เซ่นรักเจ้าพ่อมาเฟียคลั่ง•ตอนที่ 10

เมื่อความอดทนถึงขีดสุด

ผลงานโดย ภูริศร์
เสียงคลิกของกลอนประตูด้านนอกที่ดังขึ้น เปรียบเสมือนชนวนระเบิดที่จุดประกายไฟแห่งความอัดอั้นตันใจซึ่งรินรดาสสะสมมาเนิ่นนานให้ลุกโชนขึ้นอย่างไร้การควบคุม ความเงียบงันภายในห้องกว้างหรูหราถูกฉีกกระชากด้วยเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่กำลังก้าวเข้ามาใกล้ เธอยืนเคว้งคว้างอยู่กลางห้องชั่วขณะ ก่อนที่สัญชาตญาณการปกป้องศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดจะผลักดันให้เธอหันขวับกลับไปเผชิญหน้ากับร่างสูงใหญ่ของคีรินที่เพิ่งผลักบานประตูเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าดวงตากลับคมกริบดั่งใบมีดที่พร้อมกรีดแทะทุกสิ่งที่ขวางหน้า "คุณทำบ้าอะไรของคุณคีริน!" เสียงหวานเอ่ยลอดไรฟันด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงตากลมโตฉายแวววาวโรจน์ด้วยหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นใจที่ถูกปฏิบัติราวกับเป็นสิ่งของไร้ค่า "คุณคิดว่าตัวเองเป็นใคร ถึงมีสิทธิ์ขังฉันไว้ที่นี่! ศึกสายเลือดระหว่างคุณกับเมฆา มันเรื่องบ้าอะไรทำไมต้องดึงฉันเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย!" คีรินชะงักฝีเท้าลงเล็กน้อย รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก เขาไม่ได้แสดงท่าทีตื่นตระหนกต่ออารมณ์เกรี้ยวกราดของเธอเลยแม้แต่น้อย กลับกัน ท่าทีนิ่งเฉยราovพญานาคราชที่กำลังมองดูเหยื่อดิ้นรนนั้น ยิ่งทำให้รินรดารู้สึกเหมือนกำลังจะคลั่งตาย "เธอเป็นของฉัน รินรดา" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังลอดริมฝีปากหยัก เป็นคำประกาศิตที่เจือไปด้วยความดิบเถื่อนและเอาแต่ใจ "และทุกสิ่งที่ไอ้เมฆามันอยากได้ ฉันไม่มีวันยอมให้มันแตะต้อง... แม้แต่ปลายเล็บของเธอจำไว้" "ฉันไม่ใช่สิ่งของของใครทั้งนั้น!" รินรดาระเบิดเสียงกรีดร้องออกมาด้วยความเหลืออด ความอดทนที่ถูกบีั้นทอนมาตลอดหลายวันพังทลายลงในพริบตา มือเรียวบางกำแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ เธอพุ่งเข้าไปหาเขาพร้อมกับใช้กำปั้นทุบลงบนอกแกร่งอย่างแรงซ้ำๆ "ปล่อยฉันไป! คุณมันเห็นแก่ตัวที่สุด! ปล่อยฉันกลับบ้าน!" การกระทำของเธอไม่ได้สร้างความเจ็บปวดให้ชายหนุ่มเลยแม้แต่น้อย ร่างสูงใหญ่ยังคงยืนตระหง่านรับแรงทุบตีด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าประกายตาในยามนี้กลับมืดมนและร้อนรุ่มขึ้นอย่างน่ากลัว อารมณ์ดิบเถื่อนที่ถูกปลุกเร้าด้วยความดื้อรั้นของหญิงสาวกำลังกัดกินสติสัมปชัญญะของเจ้าพ่อหนุ่มทีละน้อย หมับ! มือหนาราวกับคีมเหล็กคว้าข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้ได้อย่างแม่นยำในจังหวะที่เธอเงื้อมือขึ้นจะทุบตีเขาเป็นครั้งที่สาม แรงบีบมหาศาลทำให้รินรดานิหน้าด้วยความเจ็บปวด เธอพยายามบิดข้อมือหนีแต่ก็ไร้ผล ร่างบางถูกกระชากเข้าหาแผงอกกว้างอย่างแรงจนปะทะกันเข้าอย่างจัง ลมหายใจอุ่นร้อนของทั้งคู่ผสานกันในระยะประชิด "กล้ามากนะที่กล้าขึ้นเสียงใส่ฉัน..." คีรินก้มหน้าลงกระซิบชิดริมฝีปากอิ่มที่กำลังหอบสะท้อน น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยแรงปรารถนาอันดิบเถื่อนที่ยากจะควบคุม "คิดว่าฉันใจดีกับเธอมากเกินไปใช่ไหม ถึงได้ลืมไปแล้วว่าเธอกำลังยืนอยู่ตรงหน้าใคร" "ปล่อยนะ... อื้อ!" คำพูดประชดประชันถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อริมฝีปากร้อนผ่าวของชายหนุ่มทาบทับลงมาอย่างไร้ความปรานี แรงบดขยี้ที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวและแรงปรารถนาอันรุนแรงทำให้รินรดาสั่นสะท้านไปทั้งร่าง รสจูบในครานี้ไม่ได้มีความอ่อนโยนหลงเหลืออยู่เลย มันคือการลงทัณฑ์ การครอบครอง และการประกาศอาณาเขตอันป่าเถื่อนที่ทำเอาสติของหญิงสาวกระเจิง รินรดาส่ายหน้าหนีพยายามขัดขืนสุดกำลัง ริมฝีปากบางเม้มแน่นเพื่อป้องกันไม่ให้เรียวลิ้นร้อนล้ำเข้ามา แต่มีหรือที่แรงอันน้อยนิดจะต้านทานพญาเสือร้ายที่กำลังหิวกระหายได้ มือหนาเลื่อนขึ้นไปล็อกท้ายทอยของเธอไว้บังคับให้องศารับจูบสมบูรณ์แบบ ก่อนที่เรียวปากหยักจะขบเม้มริมฝีปากอิ่มของเธอจนเจ็บแปลบ บังคับให้อ้าปากรับสัมผัสวาบหวามที่เขาเป็นผู้มอบให้ รสจูบที่เปลี่ยนจากความดุเดือดกลายเป็นความเร่าร้อนลึกซึ้ง ลิ้นร้อนเกี่ยวพันตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปากนุ่มอย่างเอาแต่ใจ กลิ่นกายหอมหวานเฉพาะตัวของหญิงสาวผสมผสานกับความดุดันในตัวของคีริน ยิ่งปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบให้โหมกระพือ ร่างบางเริ่มอ่อนปวกเปียก ะเข่าแทบทรุดลงไปกองกับพื้นหากไม่ได้อ้อมแขนแข็งแกร่งที่โอบรัดเอวบางไว้แน่นราวกับคีมเหล็กคอยพยุงร่างเธอให้แนบชิดติดกับกายหนา สัมผัสจากฝ่ามือหนาที่ลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเนียนผ่านเนื้อผ้าบางเบา ทำให้รินรดาสะดุ้งเฮือกด้วยความวาบหวามที่วิ่งพล่านไปทั่วกระดูกสันหลัง ความโกรธเกรี้ยวที่เคยมีมอดไหม้หายไป เหลือเพียงเพลิงเสน่หาที่เผาผลาญหัวใจจนแทบหลอมละลาย เธอพยายามจะผลักไส แต่มือเจ้ากรรมกลับยกขึ้นกำเสื้อเชิ้ตของเขาแน่นโดยไม่รู้ตัว ปล่อยให้เขากลืนกินลมหายใจและสติสัมปชัญญะของเธอไปทีละน้อยในความมืดสลัวของห้องนอน คีรินถอนริมฝีปากออกช้าๆ อย่างเสียดาย ปล่อยให้รินรดายืนหอบหายใจโยนตัวโยน หน้าแดงก่ำริมฝีปากบวมเจ่อจากการถูกจูบอย่างหนักหน่วง ดวงตาสั่นระริกเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความพ่ายแพ้ต่อสัมผัสของเขา ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงกระซิบชิดใบหูเล็กที่กำลังแดงก่ำ ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่บริเวณซอกคอขาวผ่อง น้ำเสียงแหบพร่าของเขาเต็มไปด้วยความเย้ายวนและประกาศิตที่ไม่มีวันปฏิเสธได้ "จำไว้... ว่าเธอไม่มีวันหนีพ้นจากกรงขังของฉัน..." คีรินเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนจะกระซิบประโยคถัดมาด้วยน้ำเสียงที่ทำให้เลือดในกายของเธอกลายเป็นน้ำแข็ง "และคืนนี้... เธอจะต้องชดใช้ความดื้อรั้นทั้งหมดด้วยร่างกายของเธอเอง" พรึบ! ในวินาทีที่ร่างบางกำลังจะถอยหนี ประตูห้องนอนด้านในที่เชื่อมต่อไปยังระเบียงกว้างก็ถูกกระชากเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับร่างสูงโปรดของใครบางคนก้าวเข้ามาพร้อมปืนเก็บเสียงในมือที่เล็งตรงมายังศีรษะของคีรินอย่างแม่นยำ! ขอบพระคุณที่ติดตามอ่านตอนที่ 10 นะครับ ผู้อ่านทุกท่านสามารถส่งกำลังใจให้ "ภูริศร์" ได้เสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซ่นรักเจ้าพ่อมาเฟียคลั่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%