ปลายสายเงียบกริบ มีเพียงเสียงลมหายใจหนักหน่วงที่ลอดผ่านคลื่นสัญญาณโทรศัพท์ ทว่าคีรินไม่ได้รอให้เมฆาได้เอื้อiนเอ่ยคำข่มขู่ใดๆ ออกมาอีก ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มทิ้งตัวพิงพนักโซฟาหนังราคาแพงในห้องทำงานส่วนตัว แววตาคมกริบดุจพญาอินทรีวาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธ ก่อนที่นิ้วแกร่งจะกดตัดสายทิ้งอย่างไร้เยื่อใย โลกภายนอกอาจกำลังปั่นป่วนด้วยเกมธุรกิจและการแก้แค้น แต่นาทีนี้... ทุกอย่างถูกแช่แข็งไว้เมื่อเขาก้าวกลับเข้ามาในห้องนอนกว้าง
รินรดายืนอยู่ริมกระจกบานยักษ์ที่สะท้อนภาพแสงไฟระยิบระยับของมหานครเบื้องล่าง เรือนร่างบอบบางในชุดคลุมอาบน้ำผ้าไหมเนื้อนุ่มกำลังสั่นเทาเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความหนาว แต่เป็นเพราะแรงอารมณ์จากเหตุการณ์ก่อนหน้าและสายตาคุกคามที่คีรินมักจะใช้มองเธอยามที่เขาต้องการครอบครอง
"มันโทรมาทำไม?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามขึ้นทำลายความเงียบ ร่างสูงก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอจากด้านหลังอย่างเงียบเชียบราวกับเสือดาวล่าเหยื่อ กลิ่นกายบุรุษผสมผสานกับน้ำหอมราคาแพงและบุหรี่จางๆ โอบล้อมร่างเธอไว้จนแทบไม่เหลือพื้นที่หายใจ
"ฉันไม่รู้..." รินรดาตอบเสียงแผ่ว พยายามเบี่ยงตัวหลบสัมผัสที่กำลังจะแตะลงบนลาดไหล่เปลือยเปล่า ทว่ามีหรือที่คนเอาแต่ใจอย่างคีรินจะยอม ปลายจมูกโด่งคมกดลงสูดความหอมหวานจากซอกคอระหงทันที จนหญิงสาวสะดุ้งเฮือก ขนลุกเกรียวไปทั้งร่าง
"อย่าหลบหน้าฉัน รินรดา" เสียงกระซิบพร่าพรายดังอยู่ข้างใบหู พร้อมกับวงแขนแข็งแกร่งที่ตวัดรวบเอวคอดกิ่วเข้าหาแนบชิดแผงอกกำยำ แรงปะทะระหว่างความดื้อรั้นและเสน่หาแผ่ซ่านไปทั่วบรรยากาศ "ในโลกนี้ ไม่มีใครหน้าไหนมีสิทธิ์แตะต้องเธอทั้งนั้น... จำใส่สมองเอาไว้"
ริมฝีปากร้อนผ่าวไล้จุมพิตหนักหน่วงลงที่ต้นคอขาวผ่อง ความดุดันที่เคยมีมลายหายไปในพริบตา เมื่อปลายนิ้วอุ่นเริ่มลูบไล้ผิวกายผ่านเนื้อผ้าไหมอย่างทะนุถนอม ราวกับต้องการพิสูจน์ให้เห็นว่าในห้วงเวลานี้ ไม่มีอิทธิพลมืดใดแทรก
กลางระหว่างเขากับเธอได้
รินรดากัดริมฝีปากแน่น หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความโกรธแค้นและความหวาดระแวงที่มีต่อตัวตนดิบเถื่อนของเขาถูกหลอมละลายลงทีละน้อยภายใต้สัมผัสที่ทั้งเร่าร้อนและเย้ายวนเกินกว่าจะต้านทาน มือบางเอื้อมขึ้นเกาะกุมท่อนแขนแข็งแรงตามสัญชาตญาณ ก่อนที่เปลือกตาจะปิดลงเมื่อเรียวปากหยักลึกของเขาเคลื่อนมาประกบจูบกลีบปากอิ่มอย่างดูดดื่ม
รสจูบในครานี้ไม่ได้รุกไล่ด้วยความดิบเถื่อนเหมือนทุกครั้ง หากแต่เต็มไปด้วยความโหยหา ลึกซึ้ง และเรียกร้อง คีรินแทรกเรียวลิ้นเข้ามาตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปากนุ่มอย่างเอาแต่ใจ มือหนาช้อนอุ้มร่างบางขึ้นแนบอกโดยที่ริมฝีปากยังไม่ผละออกจากกัน รินรดาเผลอส่งเสียงครางแผ่วในลำคอ เรียวแขนเนียนยกขึ้นคล้องลำคอแกร่งไว้แน่นเพื่อพยุงตัวไม่ให้ร่วงหล่น
ร่างสูงวางเธอลงบนเตียงนอนคิงไซส์กว้างอย่างทะนุถนอม ราวกับเธอบอบบางดั่งแก้วเจียระไนที่พร้อมจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ ทว่าแววตาของเขากลับลุกโชนด้วยไฟปรารถนาที่ยากจะดับลง คีรินทาบทับร่างลงมา ปล่อยให้เรือนร่างแนบชิดกันอย่างไร้ช่องว่าง ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวแก้มเนียน
"มองฉัน..." เสียงทุ้มสั่งพร่า ขณะที่ดวงตาคมกิ้วจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่ฉาบด้วยหยาดน้ำใส "บอกฉันซิ... ว่าเธอเป็นของใคร"
รินรดาเม้มปากเล็กน้อย ความทิฐิที่เคยมีถูกความหอมหวานและแรงดึงดูดทางกายกลืนกินจนหมดสิ้น ดวงตาคู่สวยมองตอบชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความยอมจำนนอย่างแท้จริง
"ของคุณ..." เสียงหวานเอ่ยกระซิบสั่นพร่า ยอมรับความจริงที่หัวใจพยายามปฏิเสธมาตลอด
รอยยิ้มพึงใจผุดขึ้นที่มุมปากของเจ้าพ่อหนุ่ม คีรินก้มลงบด ริมฝีปากจุมพิตซับหยาดน้ำตาที่คลอหน่วยอย่างอ่อนโยน ก่อนที่บทเพลงรักอันร้อนแรงและลุ่มลึกจะเริ่มต้นขึ้นในความเงียบสงัดของราตรี
เนื้อผ้าไหมสีนวลร่วงหล่นลงกองกับพื้นทีละชิ้น เผยให้เห็นผิวกายเนียนนุ่มที่สะท้อนกับแสงไฟสลัว รินรดาสั่นสะท้านไปทั้งร่างเมื่อริมฝีปากร้อนผ่าวของเขาพรมจูบไปทั่วทุกตารางนิ้ว ตั้งแต่ลาดไหล่ อกอิ่ม ไล่ต่ำลงมาถึงหน้าท้องแบนราบ สัมผัสที่ปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในตัวหญิงสาวให้ตื่นขึ้น ความเจ็บปวดจากพันธนาการแห่งอำนาจมืดถูกแทนที่ด้วยคลื่นความสุขสมที่ซัดสาดเข้ามาครั้งแล้วครั้งเล่า
คีรินเคลื่อนกายเข้าหาด้วยจังหวะที่เนิบนาบแต่หนักหนแน่น ลึกซึ้ง และเต็มอิ่ม ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยความเร่าร้อนที่แผดเผาทั้งกายและใจให้หลอมละลายเป็นเนื้อเดียวกัน เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดประสานกับเสียงครางหวานหูที่ดังคลอเคลียอยู่ข้างกกหู มือแกร่งกอบกุมมือเรียวประสานนิ้วเข้าหากันแน่น ราวกับต้องการประกาศความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของทุกลมหายใจของเธอ
ไม่มีคำพูดใดๆ มีเพียงภาษากายและสัมผัสล้ำลึกที่ถ่ายทอดความรู้สึกทั้งหมดออกมา รินรดาจิกเล็บลงบนแผ่นหลังกว้างเพื่อระบายความซ่านสยิวที่โถมเข้าใส่จนสมองขาวโพลน เธอกอดรัดร่างหนาแน่นขึ้น ปล่อยให้ตัวเองจมดิ่งลงไปในห้วงเสน่หาที่เขาเป็นผู้ชี้นำ คีรินเร่งจังหวะให้เร็วและหนักหน่วงขึ้นตามแรงอารมณ์ที่พุ่งทะยานสู่จุดสูงสุด ก่อนที่ทั้งคู่จะปลดปล่อยความสุขสมออกมาพร้อมกันในอ้อมกอดของกันและกัน
ร่างสูงทิ้งตัวลงนอนเคียงข้าง ดึงร่างบางที่ยังคงหอบหายใจสะท้านเข้ามากอดแนบอก ปล่อยให้ศีรษะทุยซบลงบนลาดไหล่กว้าง มือหนาลูบไล้เส้นผมนุ่มสลวยอย่างเบามือ บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความเงสงบและความสุขชั่วคราวที่หาไม่ได้จากที่ไหน
ทว่า... ความเงียบงันนั้นอยู่ได้ไม่นาน
เสียงสั่นครืดคราดของโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะหัวเตียงดังทำลายบรรยากาศอันแสนหวานขึ้นมาอย่างกะทันหัน คีรินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ เอื้อมมือไปคว้าเครื่องมือสื่อสารขึ้นมาดูหน้าจอ ปรากฏว่าเป็นเบอร์แปลกที่ไม่คุ้นเคย แต่ข้อความสั้นๆ ที่เด้งขึ้นมาบนหน้าจอกลับทำให้ดวงตาคมกริบหรี่แคบลงทันที
*“ของขวัญชิ้นต่อไป... กำลังเดินทางไปหาเธอนะ คีริน”*
หัวใจของรินรดากระตุกวูบเมื่อเห็นสีหน้าของชายหนุ่มเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง คีรินหันกลับมามองเธอ สายตาที่เคยอ่อนโยนเมื่อครู่กลับแปรเปลี่ยนเป็นคมกริบราวกับใบมีด ก่อนที่มือแกร่งจะคว้าข้อมือเธอไว้แน่นโดยสัญชาตญาณ
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความรู้สึกอันร้อนแรงนี้นะครับ
เซ่นรักเจ้าพ่อมาเฟียคลั่ง•ตอนที่ 32
ความสุขชั่วคราว
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซ่นรักเจ้าพ่อมาเฟียคลั่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!