คมกระสุนแหวกอากาศกรีดผ่านความเงียบสงบในห้องทำงานหรูหราด้วยเสียงแหลมสูงบาดแก้วหู แรงปะทะของวัตถุโลหะความเร็วสูงพุ่งทะลวงเข้าฝังลึกที่เนื้อไม้โต๊ะทำงานอย่างแม่นยำ ก่อนที่กลิ่นดินปืนฉุนกึกจะคละคลุ้งตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ
คีรินไม่แม้แต่จะลังเล ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มพุ่งเข้าประชิดตัวรินรดาในเสี้ยววินาทีที่สัญชาตญาณดิบเถื่อนทำงาน เขากระชากร่างบางให้ล้มพับลงไปหลบอยู่หลังแนวโซฟาหนังแท้หนาหนักด้วยกัน แรงเหวี่ยงนั้นรุนแรงจนลมหายใจของเธอกระชากขาดห้วง แผ่นหลังบางกระแทกเข้ากับอกแกร่งที่กระเพื่อมไหวด้วยแรงอารมณ์และอะดรีนาลีนที่พุ่งพล่าน
"หมอบลง! อย่าเงยหน้าขึ้นมาเด็ดขาด!"
เสียงทุ้มต่ำตวาดกร้าวลอดไรฟัน ร่างกายของเขาแผ่ซ่านไอความดุดันและอำนาจดิบเถื่อนออกมาอย่างเต็มพิกัด มือหนาข้างหนึ่งกดศีรษะของรินรดาให้แนบซบลงกับอกของเขาเพื่อปกป้องเธอจากวิถีกระสุนที่ยังคงถูกสาดเข้ามาอย่างต่อเนื่องจากบุคคลปริศนาที่ยืนอยู่ตรงธรณีประตูพังๆ นั้น
เมฆายืนถือปืนพกเก็บเสียงสีดำสนิทอยู่ในมือ รอยยิ้มเยียบเย็นปรากฏขึ้นบนมุมปากหยักลึก แววตาคมกริบฉายแววสะใจและกระหายเลือด ขณะกวาดสายตามองภาพที่คนทั้งสองกำลังแนบชิดกันอยู่บนพื้น
"ไง... คีริน แกดูท่าทางจะมีความสุขมากสินะ ถึงได้ลืมระวังหลัง" เสียงทุ้มกังวานเอ่ยเย้ยหยัน พลางก้าวเท้าเหยียดยาวเข้ามาในห้องทีละก้าว เสียงพื้นรองเท้ากระทบกับเศษไม้กระจัดกระจายดังชัดเจนในความตึงเครียดที่แทบจะหยุดหายใจ
คีรินกัดกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ดวงตาสีเข้มวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะ ร่างกายของเขาขยับเคลื่อนไหวอย่างระแวดระวัง มืออีกข้างเอื้อมไปหยิบปืนพกเบอร์ริกาต้าที่เหน็บไว้ด้านหลังอย่างรวดเร็วโดยไม่ให้เมฆาคาดคิด
รินรดาตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว ใบหน้าเนียนซบอยู่กับแผ่นอกกว้างที่เปี่ยมไปด้วยกล้ามเนื้อตึงแน่น เธอสัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจเขาที่รัวเร่งแต่มั่นคงอย่างน่าประหลาด ความอบอุ่นจากร่างกายของชายหนุ่มที่โอบกอดเธอไว้แน่น ทำให้ความกลัวตายในใจเบาบางลงครึ่งหนึ่ง เหลือเพียงความกังวลระคนตกใจกับสถานการณ์ตรงหน้า
"แกกล้าดียังไงถึงเหยียบเข้ามาถึงถิ่นฉัน เมฆา" เสียงของคีรินต่ำลึกจนน่ากลัว มันคือเสียงคำรามของราชสีห์ที่ถูกลูบคม
"ทำไมฉันจะมาไม่ได้ ในเมื่อของเล่นชิ้นโปรดของแก... ฉันก็อยากลองสัมผัสดูสักครั้งเหมือนกัน" เมฆาปรายตามองมายังรินรดาที่หลบอยู่เบื้องหลังคีริน รอยยิ้มยโสยิ่งทำให้บรรยากาศรอบตัวเดือดดาลขึ้นไปอีก
สิ้นคำพูดนั้น เมฆาก็เหนี่ยวไกส่งกระสุนนัดที่สองพุ่งทะลวงเฉียดไหล่กว้างของคีรินไปเพียงไม่กี่มิลลิเมตร!
"โอ๊ย!"
เสียงอุทานหลุดจากปากคีรินเบาๆ เมื่อผิวเนื้อบริเวณหัวไหล่ซ้ายถูกคมกระสุนถากจนเลือดสีแดงฉานซึมทะลุเนื้อผ้าสูทราคาแพงออกมาอย่างรวดเร็ว กลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยปะปนกับกลิ่นดินปืน
"คีริน!" รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ลืมความกลัวไปสิ้นเชิง เธอยกมือขึ้นสัมผัสรอยเลือดที่ไหลซึมออกมาจากหัวไหล่ของเขาด้วยความสั่นเทา แววตาคู่สวยฉายความห่วงใยอย่างปิดไม่มิด "คุณ... คุณเลือดออก"
คีรินก้มมองหญิงสาวในอ้อมแขน แววตาที่เคยดุดันและแข็งกร้าวกลับอ่อนแสงลงชั่วขณะเมื่อสบเข้ากับดวงตาที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกของเธอ มือหนายกขึ้นกุมมือเรียวที่แตะอยู่บนไหล่ของเขาไว้แน่น แรงบีบนั้นหนักหน่วงแต่เต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้ง
"ห่วงฉันเหรอ... รินรดา" เสียงกระซิบพร่าเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่นของเขา ในสถานการณ์ความเป็นความตายเช่นนี้ ชายหนุ่มกลับยังมีแก่ใจมาทวงถามความรู้สึกจากเธอ
"ไม่ใช่เวลามาพูดเรื่องนี้นะคะ... เอ๊ย! ไม่ใช่เวลามาพูดเล่นนะ!" เธอเผลอหลุดปากเสียงดังด้วยความร้อนรน
"ฉันไม่เคยเล่นกับความรู้สึกตัวเอง... และไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนมาแตะต้องเธอทั้งนั้น!"
คีรินคำรามลั่น ดวงตาคมกริบหันกลับไปจ้องมองเมฆาด้วยแววตาที่หมายเอาชีวิต ก่อนที่เขาจะตัดสินใจกระชากตัวรินรดาให้ลุกขึ้นพร้อมกับตัวเขาเองในจังหวะที่เมฆากำลังเปลี่ยนกระสุนแม็กกาซีนใหม่!
ปัง! ปัง!
เสียงปืนดังสนั่นติดต่อกันสองนัด คีรินใช้มือขวาเหนี่ยวไกสวนกลับไปอย่างแม่นยำ กระสุนพุ่งเฉียดร่างของเมฆาจนอีกฝ่ายต้องรีบกระโดดหลบไปหลັງเสาหินอ่อนอย่างทุลักทุเล สีหน้าของศัตรูหนุ่มเริ่มเปลี่ยนเป็นความเคร่งเครียดเมื่อเห็นว่าต่อให้บาดเจ็บ คีรินก็ยังคงอันตรายถึงชีวิต
"แกไม่มีวันออกไปจากที่นี่ได้หรอก เมฆา!" คีรินตะโกนก้อง เสียงของเขาเต็มไปด้วยอำนาจมืดที่พร้อมจะบดขยี้ทุกสิ่งให้แหลکคาตา
เลือดสีสดที่ไหลหยดลงบนพื้นพรมราคาแพงไม่ได้ทำให้ความดุดันของเจ้าพ่อมาเฟียลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย กลับยิ่งเพิ่มสัญชาตญาณนักล่าในตัวเขาให้พุ่งทะยานถึงขีดสุด ร่างสูงขยับบังรินรดาไว้มิดชิด สายตาคมกราบกราดมองหาช่องทางในการเผด็จศึกศัตรูตัวฉกาจที่บังarมบังอาจเข้ามาหยามเกียรติเขาถึงถิ่น
ทว่า ในวินาทีที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดจนถึงขีดสุด เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของเมฆากลับดังขึ้นทำลายความเงียบ เมฆายกยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็นเมื่อเหลือบมองหน้าจอ ก่อนจะกดรับสายโดยไม่ละสายตาจากคีริน
"จัดการเรียบร้อยแล้วใช่ไหม..." เสียงของเมฆาเอ่ยลอดออกมาเบาๆ แต่กลับดังชัดเจนพอที่จะทำให้คีรินต้องขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสังหรณ์ใจ
ปลายสายตอบกลับมาด้วยประโยคสั้นๆ แต่กลับทำให้หัวใจของรินรดาหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม
"คุณเมฆาครับ... ลูกน้องของมันบุกเข้ายึดคลังสินค้าทางเหนือของเราไม่ได้... แต่ตอนนี้ ลูกน้องของเราอีกชุดกำลังจับตัว 'เป้าหมายสำคัญ' ที่คุณสั่งไว้ที่โรงพยาบาลได้แล้วครับ!"
ดวงตาของคีรินเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความตระหนกวาบผ่านดวงตาคมกริบชั่วพริบตา ก่อนที่เขาจะหันขวับมามองหน้าหญิงสาวในอ้อมแขนที่ตอนนี้ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด รินรดารีบยกมือขึ้นปิดปากตัวเองด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อนึกถึงใบหน้าของบุคคลสำคัญที่สุดในชีวิตที่พักรักษาตัวอยู่ที่นั่น
"ไม่... ไม่จริงใช่ไหม..." เสียงพึมพำหลุดจากปากรินรดาราวกับคนใกล้สติหลุด
เมฆาหัวרויร่าในลำคออย่างสะใจ ก่อนจะลดปืนลงเล็กน้อยแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ
"คีริน... แกปกป้องผู้หญิงคนนี้ไว้ได้ทันเวลาจากกระสุนของฉัน... แต่แกจะแน่ใจได้ยังไง ว่าแกจะปกป้อง 'น้องชายแท้ๆ' ของเธอที่นอนป่วยอยู่บนเตียงคนไข้... ให้รอดพ้นจากเงื้อมมือของฉันได้ทันเวลาก่อนที่ลมหายใจสุดท้ายจะหมดลง?"
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ภูริศร์" เสมอมานะครับ
เซ่นรักเจ้าพ่อมาเฟียคลั่ง•ตอนที่ 34
นาทีชีวิต
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซ่นรักเจ้าพ่อมาเฟียคลั่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!