กลิ่นอายความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศในห้องทำงานส่วนตัวชั้นบนสุดของคาสิโน ไม่ได้ช่วยลดทอนความระอุที่แผดเผาอยู่ภายในอกของรินรดาลงได้เลยแม้แต่น้อย ปลายนิ้วเรียวสั่นเทาเล็กน้อยขณะที่เธอกำลังถือวิสาสะเปิดลิ้นชักลับหลังโต๊ะทำงานไม้สักทองเนื้อดีของคีริน ความอยากรู้อยากเห็นถูกผลักดันด้วยความหวาดระแวงและสัญชาตญาณดิบที่กรีดร้องว่า เธอกำลังถูกหลอกให้ติดกับดักในเกมพิศวาสอันป่าเถื่อนนี้
แฟ้มเอกสารสีดำสนิทที่ซ่อนอยู่ใต้พื้นไม้สองชั้น เผยให้เห็นรอยต่อที่ถูกงัดแงะด้วยความตั้งใจ ทันทีที่เธอดึงมันออกมา แผ่นกระดาษเอกสารราชการและภาพถ่ายเก่าคร่ำคร่าจำนวนหนึ่งก็ร่วงหล่นลงบนพรมหนานุ่ม รินรดารีบทรุดกายลงคุกเข่า มือบางคว้าภาพถ่ายเหล่านั้นขึ้นมาด้วยหัวใจที่เต้นรัวรากับกลองศึก
ภาพถ่ายใบแรก... คือภาพของชายวัยกลางคนผู้มีใบหน้าเปี่ยมด้วยรอยยิ้มอบอุ่น—พ่อของเธอเอง
ภาพถ่ายใบที่สอง... คือภาพข่าวหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์เมื่อสิบปีก่อน พาดหัวตัวโตด้วยข้อความที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ: *"นักธุรกิจชื่อดังซิ่งรถชนประสานงา ครอบครัวนักการเมืองดับอนาถคาที่"*
และภาพถ่ายใบสุดท้าย... ภาพของเด็กชายคนหนึ่งในชุดไว้ทุกข์ ดวงตาคู่นั้นแดงก่ำ เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความเคียดแค้น ชายเด็กผู้ซึ่งต่อมาเติบโตกลายเป็นเจ้าพ่อมาเฟียผู้ไร้หัวใจนามว่า "คีริน"
"หึ... ในที่สุดเธอก็หาเจอสินะ รินรดา"
เสียงทุ้มต่ำและเย็นชาดังขึ้นจากความมืดบริเวณมุมห้อง รินรดาสะดุ้งสุดตัวจนเอกสารในมือร่วงหล่นกระจัดกระจาย เธอลุกขึ้นยืนพิงขอบโต๊ะอย่างหมดทางหนี ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก เมื่อร่างสูงใหญ่ของคีรินก้าวออกมาจากเงาสลัว แววตาคมกริบดั่งเหยี่ยวคู่นั้นไม่มีร่องรอยของความตกใจเลยแม้แต่น้อย ราวกับว่าเขากำลังรอเวลานี้อยู่แล้ว
"คุณ... คุณตั้งใจให้ฉันหา..." เสียงของเธอสั่นพร่า ลำคอตีบตันจนแทบเปล่งคำพูดไม่ออก
คีรินก้าวเข้าไปใกล้ทีละก้าว ย่างก้าวของเขาหนักแน่นและทรงอำนาจดั่งราชสีห์ที่กำลังต้อนเหยื่อจนมุม กลิ่นกายบุรุษผสมผสานกับความดุดันแผ่ซ่านจนอากาศรอบตัวแทบหายใจไม่ออก เขายื่นมือหนาออกไปล็อกคางสลักเสลาของเธอไว้ด้วยความรุนแรงพอประมาณ บังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นสบตา
"ใช่... ฉันตั้งใจ" คีรินกระซิบชิดริมฝีปาก ร้อนผ่าวจนรินรดารู้สึกแสบผิว "เธอคิดว่าฉันเกลียดเธอนักเหรอ? เปล่าเลย... ฉันไม่ได้เกลียดเธอ รินรดา แต่ฉัน 'เกลียด' พ่อของเธอ... พ่อผู้แสนดีของเธอ ที่ขับรถชนแม่และน้องชายแท้ๆ ของฉันจนตายคาที่ แล้วใช้เงินก้อนโตซื้อความยุติธรรมจนเรื่องเงียบหายเข้ากลีบเมฆ!"
หยาดน้ำตาแห่งความเจ็บปวดรินไหลอาบแก้มเนียน รินรดาส่ายหัวช้าๆ ปฏิเสธความจริงอันโหดร้าย "ไม่... พ่อฉันไม่ใช่คนแบบนั้น ท่านเป็นคนซื่อสัตย์..."
"คนซื่อสัตย์งั้นเหรอ!" คีรินตะคอกเสียงต่ำอย่างเหลืออด แรงบีบที่คางของเธอเพิ่มขึ้นจนเธอต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด ดวงตาคมกริบฉายแววคลุ้มคลั่งและดุดันถึงขีดสุด "ภาพถ่ายพวกนั้นมันโกหกหรือไง! น้ำตาของเด็กผู้ชายอายุสิบขวบในวันนั้นมันโกหกหรือไง! พ่อของเธอทำลายครอบครัวฉัน... และตอนนี้ ลูกสาวของฆาตกรอย่างเธอก็ต้องชดใช้!"
แรงปะทะทางอารมณ์พุ่งพล่านถึงขีดสุด ความโกรธเกรี้ยว ความแค้นสุมอก และสัญชาตญาณดิบเถื่อนผสมปนเปกันอยู่ในแววตาของมาเฟียหนุ่ม คีรินไม่รอให้เธอได้เอื้อนเอยคำแก้ตัวใดๆ อีกต่อไป มือหนากระชากทึ้งเสื้อผ้าเนื้อบางของเธอจนขาดวิ่นด้วยแรงอารมณ์ที่ควบคุมไม่อยู่ รินรดาหวีดร้องด้วยความตกใจ พยายามใช้มือทั้งสองข้างผลักไดอกแกร่งของเขาออก แต่แรงอันน้อยนิดหรือจะสู้แรงของพญาอินทรีย์ผู้กระหายการแก้แค้น
"ปล่อยนะ! คีริน! ถ้าคุณเกลียดฉันนัก ทำไมไม่ฆ่าฉันให้ตายเสียเลยล่ะ!" เธอตะโกนทั้งน้ำตา ศักดิ์ศรีค้ำคอถูกเหยียบย่ำจนแหลกสลาย
"ฆ่าเหรอ? มันง่ายเกินไปสำหรับเธอ..." คีรินโน้มตัวลงกระซิบข้างใบหูของเธอ น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยแรงปรารถนาอันบิดเบี้ยว "ฉันจะทำให้เธอรู้ซึ้งถึงความทรมาน... ความทรมานที่เกิดจากไฟแค้น และไฟสวาทที่เธอไม่มีวันหนีพ้นจากเงื้อมมือของฉัน!"
ริมฝีปากร้อนผ่าวประกบจูบริมฝีปากอิ่มของเธออย่างไร้ความปรานี รสจูบดุดัน รุกไล่ และเอาแต่ใจ บดขยี้กลีบปากนุ่มจนได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ รินรดาดิ้นรนขัดขืนในตอนแรก แต่สัมผัสอันทรงพลังและแรงดึงดูดอันป่าเถื่อนของเขากลับค่อยๆ หลอมละลายความแข็งกร้าวของเธอให้ยอมจำนน ร่างกายของเธอยอมรับความร้อนรุ่มที่เขาถ่ายทอดให้อย่างไม่รู้ตัว แม้จิตใจจะร่ำไห้ด้วยความเกลียดชัง แต่สรีระกลับตอบสนองต่อสัมผัสวาบหวามนั้นอย่างน่าละอาย
คีรินช้อนร่างบางขึ้นแนบอกในอ้อมแขน ก่อนจะเหวี่ยงเธอลงบนเตียงนอนกว้างกลางห้องทำงานอย่างแรง ร่างสูงทาบทับลงมาทันที น้ำหนักตัวของเขาตรึงเธอไว้ใต้ร่างราวกับกรงขังที่ไม่มีทางหลุดพ้น มือหนาลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าอย่างอุกอาจ ปลุกเร้าอารมณ์สวาทให้ลุกโชนขึ้นท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดและเต็มไปด้วยหยาดน้ำตา
ความสัมพันธ์อันซับซ้อนระหว่างความแค้นและการครอบครองดำเนินไปอย่างเร่าร้อนและดิบเถื่อน ทุกสัมผัสคือการลงทัณฑ์ ทุกจังหวะการสอดประสานคือการประกาศกร้าวแห่งอำนาจที่เหนือกว่า รินรดากัดริมฝีปากแน่นเพื่อกลั้นเสียงครางแห่งความสุขสมที่ผสมปนเปไปกับความเจ็บปวดร้าวรานในอก เธอสูญเสียทุกอย่าง ทั้งศักดิ์ศรี หัวใจ และความอิสระ เหลือเพียงร่างกายที่ถูกแผดเผาด้วยเปลวเพลิงแห่งราคะที่คีรินเป็นผู้จุดขึ้นมา
จนกระทั่งลมหายใจของทั้งคู่หอบกระชั้นชิดในความเงียบงันของรัตติกาล คีรินผกายร่างขึ้นเล็กน้อย ดวงตาคมกริบก้มมองหญิงสาวที่นอนหอบเหนื่อยอยู่ใต้ร่าง น้ำตาของเธอยังคงรินไหลไม่ขาดสาย แต่แววตาคู่นั้นกลับเปลี่ยนเป็นความว่างเปล่าและเย็นชาอย่างน่าใจหาย
ทว่า ในขณะที่ความเงียบกำลังปกคลุมความตึงเครียด เสียงฝีเท้าฝีหนังก้าวเข้ามาใกล้ประตูกระจกบานใหญ่ของห้องทำงานอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างไม่มีมารยาท
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
"นายครับ..." เสียงลูกน้องคนสนิทดังลอดเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก "คุณเมฆาพาคนบุกเข้ามาถึงล็อบบี้ชั้นล่างแล้วครับ! มันบอกว่ามาทวงของสำคัญคืน... รวมถึงตัวคุณรินรดาด้วยครับ!"
ดวงตาของคีรินวาวโรจน์ขึ้นทันทีในความมืด ร่างสูงชะงักไปชั่วขณะก่อนจะก้มลงกระซิบข้างหูของรินรดาด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาเลือดในกายของเธอนิ่งงัน
"ดูเหมือนว่าเกมนี้... จะมีหมาป่าตัวอื่นอยากเข้ามาร่วมวงแย่งเหยื่อด้วยซะแล้วสิ..."
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปในห้วงอารมณ์อันร้อนแรงนี้ด้วยกันนะครับ
เซ่นรักเจ้าพ่อมาเฟียคลั่ง•ตอนที่ 13
ความแค้นที่ซ่อนอยู่
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซ่นรักเจ้าพ่อมาเฟียคลั่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!