เสียงกุญแจมือกระทบกับโครงเตียงเหล็กดัง *เคร้ง* เป็นท่วงทำนองที่ชัดเจนและเด็ดขาดพอจะลบความเงียบงันในห้องเพนต์เฮาส์ส่วนตัวชั้นบนสุดของคาสิโนให้มลายหายไปในพริบตา
รินรดาสะดุ้งสุดตัว ร่างบางที่เพิ่งก้าวถอยหลังจนแผ่นหลังชิดติดกับกระจกใสบานใหญ่ยักษ์ยามค่ำคืน ต้องหยุดชะงักเมื่อฝ่ามือหนาอันคุ้นเคยและเต็มไปด้วยเส้นเลือดปูดโปนคว้าหมับเข้าที่ข้อเท้าเรียว แล้วกระชากเพียงครั้งเดียวร่างของเธอก็ล้มลงไปกองบนเตียงนอนนุ่มหนา
"คิดจะหนีไปหาใคร... เมฆางั้นเหรอ?"
น้ำเสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าของคีรินดังอยู่เหนือร่างของเธอ ลมหายใจอุ่นจัดที่เจือกลิ่นแอลกอฮอล์และบุหรี่ราคาแพงเป่ารดต้นคอระหงจนขนกายลุกชัน ดวงตาคมกริบราวกับพญาเหยี่ยวคู่นั้นดุดันและเต็มไปด้วยเพลิงโทสะที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งที่ขวางหน้า เจ้าพ่อหนุ่มผู้ไม่เคยยอมให้ใครมาลูบคม กำลังคร่อมทับเธอไว้ด้วยสัดส่วนที่ทรงพลังและบีบคั้นหัวใจ
"ฉันไม่ได้..." รินรดาพยายามเปล่งเสียงปฏิเสธ ทว่าริมฝีปากที่สั่นเทากลับถูกปลายนิ้วแข็งแกร่งบีบเข้าหากันจนแน่นหนา แรงบีบนั้นไม่ได้รุนแรงถึงกับเจ็บปวด แต่เด็ดขาดพอที่จะทำให้เธอตระหนักว่าทุกคำพูดแก้ตัวไร้ความหมายในสายตาของเขา
"โกหกไม่เนียนเลยนะ รินรดา" คีรินแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเย็นเยียบแต่กลับจุดประกายความร้อนรุ่มขึ้นในอก ดวงตาของเขาสำรวจเรือนร่างของเธอตั้งแต่ใบหน้าหวานที่เปื้อนคราบน้ำตา ไปจนถึงชุดเดรสผ้าไหมที่ยับยู่ยี่จากการวิ่งหนีเมื่อครู่ "เธอคิดว่าปีกกล้าขาแข็งแล้วจะบินหนีออกจากกรงของฉันได้ง่ายๆ อย่างนั้นเหรอ? เธอลืมไปแล้วหรือไงว่าใครเป็นคนซื้อตัวเธอมา"
"คุณมันบ้า... คีริน คุณไม่มีสิทธิ์มาทำกับฉันแบบนี้!" เธอกัดฟันกรวด ฝืนความกลัวในอกแล้วส่งสายตากล้าแข็งสวนกลับไป แม้หัวใจจะเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอกก็ตาม ศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดทำให้เธอพยายามดันแผงอกกว้างของเขาออก แต่แรงแค่นั้นเปรียบเสมือนการสะกิดเสือร้ายให้ยิ่งคึกคะนอง
"สิทธิ์งั้นเหรอ?" คีรินทวนคำด้วยรอยยิ้มหยันที่มุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้ใบหน้าคมคายนั้นหล่อเหลาเย้ายวนแต่ก็น่ากลัวในเวลาเดียวกัน "ทุกตารางนิ้วบนตัวเธอเป็นของฉัน ร่างกายนี้ ลมหายใจนี้ และแม้กระทั่งหัวใจดวงนี้... มันเป็นของฉันตั้งแต่แรกแล้ว!"
สิ้นคำพูด ดิบเถื่อน ร้อนแรง และเอาแต่ใจ ริมฝีปากหยักลึกก็ทาบทับลงมาปิดกั้นเสียงประท้วงทั้งหมดของเธออย่างไร้ความปรานี รสจูบในคราแรกดุดันและคุกคามราวกับจะลงทัณฑ์ที่เธอกล้าอาจหาญทรยศความไว้วางใจ แต่เมื่อเรียวปากนุ่มพยายามเม้มแน่นเพื่อต่อต้าน คีรินกลับใช้วิธีบดขยี้และขบกัดเบาๆ ที่ริมฝีปากล่างจนเธอต้องเผยอรับรสสัมผัสอันวาบหวามนั้นด้วยความจำยอม
สัมผัสที่เปลี่ยนจากความโกรธเกรี้ยวเป็นความโหยหาและเร่าร้อน ค่อยๆ กัดเซาะสติสัมปชัญญะของรินรดาให้พังทลายลงทีละน้อย มือหนาที่เคยตรึงข้อมือเธอไว้เปลี่ยนเป็นลูบไล้ไปตามแนวโค้งเว้าของสรีระอย่างอารมณ์ร้าย ปลายนิ้วร้อนผ่าวกรีดกรายผ่านเนื้อผ้าไหมเนื้อดีจนผิวGกายใต้ร่มผ้าสะท้านเยือก แรงดึงดูดอันมืดมนและเป็นเอกลักษณ์ของเจ้าพ่อมาเฟียหนุ่มโอบล้อมเธอไว้ทุกทิศทาง จนความโกรธเคืองแปรเปลี่ยนเป็นความสั่นสะท้านที่วิ่งพล่านไปตามกระแสเลือด
เสียงลมหายใจหอบกระชั้นประสานไปกับเสียงครางประท้วงแผ่วเบาในลำคอ เมื่อฝ่ามือใหญ่รุกรานเข้ามาสัมผัสกับผิวเนื้อนุ่มโดยตรง ความร้อนจากฝ่ามือของเขาและอุณหภูมิในร่างกายของเธอหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว คีรินถอนริมฝีปากออกมาชั่วครู่เพื่อมองสำรวจใบหน้าแดงก่ำและดวงตาที่ฉ่ำเยิ้มไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความพ่ายแพ้ แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นลุ่มลึกและดุดันด้วยไฟสเสน่หาที่ไม่อาจดับลงได้
"จำไว้... ว่าอย่าคิดหนีไปไหนอีก" เขากระซิบเสียงพร่าชิดริมฝีปากของเธอ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดแก้มเนียน "เพราะบทลงโทษต่อจากนี้ จะทำให้เธอไม่มีแรงแม้แต่จะลุกขึ้นยืน"
บทเพลงแห่งการลงทัณฑ์ที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อน ดิบเถื่อน และลุ่มลึกเริ่มต้นขึ้นในความเงียบงันของค่ำคืน ร่างกายสองร่างหลอมรวมเข้าหากันด้วยแรงปรารถนาอันรุนแรง ท่ามกลางเสียงครางหวานและสัมผัสที่ตักตวงความสุขสมอย่างไม่มีวันสิ้นสุด คีรินปรนเปรอความวาบหวามให้เธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับต้องการตอกย้ำความเป็นเจ้าของลงไปในทุกอณูวิญญาณ ขณะที่รินรดาก็ทำได้เพียงจิกเล็บลงบนแผ่นหลังกว้างของเขา ปล่อยให้ตัวเองจมดิ่งลงไปในห้วงเสน่หาอันมืดดำที่เขาเป็นผู้ชี้นำอย่างไม่อาจขัดขืน
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครล่วงรู้ จนกระทั่งเพลิงอารมณ์มอดไหม้เหลือเพียงสะเก็ดไฟระอุ ร่างระหงนอนหอบหายใจรดรินอยู่บนเตียงยับยู่ยี่ ดวงตาคู่สวยปรือปรอยด้วยความเหนื่อยอ่อนและอิ่มเอมในเวลาเดียวกัน คีรินทอดมองเรือนร่างอรชรที่ไร้การป้องกันภายใต้ผ้าห่มผืนหนา ใบหน้าหล่อเหลายังคงมีความระอุหลงเหลืออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่เสียงฝีเท้าฝ่าความเงียบจากด้านนอกประตูห้องนอนจะดังขึ้น
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งในยามวิกาล เป็นจังหวะที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดขึ้นในเวลาตีสามครึ่ง คีรินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ ดวงตาคมกริบตวัดมองไปทางประตูกระจกบานใหญ่ที่เชื่อมต่อกับระเบียงด้านนอก ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นหยิบเสื้อคลุมมาสวมอย่างลวกๆ โดยไม่ลืมที่จะก้มลงกระซิบคำสั่งเด็ดขาดไว้ข้างหูหญิงสาวที่นอนอ่อนแรงอยู่บนเตียง
"นอนรอก่อน... อย่าเพิ่งไปไหน"
รินรดานอนนิ่งอยู่บนเตียง มองตามแผ่นหลังกว้างที่เดินก้าวออกไปเปิดประตูห้อง ทว่า... วินาทีที่บานประตูเปิดออก แสงไฟสลัวจากด้านนอกกลับเผยให้เห็นเงาร่างของบุคคลที่ไม่คาดฝันก้าวเข้ามา พร้อมกับคำพูดที่ทำให้ลมหายใจของเธอต้องสะดุดกึกและหัวใจหล่นวูบลงไปถึงตาตุ่ม
"สวัสดีครับ คุณคีริน... ดูเหมือนผมจะมาขัดจังหวะเวลาส่วนตัวของคุณเข้าสินะครับ"
เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบของชายผู้มาใหม่เอื้อnเอ่ยขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มเย้ยหยันที่ปรากฏบนใบหน้าคมคายของ "เมฆา" คู่ปรับตัวฉกาจที่ยืนอยู่ตรงหน้าประตูห้องนอนของเขาเอง!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปในห้วงอารมณ์อันร้อนแรงนี้ด้วยกันนะครับ
เซ่นรักเจ้าพ่อมาเฟียคลั่ง•ตอนที่ 15
ถูกจับได้และบทลงโทษ
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซ่นรักเจ้าพ่อมาเฟียคลั่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!