ความเงียบงันภายในห้องนอนกว้างขวางของคฤหาสน์หรูหลังใหญ่ไม่ได้ทำให้หัวใจของรินรดาสงบลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม ทุกวินาทีที่ผ่านพ้นไปราวกับมีเข็มนับพันเล่มคอยทิ่มแทงเข้าที่กลางอก เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่เดินลับหายออกไปพร้อมกับอาวุธร้ายในมือของคีรินยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท ความหวาดกลัวระคนโกรธเกรี้ยวตีรวนขึ้นมาจนจุกอก เธอกำหมัดแน่นเข้าหากันจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ร่างกายที่เคยสั่นเทาด้วยความตื่นตระหนกค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยความกรุ่นโกรธที่พุ่งพล่าน รินรดาลุกขึ้นจากเตียงนอนขนาดใหญ่ กวาดสายตามองไปรอบห้องเพื่อมองหาหนทางหลบหนี เธอรู้ดีว่าการอยู่ท่ามกลางกรงทองแห่งนี้ไม่ต่างอะไรกับการรอความตายทีละน้อย ศักดิ์ศรีที่เธอพยายามปกป้องมาตลอดกำลังถูกเหยียบย่ำด้วยอำนาจดิบเถื่อนของชายผู้เอาแต่ใจคนนั้น
ทว่า ยังไม่ทันที่เธอจะได้ก้าวเท้าเดินไปถึงประตูห้อง เสียงปลดล็อกกลอนประตูก็ดังขึ้นเสียก่อน พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มที่เพิ่งเดินออกไปเมื่อครู่ คีรินกลับเข้ามาเร็วกว่าที่เธอคาดคิด แววตาดุดันคู่นั้นกวาดมองสำรวจท่าทีเตรียมพร้อมของหญิงสาวด้วยรอยยิ้มเยือกเย็นที่มุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้สื่อถึงความอบอุ่น แต่มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่กำลังสนุกสนานกับการต้อนเหยื่อให้จนมุม
"คิดจะไปไหนหรือครับ... รินรดา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แฝงไว้ด้วยความกดดันมหาศาลที่แผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศรอบตัวหนักอึ้ง
"ปล่อยฉันไปเถอะค่ะ... คุณคีริน ฉันไม่มีค่าอะไรพอที่จะให้คุณต้องมาขังลืมฉันไว้ที่นี่หรอกนะคะ ไปจัดการธุรกิจของคุณเถอะ ปล่อยฉันไปเถอะค่ะ" รินรดาพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น ขณะที่ถอยร่นกายหนีการคุกคามทีละก้าว จนกระทั่งแผ่นหลังบอบบางชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ
คีรินแค่นหัวเราะในลำคอ ร่างสูงสาวเท้าย่างสามขุมเข้าหาหญิงสาวอย่างเชื่องช้า ราวกับเสือดาวที่กำลังเล่นสนุกกับเหยื่อตัวน้อย ก่อนที่มือหนาจะยกขึ้นวางทาบลงบนผนังห้อง กักขังร่างของเธอไว้ในอ้อมแขนของเขาอย่างไร้ทางหนี กลิ่นกายบุรุษผสมผสานกับน้ำหอมราคาแพงพัดปะทะเข้ากับนาสิก จนรินรดาต้องเบือนหน้าหนีด้วยความอึดอัด
"ไม่มีค่าอย่างนั้นหรือครับ... หึ คุณประเมินตัวเองต่ำเกินไปแล้วรินรดา สำหรับผมแล้ว... คุณมีค่ามากกว่าที่คุณคิดเสียอีก โดยเฉพาะเวลาที่คุณดื้อรั้นแบบนี้ มันทำให้ผมอยากจะทำลายความถือดีของคุณให้แหลกคามือเสียจริง" คีรินโน้มใบหน้าลงกระซิบชิดริมใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดต้นคอระหงทำให้ขนลุกชันไปทั่วร่าง ความตึงเครียดพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุดเมื่อปลายนิ้วแข็งแกร่งเอื้อมมาเชยคางมนให้เงยขึ้นสบตา
ดวงตากลมโตฉายแววต่อต้านอย่างชัดเจน แม้ภายในใจจะหวาดกลัวจนแทบสิ้นสติ แต่ศักดิ์ศรีค้ำคอทำให้เธอยังคงจ้องตอบเขาด้วยความแข็งกร้าว "คุณมันคนเห็นแก่ตัว... คิดว่าใช้อำนาจเงินและปืนขู่บังคับแล้วทุกคนต้องยอมสยบให้คุณหรือไงคะ"
"ใช่ครับ... ผมมันคนเห็นแก่ตัว และผมก็ไม่เคยปล่อยให้สิ่งที่ผมอยากได้หลุดมือไปง่ายๆ เสียด้วย" คีรินตอบรับอย่างหน้าตาเฉย ดวงตาคมกริบราวกับสัตว์ป่าจ้องลึกลงไปในดวงตาของเธอ ราวกับต้องการอ่านทะลุปรุโปร่งไปถึงก้นบึ้งของหัวใจ ก่อนที่สายตาของเขาจะเคลื่อนต่ำลงมาหยุดอยู่ที่ริมฝีปากอิบอิ่มที่เม้มเข้าหากันแน่น
แรงดึงดูดอันตรายระหว่างคนทั้งสองพุ่งพล่านขึ้นอย่างไร้การควบคุม ความโกรธเกรี้ยวที่หญิงสาวแสดงออกมาไม่ได้ทำให้เขาลดละความสนใจลงเลย ตรงกันข้าม มันกลับยิ่งปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวของเจ้าพ่อหนุ่มให้ตื่นตัวขึ้นอย่างรุนแรง คีรินไม่รอช้าที่จะใช้ความได้เปรียบประชิดตัว บดริมฝีปากลงมาครอบครองกลีบปากนุ่มของเธออย่างดุดันและเอาแต่ใจ
รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธยายามทุบตีอกแกร่งเพื่อประท้วงและผลักไสสัมผัสที่จาบจ้วงนั้นออกไป แต่แรงอันน้อยนิดของเธอกลับไม่ต่างอะไรกับการสะกิดผิวกายของชายหนุ่ม คีรินรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอขึ้นเหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียวตรึงไว้แน่นด้วยพละกำลังที่เหนือกว่าอย่างเทียบไม่ติด ส่วนมืออีกข้างรวบเอวคอดกิ่วเข้าประชิดแนบแน่นจนแทบไม่เหลือช่องว่าง รสจูบที่เริ่มต้นด้วยความดุดันและเร่าร้อนค่อยๆ เปลี่ยนแปลงเป็นความนุ่มลึกและล่อลวง ลิ้นร้อนกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ จนร่างบางเริ่มอ่อนระทวยและสมองขาวโพลน สติสัมปชัญญะที่เคยต่อต้านค่อยๆ เลือนหายไปทีละน้อยภายใต้สัมผัสวาบหวามที่เขาจงใจถักทอขึ้นเพื่อมอมเมาเธอ
ความเงียบงันภายในห้องถูกแทนที่ด้วยเสียงหอบหายใจกระชั้นชิด คีรินผริมฝีปากออกช้าๆ อย่างอ้อยอิ่ง ปล่อยให้รินรดายืนหอบหายใจโกยกอบอากาศเข้าปอดด้วยใบหน้าแดงก่ำ ริมฝีปากบวมเจ่อจากการถูกจูบอย่างหนักหน่วง ดวงตาคู่สวยฉ่ำเยิ้มไปด้วยหยาดน้ำใสและความปรารถนาที่ถูกปลุกเร้าขึ้นโดยไม่รู้ตัว
"จำเอาไว้... ว่าคุณไม่มีทางหนีพ้นไปจากเงื้อมมือของผมหรอกครับ รินรดา" คีรินกระซิบเสียงพร่าชิดริมฝีปากของเธอ น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นเต็มไปด้วยประกาศิตที่เด็ดขาดและเย้ายวนในคราวเดียวกัน
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดและอบอวลไปด้วยแรงปรารถนาอันร้อนแรงนั้นเอง เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างเร่งรีบ ตามด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ ของลูกน้องคนสนิทที่วิ่งเข้ามาหยุดอยู่หน้าห้อง พร้อมกับเสียงรายงานที่ทำให้สีหน้าของคีรินเปลี่ยนเป็นดุดันขึ้นในพริบตา
"นายครับ... ทางด้านเมฆาเคลื่อนไหวแล้วครับ มันส่งคนบุกเข้ามาล้อมโกดังสินค้าโซน C ของเราแล้วครับ!"
คีรินผละออกจากร่างของรินรดาอย่างรวดเร็ว แววตาคมกริบวับวาวด้วยความเหี้ยมเกรียมในทันที เขามองหน้าหญิงสาวแวบหนึ่งก่อนจะคว้าเสื้อสูทมาสวมใส่อย่างลวกๆ แล้วก้าวเดินมุ่งหน้าไปที่ประตูห้องทันทีโดยไม่หันกลับมามอง แต่ก่อนที่เขาจะก้าวพ้นขอบประตู คีรินก็หยุดชะงักแล้วหันกลับมาสั่งกำชับด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบที่แฝงความอันตรายไว้อย่างเต็มเปี่ยม
"ล็อกประตูข้างนอกไว้... อย่าให้ใครเข้ามาเด็ดขาด จนกว่าผมจะกลับมาจัดการกับ 'เกม' ของเราต่อ"
ประตูปิดสนิทลงพร้อมกับเสียงล็อกกลอนจากด้านนอกที่ดังขึ้นอย่างชัดเจน ทิ้งให้รินรดายืนเคว้งคว้างอยู่กลางห้องท่ามกลางความสับสนและความหวาดหวั่นระคนสงสัย ว่าแท้จริงแล้วศึกสายเลือดระหว่างคีรินและเมฆากำลังจะนำพาหายนะอะไรมาสู่เธอกันแน่
...โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ...
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะเวียนเข้ามาสัมผัสความระทึกและร้อนแรงในบทนี้นะครับ
เซ่นรักเจ้าพ่อมาเฟียคลั่ง•ตอนที่ 9
กับดักของมาเฟีย
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซ่นรักเจ้าพ่อมาเฟียคลั่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!