“พี่รินคะ... สมุดเลกเชอร์ที่พู่กันยืมไปเมื่อสัปดาห์ก่อน พู่กันสรุปเนื้อหาท้ายบทเสร็จแล้ว เดี๋ยวจะเอาไปคืนที่ห้องสมุด—เอ๊ะ?”
พู่กันชะงักฝีเท้าที่ก้าวเข้าสู่มุมประจำใต้ต้นจามจุรีใหญ่ของคณะ คำพูดที่เตรียมมาหายวับไปกับตา เมื่อเห็นภาพเบื้องหน้าชัดเจนขึ้น ร่างโปร่งของ ‘รุ่นพี่ริน’ ที่มักจะนั่งอยู่คนเดียวในชุดนักศึกษาเรียบกริบ วันนี้กลับมีใครอีกคนนั่งเคียงข้าง แผ่นหลังที่พู่กันคุ้นเคยนั้นดูผ่อนคลายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนเมื่ออยู่กับเธอ
“ไม่เห็นต้องรีบสรุปเลยค่ะ ลายมือพู่กันอ่านง่ายจะตาย พี่ชอบมากกว่าโน้ตของตัวเองเสียอีก”
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นหูไม่ต่างจากหยาดฝนยามฤดูร้อนดังขึ้น พร้อมกับมือเรียวยาวของคนที่นั่งข้างๆ รุ่นพี่รินที่ค่อยๆ เอื้อมไปปัดเศษใบไม้บนไหล่ของนางเอกในดวงใจเธออย่างถือวิสาสะ
รินไม่ได้ขยับหนี เธอเพียงแค่คลี่ยิ้มบางๆ ซึ่งเป็นยิ้มแบบที่พู่กันเฝ้าฝันอยากจะเห็นมันในระยะใกล้ชิดสักครั้ง—ยิ้มที่ไม่ได้มีความเกรงใจหรือความเมตตาแบบรุ่นพี่มีต่อรุ่นน้อง แต่มันคือยิ้มแห่ง ‘ความคุ้นเคย’ ที่ลึกซึ้งเกินกว่าคนแปลกหน้าจะเข้าถึง
“พี่นภ...” พู่กันพึมพำชื่อนั้นออกมาเบาๆ ราวกับลมพัดผ่าน
คนที่ชื่อนภคือรุ่นพี่ปี 4 ผู้เป็นตำนานของคณะ พี่นภหายไปเรียนแลกเปลี่ยนที่ต่างประเทศนานกว่าสองปี ข่าวลือเรื่องความสนิทสนมระหว่างเขากับรุ่นพี่รินนั้นหนาหูพอๆ กับตำราเรียนในห้องสมุด แต่นี่เป็นครั้งแรกที่พู่กันได้เห็นกับตาว่ารัศมีระหว่างคนสองคนมันแน่นแฟ้นเพียงใด
“อ้าว พู่กัน มาพอดีเลย” รินหันมามองพู่กัน สายตาของเธอไม่ได้มีความระแวงหรือความตระหนก แต่มีความนิ่งสงบจนน่าใจหาย “นี่พี่นภนะคะ เพิ่งกลับมาจากฝรั่งเศสเมื่อเช้านี้เอง”
พี่นภหันมามองพู่กัน ดวงตาคมคู่นั้นพิจารณารุ่นน้องปี 1 ตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ก่อนจะแย้มยิ้มที่ดูเป็นมิตร ทว่ากลับทำให้พู่กันรู้สึกเย็นวาบไปถึงสันหลัง
“เด็กใหม่ที่รินพูดถึงบ่อยๆ ในแชทน่ะเหรอ?” พี่นภถามพลางเลิกคิ้ว “ดูสดใสกว่าที่คิดนะ ไม่แปลกใจเลยที่รินจะยอมให้ยืมเลกเชอร์ง่ายๆ ปกติรินไม่เคยให้ใครเข้าใกล้สมุดจดเล่มนั้นเลยแท้ๆ”
พู่กันกระชับสมุดเลกเชอร์ในมือแน่นจนปกยับยู่ยี่ เธอพยายามขยับรอยยิ้มที่ดูเป็นธรรมชาติที่สุดออกมา แต่ดูเหมือนริมฝีปากมันจะสั่นระริกโดยไม่ฟังคำสั่ง “ค่ะ... รุ่นพี่รินใจดีกับพู่กันเสมอเลยค่ะ”
“จะว่าไป... ฉันเพิ่งกลับมา และอาจจะต้องรบกวนเวลาของรินอีกเยอะเลย เพราะมีโปรเจกต์วิจัยร่วมกันที่ค้างคาไว้” พี่นภหันไปพูดกับรินด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเหมือนจงใจให้พู่กันได้ยิน “รินพอจะมีเวลาว่างช่วงเย็นของวันพรุ่งนี้ไหม? ร้านกาแฟร้านเดิมที่เราเคยไปนั่งด้วยกันบ่อยๆ ยังเปิดอยู่รึเปล่านะ?”
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ตรงนั้นชั่วขณะ พู่กันจ้องมองไปยังริน ลมหายใจของเธอติดขัดเหมือนคนจมน้ำ รินนิ่งคิดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันมาสบตากับพู่กัน สายตาคู่นั้นไม่ได้หลบเลี่ยง แต่มันกลับทำให้พู่กันรู้สึกว่าตัวเองเป็นเพียง ‘คนนอก’ ที่บังเอิญหลงเข้ามาในวงสนทนาของคนสองคน
“ได้สิคะพี่นภ... ก็อย่างที่พี่บอก เรามีเรื่องต้องเคลียร์กันอีกเยอะเลย”
พู่กันรู้สึกเหมือนโลกหมุนคว้าง การที่รุ่นพี่รินตกลงง่ายดายเช่นนั้น มันไม่ใช่แค่การรักษามารยาท แต่มันคือการ ‘ให้ความสำคัญ’ ที่มากกว่าใครทุกคน
“งั้น... พู่กันขอตัวก่อนนะคะ พอดีนึกขึ้นได้ว่ามีธุระต้องไปจัดการที่ภาควิชาต่อค่ะ” พู่กันรีบหมุนตัวเดินหนีออกมาทันที เธอไม่ได้รอให้ใครรั้งไว้ และไม่คิดจะหันกลับไปมองอีก
เธอเดินผ่านโถงทางเดินที่เคยเต็มไปด้วยความทรงจำหวานๆ ของการแอบมองรุ่นพี่รินอ่านหนังสือ แต่ในวันนี้ ทุกมุมดูหม่นหมองลงไปถนัดตา พู่กันพยายามบอกตัวเองว่าเธอไม่ใช่เจ้าของชีวิตของรุ่นพี่ ไม่มีความชอบธรรมใดๆ ที่จะไปหวงก้าง แต่หัวใจดวงเล็กๆ กลับตอกย้ำด้วยความรู้สึกเจ็บปวดที่เพิ่งเคยสัมผัสเป็นครั้งแรก
ในขณะที่เธอเดินเลี้ยวเข้ามุมลับของตึกเรียน เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
“พู่กันคะ... รอเดี๋ยว”
เป็นเสียงของรุ่นพี่ริน พู่กันชะงักกึก ความหวังเล็กๆ ในใจปะทุขึ้นมาทันทีว่ารุ่นพี่อาจจะแคร์เธอมากกว่าที่คิด เธอหันกลับไปหวังจะได้ยินคำอธิบาย หรืออย่างน้อยก็คำปลอบใจ แต่สิ่งที่พู่กันเห็นกลับทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบ
รินไม่ได้เดินมาคนเดียว และใบหน้าของรุ่นพี่ไม่ได้มีความกังวลอย่างที่เธอคาดไว้ ในมือของรินถือ ‘สมุดเลกเชอร์’ เล่มที่พู่กันยังไม่ได้คืน อีกฝ่ายยื่นมันมาให้ แต่สายตาของรินกลับมองเลยผ่านเธอไปทางด้านหลัง
“พี่นภ... พู่กันเขาคงลืมเอาเลกเชอร์มาคืนค่ะ ต้องรบกวนพี่ช่วยหยิบให้หน่อยนะคะ พอดีมือพี่ว่างอยู่”
พู่กันนิ่งอึ้ง หัวใจเหมือนถูกบีบจนแหลกละเอียด เมื่อเห็นพี่นภก้าวเข้ามาใกล้เธอในระยะประชิด มือหนาของรุ่นพี่ปี 4 เอื้อมมาแตะที่ปลายสมุดในมือเธอ ก่อนจะกระซิบที่ข้างหูจนเส้นผมของเธอปลิวไหว
“ของชิ้นนี้... น้องคงดูแลมาดีมากสินะครับ” เขาหยุดเว้นจังหวะ ก่อนจะเผยรอยยิ้มที่ดูเยือกเย็นและอันตราย “แต่ต่อจากนี้ไป คงต้องฝากให้คนที่มี ‘หน้าที่’ จริงๆ เป็นคนดูแลจะดีกว่านะ ว่าไหม?”
ท่ามกลางสายตาของคนรอบข้างที่เริ่มจับจ้อง รินกลับทำเพียงแค่ยืนนิ่งดุจรูปปั้นที่ไร้ความรู้สึก ปล่อยให้พู่กันเผชิญหน้ากับความกดดันเพียงลำพัง โดยที่ไม่มีแม้แต่คำกล่าวลา...
ขอบคุณที่เดินทางมาด้วยกันในบทที่เข้มข้นนี้นะคะ หวังว่ารี้ดเดอร์จะยังไม่ทิ้งรินกับพู่กันไปไหนนะคะ
กลิ่นลิลลี่สีขาว
บันทึกความลับฉบับเลกเชอร์ของรุ่นพี่คนโปรด•ตอนที่ 12
คู่แข่งหัวใจ
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกความลับฉบับเลกเชอร์ของรุ่นพี่คนโปรด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!