเสียงตอบรับ มีเพียงความว่างเปล่าที่ตอบกลับมาเหมือนเยาะเย้ย พู่กันรีบเก็บสมุดลงกระเป๋า หัวใจของเธอเต้นรัวราวกับกลองรบ เธอไม่ได้กลัวเลือด แต่เธอกลัวการที่คนสำคัญที่สุดในชีวิตหายตัวไปโดยทิ้งไว้เพียงร่องรอยที่ดูเหมือนคำขู่
ตลอดสามวันหลังจากนั้น ชีวิตของพู่กันเหมือนตกอยู่ในความฝันที่ซ้อนทับกัน เธอไปนั่งรอพี่รินที่ม้านั่งใต้ต้นไม้เดิม ยอมแสร้งทำเป็นลืมหนังสือไว้ที่ห้องพักอาจารย์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ห้องนั้นกลับล็อกตาย... บานประตูไม้ที่เคยเปิดอ้าต้อนรับเธอเสมอ บัดนี้กลับปิดตายสนิทราวกับไม่เคยมีใครอยู่ข้างใน
“รุ่นพี่รินไม่ได้มาสอนสามวันแล้วนะพู่กัน เห็นว่าลาป่วยกะทันหัน” เพื่อนร่วมชั้นคนหนึ่งเอ่ยขึ้นขณะเดินผ่าน
“ลาป่วยเหรอคะ?” พู่กันทวนคำ เสียงของเธอแผ่วเบาจนแทบจะกลืนหายไปกับสายลม “ขอบคุณนะคะที่บอก”
รินไม่ใช่คนที่จะลาป่วยโดยไม่บอกใคร ยิ่งไปกว่านั้น... เธอเป็นถึงหัวหน้าภาควิชา การหายตัวไปโดยไม่มีการแจ้งข่าวสารแบบนี้มันไม่ใช่เรื่องปกติ พู่กันกำสายกระเป๋าแน่น ความรู้สึกหวิวในช่องท้องแล่นริ้วขึ้นมา นี่หรือเปล่านะที่เขาเรียกว่า ‘ความคิดถึง’ จนใจจะขาด? มันไม่ใช่ความสดใสเหมือนตอนที่ได้แอบมองพี่รินสอนหนังสือ แต่มันคือความเจ็บปวดที่เหมือนมีมือที่มองไม่เห็นมาบีบขั้วหัวใจจนหายใจไม่ออก
คืนนั้น พู่กันตัดสินใจทำในสิ่งที่เธอไม่เคยกล้าทำมาก่อน เธอแอบเข้าไปในตึกคณะอีกครั้งด้วยคีย์การ์ดสำรองที่พี่รินเคยให้ไว้ในวันที่เธอกลายเป็นนักศึกษาดีเด่นประจำวิชา แสงไฟสีส้มสลัวดวงเดิมยังคงกะพริบถี่ๆ ราวกับเตือนภัย
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
เธอเคาะประตูห้องพักอาจารย์เบาๆ หัวใจเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมาจากอก เมื่อไม่มีเสียงตอบรับ พู่กันจึงตัดสินใจเสียบบัตรเข้าไป บรรยากาศภายในห้องมืดมิด มีเพียงแสงจันทร์ที่ลอดผ่านหน้าต่างบานเกล็ดเข้ามา กลิ่นลิลลี่อบอวลไปทั่วห้อง แต่ทว่า... มันกลับเป็นกลิ่นที่เข้มข้นจนเกือบจะทำให้เวียนหัว
“พี่รินคะ... พู่กันเข้ามาแล้วนะคะ”
เธอเดินสำรวจไปรอบห้อง โต๊ะทำงานของพี่รินสะอาดสะอ้านเหมือนเดิม ไม่มีร่องรอยของการต่อสู้ หรือร่องรอยของการหายตัวไปอย่างเร่งรีบ ทว่าเมื่อเธอสายตาไปที่ลิ้นชักที่แง้มอยู่เพียงเล็กน้อย พู่กันก็ต้องชะงัก
ในนั้นมีกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินวางอยู่ เธอหยิบมันขึ้นมาเปิดออกช้าๆ ภายในไม่ได้มีแหวนหรือเครื่องประดับ แต่เป็น ‘กุญแจ’ ดอกเก่าที่ขึ้นสนิมจนกลายเป็นสีน้ำตาลเข้ม กับกระดาษโน้ตแผ่นเล็กที่เขียนด้วยลายมือบรรจงที่เธอจำได้แม่นยำ
*‘ถ้าอยากรู้ว่าพี่หายไปไหน... ให้ไปที่ห้องใต้ดินของตึกเก่าหลังหอสมุด แต่อย่าหันหลังกลับมาเด็ดขาดนะ พู่กัน’*
มือของพู่กันสั่นเทาขณะอ่านข้อความนั้น ลายมือนั้นเหมือนพี่รินไม่มีผิดเพี้ยน แต่ทำไมมันถึงได้มีความกดดันและดูเร่งรีบในขณะเดียวกัน พู่กันรู้ดีว่าห้องใต้ดินนั้นถูกสั่งปิดมานานหลายปีด้วยเหตุผลเรื่องความปลอดภัย แต่ความโหยหาในตัวรุ่นพี่คนโปรดมันมีอานุภาพมากกว่าความกลัว
เธอก้าวออกไปจากห้องพักอาจารย์ เดินมุ่งหน้าไปยังตึกเก่าหลังหอสมุดที่เงียบสงัดราวกับป่าช้า ลมกลางคืนเริ่มพัดแรงขึ้นจนใบไม้แห้งกรอบปลิวว่อนมาปะทะตัว เธอไขกุญแจดอกนั้นเข้ากับประตูเหล็กบานหนาของห้องใต้ดิน เสียงเหล็กเสียดสีกันดังสนั่นจนน่าขนลุก
เมื่อก้าวพ้นธรณีประตู พู่กันถึงกับต้องเบิกตากว้าง แสงเทียนนับร้อยเล่มถูกจุดไว้เต็มห้องใต้ดิน และที่กลางห้อง... พี่รินยืนหันหลังให้เธออยู่
“พี่ริน!” พู่กันรีบวิ่งเข้าไปหาด้วยความดีใจ แต่แล้วเธอก็ต้องหยุดชะงักกึก เมื่อเห็นว่ารอบๆ ตัวของพี่รินไม่ได้มีแค่ความว่างเปล่า แต่กลับมีเงาสีดำทมิฬหลายร่างที่ดูเหมือนกำลังเต้นระบำอยู่รอบๆ ตัวของเธอ
“อย่าเข้ามานะพู่กัน...” เสียงของพี่รินเย็นเยียบและราบเรียบอย่างน่าประหลาด “พี่บอกแล้วไงว่าอย่าหันหลังกลับมา... แต่ตอนนี้มันสายไปแล้ว เพราะสิ่งที่ตามหลังหนูเข้ามาในห้องนี้... มันไม่ได้มีแค่หนูคนเดียว”
พู่กันตัวแข็งทื่อ เธอรู้สึกถึงลมหายใจเย็นๆ ที่รดต้นคอจากทางด้านหลัง และเมื่อเธอค่อยๆ เหลือบสายตาไปมองที่กระจกเงาบานใหญ่ที่ตั้งอยู่ในมุมมืดของห้อง สิ่งที่เห็นกลับไม่ใช่เงาของตัวเอง... แต่เป็นเงาของ ‘ใครบางคน’ ที่มีใบหน้าเหมือนพี่รินเปี๊ยบ ทว่าดวงตากลับว่างเปล่าราวกับหลุมศพ!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของพู่กันและพี่รินมาจนถึงตอนนี้นะคะ
กลิ่นลิลลี่สีขาว
บันทึกความลับฉบับเลกเชอร์ของรุ่นพี่คนโปรด•ตอนที่ 27
คนพี่ก็ใจหาย
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกความลับฉบับเลกเชอร์ของรุ่นพี่คนโปรด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!