บันทึกความลับฉบับเลกเชอร์ของรุ่นพี่คนโปรด•ตอนที่ 16

ค่ำคืนงานมหกรรม

ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
"ริน... เธอคิดจริงๆ เหรอว่าเรื่องที่เธอทำลงไป จะไม่มีใครขุดคุ้ยขึ้นมาได้?" ประโยคนั้นยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาทของฉัน เหมือนมีเข็มเล่มเล็กๆ ทิ่มแทงลงมาบนหัวใจที่กำลังเต้นระรัว พู่กันกระชับสมุดจดเลกเชอร์ในมือแน่นจนปกมันยับยู่ยี่ ฉันกวาดสายตาผ่านแสงไฟนีออนสลัวๆ ของบูธนิทรรศการที่วุ่นวาย ท่ามกลางเสียงดนตรีที่ดังอึกทึกจากเวทีกลางงานมหกรรมวิชาการ สายตาของฉันจับจ้องไปที่แผ่นหลังบางของ ‘รุ่นพี่ริน’ ผู้ที่กำลังก้มหน้าก้มตาอธิบายโปรเจกต์สำคัญให้กับคณะกรรมการด้วยท่าทีสุขุม ราวกับว่าคำขู่ที่ได้รับเมื่อครู่เป็นเพียงละอองฝุ่นที่พัดผ่านไป "พู่กัน... ช่วยหยิบแฟ้มเอกสารสีน้ำเงินให้พี่หน่อยค่ะ" น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่แฝงความนุ่มนวลเอ่ยขึ้นโดยไม่ได้หันมามอง ฉันสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะรีบทำตามคำสั่ง ความใกล้ชิดในระยะไม่ถึงคืบทำให้ฉันได้กลิ่นหอมจางๆ จากตัวพี่ริน มันเป็นกลิ่นสะอาดเหมือนกระดาษใหม่และกลิ่นแป้งเด็กอ่อนๆ ซึ่งมักจะทำให้หัวใจของฉันที่กำลังระแวงสงบลงได้อย่างน่าประหลาด "นี่ค่ะพี่ริน... เอ้อ คือว่า" ฉันอึกอัก นิ้วเรียวของรุ่นพี่แตะลงบนหลังมือของฉันเบาๆ ขณะรับแฟ้มไป แตะเพียงเสี้ยววินาทีแต่มันกลับรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟวิ่งพล่านไปทั่วร่าง "เป็นอะไรไปคะ? ตั้งแต่เดินเข้ามาในงาน ดูเธอกังวลนะ" พี่รินเงยหน้าขึ้น ดวงตาคู่สวยคู่นั้นกวาดมองใบหน้าของฉันเหมือนจะอ่านใจ "เปล่าค่ะ! แค่... คนเยอะจนหนูนิดหน่อยน่ะค่ะ พี่รินเหนื่อยไหมคะ? วันนี้ทั้งวันยังไม่ได้นั่งพักเลย" ฉันเบี่ยงเบนความสนใจพลางยื่นขวดน้ำที่แช่จนเย็นจัดให้ พี่รินคลี่ยิ้มจางๆ เป็นยิ้มที่ไม่ได้หาดูได้บ่อยนัก มันทำให้มุมปากของฉันเผลอยกขึ้นตาม "ขอบใจนะ... งั้นเราไปเดินพักแถวโซนสวนด้านหลังกันหน่อยไหมคะ? พี่อยากหลบเสียงตรงนี้สักพัก" โซนสวนหลังมหาลัยในยามค่ำคืนเงียบสงัดกว่าที่คิด แสงไฟจากงานมหกรรมทอดเงาเป็นเส้นยาวลงบนพื้นหญ้า เราทั้งคู่เดินเคียงข้างกันโดยไร้คำพูด มีเพียงเสียงฝีเท้าที่สอดประสานกันเท่านั้นที่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ "เรื่องนั้นน่ะ..." พี่รินจู่ๆ ก็เปิดประเด็นขึ้น ทำเอาฉันหยุดเดินกะทันหัน "เรื่องที่ริน... หมายถึง เรื่องที่มีคนมาทักพู่กันเรื่องความลับน่ะ" ฉันใจหายวาบ "พี่รินรู้ด้วยเหรอคะ?" "พี่ไม่ใช่คนโง่นะคะพู่กัน" เธอหันกลับมาประจันหน้ากับฉัน ดวงตาสีเข้มคู่นั้นดูลึกซึ้งราวกับมหาสมุทรที่เก็บซ่อนพายุไว้ข้างใน "ทุกคนมีมุมมืดที่ไม่อยากให้ใครเห็น แต่การที่พู่กันยอมเอาตัวมาเสี่ยงเพื่อช่วยพี่... พี่อยากรู้ว่าทำไปเพื่ออะไร" คำถามนั้นทำให้ช่องท้องของฉันวูบโหวง ฉันไม่ได้ทำเพื่อความถูกผิด หรือเพื่อชื่อเสียงของภาควิชาหรอก แต่มันเป็นเพราะ... "หนูแค่... ไม่อยากให้ใครมาทำร้ายพี่รินค่ะ" ฉันรวบรวมความกล้าเงยหน้าสบตาเธอ "ไม่ว่าพี่จะซ่อนอะไรไว้ หรือใครจะพยายามขุดคุ้ยมันขึ้นมา... หนูแค่อยากเป็นคนที่ยืนข้างพี่ ในวันที่คนอื่นหันหลังให้" พี่รินนิ่งไป แสงไฟจากโคมไฟริมทางสะท้อนเข้ากับดวงตาของเธอจนดูวับวาว เธอค่อยๆ ก้าวเข้ามาใกล้ จนฉันต้องถอยหลังไปพิงกับต้นไม้ใหญ่ ร่างกายของพี่รินโน้มเข้ามาจนหน้าผากของเราเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ที่ปลายจมูก "ถ้าสิ่งที่พี่ซ่อนไว้... มันเป็นสิ่งที่น่ากลัวกว่าที่เธอคิดล่ะ?" เสียงกระซิบของเธอสั่นพร่าเล็กน้อย "หนูก็จะกลัวไปกับพี่ค่ะ" ฉันตอบเสียงแผ่ว พี่รินแค่นยิ้มก่อนจะเอื้อมมือมาลูบแก้มฉันเบาๆ สัมผัสนั้นแผ่วเบาแต่กลับหนักแน่นในความรู้สึก มันเป็นการปลอบประโลมที่ทำให้ฉันแทบจะหยุดหายใจ แต่ทว่า... จังหวะที่ความใกล้ชิดกำลังจะก่อตัวเป็นความอบอุ่นที่เหนือคำบรรยาย เสียงฝีเท้าที่เร่งรีบจากพุ่มไม้ด้านหลังก็ดังขัดจังหวะขึ้น "ริน! อยู่นี่เองเหรอ" เสียงของผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้นด้วยน้ำเสียงร้อนรน "พวกนั้นรู้แล้วนะว่าเธอเอาไฟล์ข้อมูลชุดนั้นไปซ่อนไว้ที่ไหน ตอนนี้คนของภาคฯ กำลังไปที่ห้องทำงานของเธอแล้ว!" พี่รินชะงัก ร่างกายที่เคยอ่อนโยนเมื่อครู่เกร็งแข็งขึ้นทันที เธอดึงมือออกจากใบหน้าของฉันแล้วหันไปมองต้นเสียงด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ มันคือความเย็นชาที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน "หมายความว่าไงคะพี่ริน?" ฉันถามด้วยเสียงที่สั่นเครือ ความรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังจะถล่มลงมา พี่รินหันกลับมามองฉัน สายตาคู่นั้นดูเจ็บปวดและลังเลอยู่เพียงครู่ก่อนจะกลับมาแข็งกร้าว "พู่กัน... กลับไปที่งานเดี๋ยวนี้ อย่ามายุ่งเรื่องนี้อีก" เธอกำลังจะก้าวเดินออกไป แต่ฉันคว้าข้อมือเธอไว้แน่น "ถ้าพี่เดินไปตอนนี้ พี่จะไม่มีทางกลับมาเป็นคนเดิมได้อีกนะ!" พี่รินหยุดเดิน เธอไม่หันมามอง แต่เสียงที่ตอบกลับมานั้นเย็นเฉียบจนหัวใจฉันสั่นสะท้าน "เพราะฉันไม่ได้ตั้งใจจะกลับไปเป็นคนเดิมตั้งแต่แรกแล้วค่ะ... สิ่งที่เธอกำลังเห็นอยู่นี้ต่างหาก คือตัวตนจริงๆ ของฉัน" เธอดึงมือออกจากการเกาะกุมของฉันแล้วเดินจากไป ทิ้งให้ฉันยืนเคว้งอยู่ท่ามกลางความมืด โดยที่ในมือยังคงกำสมุดเลกเชอร์ที่เธอลืมทิ้งไว้ และเมื่อฉันเปิดหน้าสุดท้ายที่เธอเพิ่งเขียนทิ้งไว้ก่อนหน้านี้... มันไม่ใช่บันทึกการเรียน แต่กลับเป็นรายชื่อของคนห้าคนที่ฉันรู้จักดี พร้อมกับคำสั่งการที่เขียนด้วยลายมืออันเป็นเอกลักษณ์ของเธอว่า ‘ต้องกำจัด’ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางมาถึงบทที่ 16 นี้ด้วยกันนะคะ หวังว่าความลับที่ค่อยๆ เผยออกมาจะทำให้ทุกท่านลุ้นไปพร้อมกับพู่กันนะคะ กลิ่นลิลลี่สีขาวจะตั้งใจเขียนตอนต่อไปให้เข้มข้นที่สุดเลยค่ะ
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกความลับฉบับเลกเชอร์ของรุ่นพี่คนโปรด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%