“ทำไมต้องหลบหน้ากันคะ... พี่ริน”
น้ำเสียงของรินที่เอ่ยออกมานั้นสั่นพร่า เหมือนหยดน้ำที่เกาะอยู่บนกลีบดอกไม้บางๆ แล้วพร้อมจะร่วงหล่นลงสู่พื้นดินทุกเมื่อ พู่กันนิ่งงัน มือที่เคยจับขอบโต๊ะจนข้อนิ้วขาวซีดค่อยๆ คลายออกช้าๆ ความเงียบในห้องทำงานของหัวหน้าภาควิชาดูจะหนักอึ้งขึ้นเป็นทวีคูณ จนแทบจะได้ยินเสียงลมหายใจที่ติดขัดของคนทั้งคู่
พู่กันไม่ยอมสบตา เธอจดจ้องไปยังสันหนังสือเล่มหนาที่วางเรียงรายอยู่บนชั้น ราวกับว่าตัวอักษรเหล่านั้นมีความหมายลึกซึ้งกว่าคำถามที่เพิ่งได้รับฟัง
“พู่กันไม่ได้หลบค่ะ...” พู่กันตอบเบาหวิว เสียงที่พยายามประคับประคองให้ดูเข้มแข็งกลับฟังดูน่าสงสารกว่าที่ตั้งใจไว้ “พู่กันแค่... กำลังทบทวนอะไรบางอย่าง”
รินก้าวเข้ามาใกล้หนึ่งก้าว เสียงส้นรองเท้าคัทชูที่กระทบพื้นห้องดังชัดเจนจนคนฟังสะดุ้ง “ทบทวน? ทบทวนด้วยการไม่รับสาย ทบทวนด้วยการเดินหนีในทางเดินคณะ หรือทบทวนด้วยการทำเหมือนพี่เป็นแค่คนแปลกหน้าทั้งที่... ที่ผ่านมาเราใกล้ชิดกันแค่ไหน”
คำว่า ‘ใกล้ชิด’ เสียดแทงเข้าไปในความรู้สึกของพู่กันจนเธอต้องหลับตาแน่น
*ใกล้ชิดงั้นหรือ?* ใช่—ใกล้ชิดจนหัวใจของเธอแทบจะหลอมละลายรวมไปกับรอยยิ้มบางๆ ของรุ่นพี่คนนี้ ใกล้ชิดจนกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกลิลลี่ที่ติดตัวรินกลายเป็นเครื่องหอมประจำใจที่เธอโหยหา แต่ยิ่งใกล้ชิด ความกลัวที่ซ่อนอยู่ในก้นบึ้งของหัวใจก็ยิ่งขยายตัว
พู่กันหันกลับมาเผชิญหน้า ดวงตาคู่สวยที่เคยสดใสบัดนี้เต็มไปด้วยร่องรอยของความสับสน “พี่รินเคยรู้สึกไหมคะว่า... ยิ่งเราพยายามคว้าอะไรบางอย่างไว้แน่นเท่าไหร่ เราก็ยิ่งทำให้อีกคนอึดอัดมากขึ้นเท่านั้น”
รินชะงัก สายตาที่เคยสุขุมและเย็นชาเริ่มไหวระริก เธอเม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะแค่นยิ้มออกมา เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้มีความสุขเลยสักนิด “เธอคิดว่าพี่อึดอัดงั้นเหรอ? เธอคิดไปเองหรือว่าเธอกำลังใช้มันเป็นข้ออ้างที่จะถอยห่างจากพี่กันแน่ พู่กัน”
ความอัดอั้นที่พู่กันเก็บกดไว้ตลอดหลายสัปดาห์ระเบิดออกมา เธอขยับตัวเข้ามาใกล้จนระยะห่างระหว่างคนทั้งคู่ลดเหลือเพียงคืบ “หนูไม่ได้อ้าง! แต่หนูมองเห็น... หนูเห็นว่าข้างในแววตาพี่มันไม่ได้มีแค่ความเอ็นดูเหมือนที่พี่บอกใครต่อใคร หนูเห็นความเหนื่อยล้า ความว่างเปล่า และพี่ที่พยายามจะผลักไสทุกคนออกไปจากชีวิต... รวมถึงหนูด้วย!”
“แล้วถ้าพี่ทำแบบนั้นจริงๆ ล่ะ” รินสวนกลับ เสียงของเธอเย็นเยียบแต่ทว่ากลับมีรอยสั่นไหวที่ปลายเสียง “ถ้าพี่ทำแบบนั้นเพราะพี่กลัว... กลัวว่าถ้าวันหนึ่งพี่ปล่อยให้ใครสักคนเข้ามาแทนที่ความเหงาของพี่ได้จริงๆ แล้ววันหนึ่งเขาก็จากไปเหมือนคนอื่นๆ พี่จะเจ็บปวดแค่ไหน”
พู่กันตัวชาวาบ เธอไม่เคยเห็นรินในมุมนี้มาก่อน มุมที่เปราะบางเหมือนแก้วคริสตัลที่พร้อมจะแตกร้าวหากได้รับแรงกระแทกเพียงเล็กน้อย
“พู่กันไม่ไปไหนค่ะ...” พู่กันพูดเสียงสั่น มือของเธอเอื้อมไปแตะที่ปลายแขนเสื้อกาวน์ของรินอย่างแผ่วเบา “พู่กันไม่ใช่คนอื่น พู่กันคือคนที่ตั้งใจจะบันทึกทุกความลับของพี่เอาไว้ในเลกเชอร์ของหัวใจ... เพราะฉะนั้น อย่าให้หนูต้องหลบหน้าพี่อีกเลยนะคะ มันทรมาน... ทรมานเหมือนคนที่กำลังจะจมน้ำแต่ไม่กล้าคว้ามือคนที่ตัวเองรักเอาไว้”
รินนิ่งอึ้ง หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำจนรู้สึกได้ที่ปลายนิ้ว เธอมองใบหน้าของรุ่นน้องที่รักตรงหน้า ความรู้สึกผิดถาโถมเข้าใส่เมื่อเห็นคราบน้ำตาที่ยังคงตกค้างอยู่บนแก้มใสของอีกฝ่าย เธอรู้ดีว่าเธอเป็นคนเริ่มเกมนี้เอง... เกมที่เธอตั้งใจจะแค่สอนคนตัวเล็กให้รู้จักโลกที่กว้างขึ้น แต่กลับกลายเป็นเธอเสียเองที่ติดกับดักของความอ่อนโยนนี้
รินยกมือขึ้นช้าๆ ปลายนิ้วสัมผัสที่ข้างแก้มของพู่กันอย่างอ่อนโยน สัมผัสที่แผ่ซ่านความอบอุ่นไปทั่วร่างกายของทั้งคู่
“ถ้าพี่บอกว่า...” รินเว้นจังหวะ เสียงกระซิบของเธอเบาจนแทบจะเป็นลมหายใจ “ถ้าพี่บอกว่าความเหงาของพี่ มันถูกรักษาไว้ด้วยการมีเธออยู่ใกล้ๆ มาตลอด... เธอจะยังโกรธที่พี่ทำตัวงี่เง่าใส่ไหม”
พู่กันกลั้นหายใจ หัวใจเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมาจากอก เธอส่ายหน้าเบาๆ แทนคำตอบ พร้อมกับโน้มตัวเข้าหาไออุ่นนั้นโดยสัญชาตญาณ
ทว่าในวินาทีที่ระยะห่างของทั้งคู่กำลังจะเลือนหายไป เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นถี่ๆ พร้อมกับเสียงของอาจารย์ภาควิชาที่ดังแทรกเข้ามาอย่างไม่ให้ซุ่มให้เสียง
“อาจารย์รินคะ! ผลประเมินโครงงานของปี 1 ส่งมาผิดพลาดค่ะ ต้องรีบแก้ไขด่วนเลย!”
รินสะดุ้งสุดตัว เธอรีบชักมือกลับราวกับถูกไฟลวก ใบหน้าของเธอแดงก่ำด้วยความประหม่า ส่วนพู่กันได้แต่ยืนนิ่งอย่างค้างคาใจ ความตึงเครียดในห้องมลายหายไปแทนที่ด้วยความตกใจที่ถาโถมเข้ามาแทน
รินหมุนตัวไปทางประตู มือไม้สั่นขณะหยิบเอกสารบนโต๊ะ ทว่าจังหวะนั้นเองสายตาของเธอก็เหลือบไปเห็น ‘สมุดเลกเชอร์’ เล่มสีขาวที่วางลืมไว้บนเก้าอี้ของพู่กัน หน้ากระดาษที่เปิดค้างอยู่เผยให้เห็นข้อความลายมือของพู่กันที่เขียนทับลงบนหัวข้อวิชา—ไม่ใช่เนื้อหาการเรียน แต่มันคือรายชื่อวันที่... และจำนวนครั้งที่เธอแอบไปยืนรอรับรินที่หน้าตึกทุกวันตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา
และบรรทัดสุดท้ายที่เขียนไว้ด้วยหมึกสีน้ำเงินเข้มคือประโยคที่ทำให้รินถึงกับก้าวขาไม่ออก: *“ความลับของวันนี้... พี่รินยังไม่รู้ว่าหนูแอบเปลี่ยนรหัสเข้าห้องสมุดที่พี่ชอบไปนั่งคนเดียวแล้ว เพื่อที่วันหนึ่งหนูจะได้ไปรอเซอร์ไพรส์พี่ที่นั่น... พี่จะโกรธไหมนะ ถ้าหนูบอกว่าหนูรู้ความลับที่พี่แอบซ่อนไว้ในล็อกเกอร์นั่นทั้งหมดแล้ว”*
รินหันขวับกลับมามองพู่กันที่ยืนก้มหน้าหลบสายตาด้วยความรู้สึกที่คาดเดาไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้กับกลิ่นลิลลี่สีขาวนะคะ
บันทึกความลับฉบับเลกเชอร์ของรุ่นพี่คนโปรด•ตอนที่ 29
คำถามจากใจ
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกความลับฉบับเลกเชอร์ของรุ่นพี่คนโปรด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!