บันทึกความลับฉบับเลกเชอร์ของรุ่นพี่คนโปรด•ตอนที่ 35

ความผิดหวังของรุ่นพี่

ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
“พี่ริน... นี่คือสิ่งที่พี่ทำ เพื่อซื้อความเงียบจากฉันเหรอคะ?” เสียงของฉันสั่นเครือ แต่มันกลับดังชัดเจนจนน่าใจหายในห้องสมุดส่วนตัวที่เงียบเชียบ หลักฐานการโอนเงินจำนวนมหาศาลบนหน้าจอแท็บเล็ตที่วางอยู่ตรงหน้าพี่รินสั่นไหวไปตามแรงมือที่กำแน่นของเธอ ความเย็นชาที่มักเป็นเกราะป้องกันตัวของรุ่นพี่คนโปรดเริ่มปริร้าว เผยให้เห็นรอยร้าวลึกที่ฉันไม่เคยแม้แต่จะจินตนาการถึง พี่รินไม่ตอบ เธอเพียงแค่เหม่อมองตัวเลขเหล่านั้นด้วยแววตาว่างเปล่า มือเรียวสวยที่เคยใช้เขียนเลกเชอร์ที่แสนประณีตให้ฉัน บัดนี้กลับสั่นเทาเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะค่อยๆ ผลักแท็บเล็ตกลับมาทางฉันด้วยกิริยาที่ดูเหนื่อยล้าเกินกว่าจะหาคำแก้ตัวใดๆ มาอ้าง “ถ้าหนูคิดว่าเงินก้อนนั้นคือการซื้อความเงียบ... แล้วการที่หนูเอาเรื่องนี้มาเปิดเผยต่อหน้าพี่ในตอนนี้ มันหมายความว่ายังไงล่ะ พู่กัน” น้ำเสียงของเธอแหบพร่า ทว่าแฝงไว้ด้วยความนัยที่เชือดเฉือน “ต้องการคำอธิบาย หรือต้องการให้พี่เป็นคนผิดเพียงคนเดียวในเรื่องนี้กันแน่?” ฉันเม้มริมฝีปากแน่น ความรู้สึกเหมือนถูกหักหลังแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย พู่กันคนเดิมที่เคยสดใสพยายามจะหาเหตุผลเข้าข้างพี่ริน แต่พู่กันในตอนนี้—คนที่ค้นพบว่าบันทึกความลับที่ฉันเฝ้าฟูมฟักมาตลอดกลับเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งในเกมการเงินสกปรกของคนอื่น—กลับรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบพังทลายลง “หนูไม่เคยต้องการเงิน หรือชื่อเสียงอะไรทั้งนั้น สิ่งที่หนูต้องการคือความจริง... พี่รู้ใช่ไหมว่าถ้าเรื่องนี้หลุดออกไป พี่จะไม่ได้เป็นแค่หัวหน้าภาควิชาที่ใครๆ ก็เคารพ แต่มันคือจุดจบของอนาคตที่พี่สร้างมาด้วยมือตัวเอง” พี่รินแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูเหมือนการยอมจำนนต่อโชคชะตา เธอเงยหน้าขึ้นสบตาฉัน ดวงตาคู่นั้น... ดวงตาที่ฉันเคยหลงใหลในความอบอุ่น บัดนี้กลับหม่นแสงลงจนเหลือเพียงความโศกเศร้า “อนาคตเหรอ? พู่กัน... หนูยังเด็กเกินไปที่จะเข้าใจว่า ในโลกของผู้ใหญ่ บางครั้งเราไม่ได้ทำสิ่งที่ถูกต้องที่สุด แต่เราทำสิ่งที่จำเป็นที่สุดเพื่อรักษา ‘บางอย่าง’ เอาไว้” “แล้ว ‘บางอย่าง’ ของพี่ มันคุ้มกับความเชื่อใจของหนูงั้นเหรอคะ?” ฉันถามออกไปพร้อมกับหยิบแท็บเล็ตขึ้นมา ความรู้สึกอึดอัดที่ลำคอทำให้ฉันอยากจะร้องไห้ แต่ฉันก็ทำไม่ได้ “ตั้งแต่วันนี้ไป... เราเว้นระยะห่างกันเถอะนะคะ หนูก็แค่รุ่นน้องคนหนึ่งที่อยากมาขอยืมเลกเชอร์ และพี่ก็คือรุ่นพี่ที่ใจดีตามหน้าที่... อย่าให้เราต้องรู้จักกันมากกว่านี้เลย” คำพูดของฉันเปรียบเสมือนใบมีดที่กรีดลงบนความสัมพันธ์ที่กำลังเบ่งบาน ฉันเห็นหัวคิ้วของพี่รินกระตุกเล็กน้อย สีหน้าของเธอเปลี่ยนจากความว่างเปล่ากลายเป็นความตระหนกที่ถูกซ่อนไว้ใต้ท่าทีสุขุม ร่างสูงโปร่งของเธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเข้ามาหาฉันหนึ่งก้าว แต่แล้วเธอก็ชะงักราวกับนึกขึ้นได้ว่าไม่มีสิทธิ์จะเหนี่ยวรั้งฉันไว้ บรรยากาศรอบตัวเราหนักอึ้ง ความเงียบงันในห้องทำงานกดทับจนแทบหายใจไม่ออก พี่รินหันหลังกลับไปมองหน้าต่างที่สะท้อนเงาของเธอเพียงลำพัง ท่าทางที่ดูโดดเดี่ยวของเธอทำให้ใจฉันแกว่งไกวไปวูบหนึ่ง แต่ฉันต้องเข้มแข็ง... ถ้าความรักของฉันมันต้องแลกมาด้วยการเป็นเครื่องมือในความผิดพลาดของใคร ฉันขอเลือกที่จะเจ็บปวดจากการเดินออกมาดีกว่า “พู่กัน... ถือว่าพี่ขอร้อง” น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนไป เป็นน้ำเสียงที่ฟังดูเปราะบางจนน่าใจหาย “อย่าเพิ่งตัดสินใจอะไรในตอนนี้... ถ้าหนูเดินออกจากห้องนี้ไปโดยไม่ฟังเหตุผลทั้งหมด หนูจะไม่มีวันได้รู้เลยว่า ใครกันแน่ที่เป็นคนบงการให้เรื่องทั้งหมดนี้เกิดขึ้น” หัวใจของฉันเต้นรัว ฉันชะงักฝีเท้าที่กำลังจะเดินพ้นประตู พี่รินค่อยๆ หันกลับมา แววตาของเธอสั่นระริกราวกับคนกำลังตัดสินใจทำเรื่องที่อันตรายที่สุดในชีวิต เธอล้วงมือเข้าไปในลิ้นชักโต๊ะทำงาน ก่อนจะหยิบซองจดหมายสีขาวนวลที่มีตราประทับซึ่งฉันคุ้นตาเป็นอย่างดีออกมา มันไม่ใช่ตราประทับของคณะ... แต่มันคือตราประทับของ ‘ตระกูล’ ที่เคยอุปการะฉันในอดีต! จดหมายฉบับนั้นถูกวางลงบนโต๊ะด้วยมือที่สั่นเทาของพี่ริน “พี่ไม่ได้ทำเพื่อเงิน... แต่พี่ทำเพื่อให้หนูรอดพ้นจากเงื้อมมือของพวกเขา พู่กัน... อ่านมันซะ แล้วหนูจะรู้ว่าทำไมตลอดเวลาที่ผ่านมา พี่ถึงทำตัวเย็นชาและผลักไสหนูมาตลอด” ฉันมองซองจดหมายนั้นด้วยความสับสน มือของฉันเริ่มเย็นเยียบ กลิ่นหอมจางๆ ของดอกลิลลี่ที่อบอวลอยู่ในห้องทำงานของเธอในวินาทีนี้ กลับรู้สึกคล้ายกลิ่นของความลับที่กำลังจะถูกกระชากออกมาอย่างไม่ปรานี ทว่า ในจังหวะที่ฉันเอื้อมมือไปแตะซองจดหมาย เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างรุนแรงสามครั้ง ก่อนที่บานประตูจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่รอคำอนุญาต ร่างของชายวัยกลางคนที่คุ้นตาในชุดสูทสีเข้มก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มที่ดูน่าขนลุกที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็นมา “ได้เวลาปิดตำนานความลับของนักศึกษาปี 1 แล้วนะครับ คุณริน... และคุณหนูพู่กัน” ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางมาถึงช่วงเวลาที่เข้มข้นที่สุดไปกับรินและพู่กันนะคะ หวังว่าทุกคนจะอดใจรอตอนต่อไปไม่ไหวเหมือนกับกลิ่นลิลลี่สีขาวเลยค่ะ
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกความลับฉบับเลกเชอร์ของรุ่นพี่คนโปรด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%