“รุ่นพี่ริน... ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่คะ?”
คำถามของพู่กันแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบ แต่มันกังวานก้องในความเงียบงันของห้องสมุดยามดึก แววตาของหญิงสาวรุ่นพี่ปีสามที่ปกติจะนิ่งสงบดั่งผิวน้ำในยามไร้ลม บัดนี้กลับไหวระริกด้วยอารมณ์บางอย่างที่พู่กันอ่านไม่ออก รินไม่ได้ตอบคำถามในทันที เธอเพียงแต่ก้าวเท้าเข้ามาใกล้จนระยะห่างที่เคยมีไว้เพื่อรักษาความเคารพนั้นมลายสิ้น กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ กลิ่นเดียวกับที่พู่กันหลงใหลยามที่ได้กลิ่นจากสมุดเลกเชอร์เล่มหนา บัดนี้มันกลับเข้มข้นจนทำให้คนตัวเล็กกว่ารู้สึกหายใจติดขัด
“แล้วพู่กันล่ะคะ... ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ในเวลาที่คนอื่นเขาไปฉลองกันหมดแล้ว?”
รินย้อนถาม น้ำเสียงของเธอเรียบสนิท แต่แฝงไปด้วยแรงกดดันที่ทำให้พู่กันเผลอก้าวถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับชั้นหนังสือไม้โอ๊คเก่าแก่ สมุดเลกเชอร์ที่พู่กันถือไว้ในมือสั่นไหวเล็กน้อยจนรินต้องเอื้อมมือขึ้นมาแตะขอบสมุดนั้นไว้ ทั้งคู่หยุดนิ่งราวกับถูกสาป มือของรินอุ่นจัดจนพู่กันรู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วทั้งฝ่ามือที่กุมอยู่
“พู่กัน... แค่มาตามหาความจริงค่ะ” พู่กันกลั้นใจตอบ ดวงตาคู่สวยสบประสานกับนัยน์ตาสีเข้มของคนตรงหน้า “แต่ดูเหมือนความจริงที่พู่กันหา... จะเป็นคนละเรื่องกับที่รุ่นพี่กำลังซ่อนอยู่เลยนะคะ”
รินนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแค่นยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา “ความจริงงั้นหรือคะ พู่กันคิดว่าตัวเองรู้จักรุ่นพี่คนนี้ดีแค่ไหนกันเชียว?”
มือที่แตะอยู่บนสมุดเลกเชอร์เริ่มเลื่อนขึ้นมาสัมผัสปลายนิ้วของพู่กันอย่างแผ่วเบา ความนุ่มนวลนั้นขัดแย้งกับแววตาที่ดูตัดพ้อ รินโน้มตัวเข้ามาใกล้จนพู่กันได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นผิดจังหวะของตัวเอง ความอึดอัดที่สั่งสมมาตลอดหลายสัปดาห์เริ่มพรั่งพรูออกมาเหมือนเขื่อนที่กำลังจะแตก พู่กันอยากจะถามเรื่องคนที่รินไปทานอาหารด้วย อยากจะถามว่าทำไมพักหลังถึงได้เย็นชาใส่กันนัก แต่สุดท้ายคำพูดเหล่านั้นก็กลายเป็นเพียงก้อนสะอื้นในลำคอ
“พู่กันไม่เคยบอกว่ารู้จักรุ่นพี่ดี... พู่กันแค่... อยากรู้จักให้มากกว่าที่เป็นอยู่” เสียงของพู่กันสั่นพร่า
รินชะงักไป เธอละมือออกเหมือนถูกของร้อน ความห่างเหินถูกสร้างขึ้นอีกครั้งในเสี้ยววินาที “บางเรื่อง... การไม่รู้อาจจะดีกว่าสำหรับพู่กันนะ”
เธอกำลังจะเดินจากไป พู่กันที่พยายามรวบรวมความกล้ามาตลอดทั้งวันจึงตัดสินใจคว้าข้อมือเรียวของอีกฝ่ายไว้ ความเย็นเยียบจากผิวหนังของรินทำให้พู่กันใจหาย นี่หรือคือคนที่เธอแอบมองมาตลอด นี่หรือคือคนที่มีรอยยิ้มอบอุ่นในเลกเชอร์ที่เธอหวงแหน
“เลกเชอร์เล่มนี้...” พู่กันยกสมุดในมือขึ้นมา “พู่กันตั้งใจอ่านมันทุกบรรทัด เพื่อจะได้เข้าใจความคิดของรุ่นพี่ แต่มันกลับว่างเปล่า... ในหน้าสุดท้าย... ทำไมรุ่นพี่ถึงเขียนแค่คำว่า ‘อย่าไว้ใจใคร’ เอาไว้คะ?”
รินหยุดกึก เธอยังคงไม่หันกลับมามอง “เพราะคนที่ไว้ใจที่สุด... อาจเป็นคนที่ทำลายความรู้สึกเราได้ลึกที่สุดยังไงล่ะคะ”
บรรยากาศในห้องสมุดเงียบเชียบจนได้ยินเสียงแอร์ที่ทำงานอย่างหนัก รินค่อยๆ หันกลับมา แสงไฟสลัวจากมุมห้องส่องกระทบใบหน้าด้านข้างที่ดูเปราะบางจนน่าใจหาย พู่กันเพิ่งสังเกตเห็นว่าดวงตาที่เคยทรงพลังนั้นกำลังเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตาที่เจ้าตัวพยายามกลั้นเอาไว้
“พู่กัน... ถ้าเธอรู้ว่าความลับของฉันคืออะไร เธอจะไม่มองฉันด้วยสายตาแบบเดิมอีกต่อไป เธอจะไป... เหมือนกับคนอื่นๆ” รินพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือที่สุดเท่าที่พู่กันเคยได้ยิน
พู่กันก้าวเข้าไปหาอีกก้าวอย่างไม่ลังเล เธอไม่ได้สนว่าความลับนั้นจะโหดร้ายเพียงใด เธอรู้แค่ว่าวินาทีนี้ ความสัมพันธ์ที่ถักทอมาด้วยความปรารถนาดีกำลังจะขาดสะบั้นลงต่อหน้าต่อตา “พู่กันไม่ใช่คนอื่นนะคะ! ต่อให้รุ่นพี่จะเป็นยังไง พู่กันก็ไม่มีวันไปไหนทั้งนั้น!”
ทว่า ก่อนที่บทสนทนาจะดำเนินไปถึงจุดที่ทุกอย่างต้องกระจ่างแจ้ง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากทางเข้าห้องสมุด ทั้งสองสะดุ้งสุดตัว รินรีบดึงมือออกและถอยห่างด้วยท่าทางที่กลับมาสุขุมเย็นชาตามสัญชาตญาณพรางตัวอีกครั้ง
เงามืดที่ทอดยาวผ่านประตูบานใหญ่เข้ามาปรากฏให้เห็นชายร่างสูงในชุดสูทที่ดูคุ้นตา เขาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าชั้นหนังสือ พร้อมกับโยนซองเอกสารสีน้ำตาลลงบนโต๊ะไม้ตัวข้างๆ เสียงกระแทกของมันดังสนั่นท่ามกลางความเงียบ “คุณรินครับ... ถึงเวลาที่คุณต้องตัดสินใจแล้ว ว่าจะให้พู่กันเป็น ‘เหยื่อ’ หรือเป็น ‘ความหวัง’ ของโปรเจกต์นี้กันแน่”
พู่กันเบิกตากว้างมองซองเอกสารนั้น ก่อนจะหันกลับไปมองรินที่ยืนตัวแข็งทื่อราวกับรูปปั้น รินค่อยๆ หลับตาลงอย่างอ่อนล้า ในขณะที่เงาของชายปริศนาคนนั้นเริ่มขยับเข้ามาใกล้พู่กันมากขึ้นเรื่อยๆ พลางแสยะยิ้มที่ดูน่าขนลุก
ความลับที่รินปกปิดไว้ไม่ใช่แค่เรื่องของหัวใจ แต่คือกับดักที่เธอถูกบังคับให้เดินเข้ามา และพู่กัน... ก็ก้าวเท้าเข้ามาอยู่ในกับดักนั้นเรียบร้อยแล้ว
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ที่รักทุกคนที่ร่วมเดินทางและคอยลุ้นไปกับพู่กันและรุ่นพี่รินเสมอมานะคะ หวังว่าตอนต่อไปพวกคุณจะยังอยู่เคียงข้างกลิ่นลิลลี่สีขาวค่ะ!
บันทึกความลับฉบับเลกเชอร์ของรุ่นพี่คนโปรด•ตอนที่ 14
เลกเชอร์ที่ว่างเปล่า
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกความลับฉบับเลกเชอร์ของรุ่นพี่คนโปรด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!