บันทึกความลับฉบับเลกเชอร์ของรุ่นพี่คนโปรด•ตอนที่ 30

เปิดใจครั้งใหญ่

ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
“พู่กัน... ถ้ายังไม่ยอมเงยหน้ามาสบตากัน พี่คงต้องคิดว่าสิ่งที่เธอทำมาตลอด มันเป็นแค่การละเล่นสนุกๆ ของเด็กปีหนึ่งที่อยากลองดีกับคนอื่นสินะคะ” น้ำเสียงราบเรียบแต่ทว่าเย็นเยียบของพี่รินทำให้หัวใจของพู่กันกระตุกวูบ พู่กันสูดลมหายใจเข้าลึกจนเต็มปอด มือที่กำชายเสื้อนักศึกษาแน่นจนยับยู่ยี่สั่นเทาเล็กน้อย เธอรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี ก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบกับดวงตาคู่คมที่มองมานิ่งสนิท ทว่าลึกเข้าไปในความนิ่งนั้นกลับมีความสั่นไหวบางอย่างที่พู่กันไม่เคยเห็นมาก่อน ห้องสมุดคณะในยามค่ำคืนที่เหลือเพียงเราสองคนดูเงียบเชียบจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัวเป็นจังหวะที่ผิดปกติ พู่กันมองเห็นเงาของตัวเองในแววตาของพี่ริน มันไม่ใช่สายตาของหัวหน้าภาควิชาที่ดุเข้มงวด แต่มันคือสายตาของคนที่กำลังปกป้องความรู้สึกบางอย่างที่พยายามฝังกลบมานาน “พู่กันไม่ได้ล้อเล่นค่ะ” พู่กันเอ่ยเสียงสั่นพร่า “ทุกเลกเชอร์ที่พู่กันขอ... ทุกครั้งที่พู่กันหาข้ออ้างไปนั่งข้างๆ พี่ริน... พู่กันไม่ได้ทำเพราะความสนุก หรือเพราะอยากชนะใครทั้งนั้นค่ะ” พี่รินขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกก้าว จนระยะห่างระหว่างเราเหลือเพียงไม่กี่เซนติเมตร กลิ่นหอมจางๆ จากน้ำหอมกลิ่นดอกไม้สีขาวที่พี่รินใช้ประจำลอยมาแตะจมูก มันเป็นกลิ่นที่พู่กันหลงใหลและเป็นกลิ่นที่ทำให้เธอมั่นใจเสมอมาว่าตัวเองไม่ได้เดินหลงทาง “แล้วถ้าไม่ใช่การละเล่น... พู่กันเรียกมันว่าอะไรคะ?” รินถามเสียงเบาหวิว “ความรู้สึก... ที่พู่กันพยายามจะบอกพี่รินมาตลอด แต่มันกลัวจนไม่กล้าเอ่ยออกมาสักทีค่ะ” พู่กันขยับมือที่สั่นเทาไปแตะที่ขอบโต๊ะใกล้ๆ ร่างกายของเธอรู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วทั้งใบหน้า “พู่กันชอบพี่รินค่ะ ชอบมากเสียจนเลกเชอร์พวกนี้มันกลายเป็นแค่ข้ออ้างที่พู่กันใช้เพื่อที่จะได้อยู่ใกล้ๆ พี่รินให้นานที่สุดในแต่ละวัน” ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ รินนิ่งค้างไปเหมือนรูปปั้นที่เพิ่งถูกปลุกให้ตื่น ดวงตาสีเข้มของเธอวูบไหวราวกับเปลวเทียนที่ถูกลมพัดแรง มือของพี่รินขยับขึ้นมาแตะที่ริมฝีปากตัวเองเบาๆ คล้ายคนกำลังสับสนกับสิ่งที่เพิ่งได้ยิน “เธอรู้ไหมพู่กัน...” รินเว้นจังหวะ น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนไปจากความเฉยชาเป็นความอ่อนโยนที่แฝงด้วยความอ่อนล้า “ตลอดสามปีที่ผ่านมา พี่พยายามสร้างกำแพงกั้นทุกคนออกไป พี่คิดว่าความโดดเดี่ยวคือพื้นที่ที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับพี่ แต่พอเธอเข้ามา... เข้ามาพร้อมกับสมุดเลกเชอร์เล่มนั้น เข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มที่ไม่เคยยอมแพ้ต่อความเย็นชาของพี่... กำแพงที่พี่สร้างไว้มันพังทลายลงตั้งแต่วันไหน พี่ก็จำไม่ได้แล้วค่ะ” “พี่ริน...” พู่กันครางชื่อคนตรงหน้าแผ่วเบา รินขยับเข้าไปใกล้จนไหล่เราสัมผัสกัน ไออุ่นจากร่างกายของพี่รินทำให้พู่กันรู้สึกเหมือนโลกหมุนช้าลง “พี่ไม่เคยเปิดใจให้ใคร เพราะพี่กลัวว่าวันหนึ่งถ้าพี่ให้ความสำคัญกับใครสักคน แล้ววันนั้นเขาจะหายไป... แต่กับพู่กัน พี่กลับกลัวยิ่งกว่าว่าถ้าพี่ปิดกั้นเธอไว้แบบนี้ สักวันเธอจะเป็นคนเดินจากไปเอง” “พู่กันไม่มีวันไปไหนค่ะ” พู่กันสวนกลับทันควัน สายตาของเธอเด็ดเดี่ยว “ต่อให้พี่รินจะดุ จะเย็นชา หรือไล่พู่กันแค่ไหน พู่กันก็จะหาเหตุผลใหม่มาอยู่ใกล้ๆ พี่รินให้ได้ เพราะสำหรับพู่กัน พี่รินไม่ใช่แค่รุ่นพี่ แต่เป็นคนเดียวที่ทำให้พู่กันอยากเป็นคนที่ดีขึ้นทุกวัน” มือเรียวบางของรินค่อยๆ เอื้อมมาแตะที่ข้างแก้มของพู่กัน สัมผัสนั้นแผ่วเบา ทว่ากลับทำให้พู่กันแทบหยุดหายใจ นิ้วโป้งของรินลูบผ่านผิวแก้มอย่างทะนุถนอม ราวกับเธอกำลังสัมผัสของล้ำค่าที่เพิ่งค้นพบในวันที่เหนื่อยล้าที่สุด “งั้น... เปลี่ยนจากขอเลกเชอร์ มาเป็นขอโอกาสได้ไหมคะ?” รินกระซิบ เสียงนั้นสั่นพร่าด้วยความเขินอายที่ถูกซ่อนไว้อย่างดี “โอกาสที่พี่จะให้คนเด็กกว่ามาคอยป่วนหัวใจทุกวันแบบนี้” พู่กันแทบอยากจะกรีดร้องด้วยความดีใจ แต่เธอก็ทำได้เพียงส่งยิ้มที่กว้างที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนจะพยักหน้าตอบรับด้วยความเต็มใจ “พู่กันให้โอกาสพี่รินตลอดไปเลยค่ะ” บรรยากาศในห้องสมุดดูเหมือนจะอบอวลไปด้วยความหวานจนน่าใจหาย พู่กันรู้สึกเหมือนฝันไป เธอค่อยๆ เอื้อมมือไปกุมมือของรินไว้ ความอุ่นของฝ่ามือที่ประสานกันคือเครื่องยืนยันว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นคือความจริง แต่ทว่าในขณะที่ความสุขกำลังเบ่งบานจนถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากทางเดินหน้าห้องสมุด ก่อนที่ประตูไม้บานใหญ่จะถูกผลักเปิดออกอย่างแรงโดยไม่มีการเคาะ “พี่รินครับ! ผมรู้ว่าพี่อยู่ที่นี่... เรื่องทุนวิจัยที่อาจารย์คุยกับผมเมื่อตอนเย็น พี่ต้องอธิบายให้ผมฟังเดี๋ยวนี้!” เสียงของ 'ต้น' รุ่นพี่คนสนิทที่รินเคยร่วมงานด้วยดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าตึงเครียด เขาชะงักไปทันทีเมื่อเห็นพู่กันและรินยืนอยู่ใกล้กันในระยะที่แนบชิดเกินกว่าคนรู้จักทั่วไป สายตาของเขากวาดมองมือที่กุมกันอยู่ของทั้งสองด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถามและบางสิ่งที่ดูคล้ายกับความโกรธเกรี้ยวที่ถูกจุดติด รินชักมือกลับทันทีด้วยความตกใจ ส่วนพู่กันได้แต่ยืนนิ่งค้าง หัวใจที่เพิ่งพองโตเมื่อครู่กลับดิ่งวูบลงสู่ความเย็นเยียบอีกครั้ง เมื่อเธอสัมผัสได้ถึงความลับบางอย่างที่อาจทำลายช่วงเวลาแสนหวานนี้ให้พังทลายลงในพริบตา หวังว่าความอบอุ่นนี้จะช่วยโอบกอดหัวใจของรี้ดทุกคนไว้นะคะ ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับกลิ่นลิลลี่สีขาวค่ะ
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกความลับฉบับเลกเชอร์ของรุ่นพี่คนโปรด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%