กระบอกปืนนับสิบกระบอกไม่ได้ทำให้คีรินสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย ร่างสูงใหญ่ยังคงนิ่งสงบราวกับภูเขาหินที่หยั่งรากลึก ท่ามกลางความตึงเครียดที่พุ่งสูงจนแทบจะได้ยินเสียงเส้นประสาทในสมองดีดผึง เขากลับยกยิ้มมุมปาก ช้า ๆ และเยือกเย็น ชนิดที่คนมองเห็นแล้วต้องสันหลังวาบ
"กล้ามากนะเมฆา ที่เอารังสีอัมอมิตมาพ่นใส่ห้องรับรองส่วนตัวของฉัน"
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจเอ่ยขึ้นโดยไม่มีความเกรงกลัว ร่างหนาขยับตัวบังร่างบางของรินรดาเอาไว้มิดชิดราวกับปกป้องสมบัติล้ำค่า แม้ว่าในสายตาของเขา หญิงสาวผู้นี้จะเป็นเพียงแค่ของเล่นที่เขาเพิ่งซื้อมาด้วยอำนาจเงินก็ตามที
เมฆากัดฟันกรอด ดวงตาสอดส่ายมองเลยผ่านไหล่กว้างของคีรินมายังรินรดาที่ตัวสั่นเทิ้ม ใบหน้าหวานซีดเผือดไร้สีเลือด "ปล่อยเธอกซะคีริน ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้มีไว้ให้แกย่ำยีเล่นตามอำเภอใจ"
"หึ ของเล่นชิ้นนี้... ฉันจะขยี้หรือจะปั้นให้แหลกคามือ มันก็เรื่องของฉัน" คีรินหัวเราะในลำคอ แววตาคมกริบฉายแววดุดันราวกับซาตานกระหายเลือด "แกไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะชายตามอง จำใส่กะโหลกไว้ซะเมฆา ก่อนที่ฉันจะสั่งให้ลูกน้องเป่ากบาลแกตรงนี้!"
บรรยากาศในห้องคุกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตาย เมฆากำปืนในมือแน่นจนข้อต่องอขาว แต่เมื่อประเมินสถานการณ์แล้ว การปะทะกันในถิ่นของคีรินมีแต่จะพินาศ เขากระตุกยิ้มหยันก่อนจะโบกมือให้ลูกน้องลดปืนลงช้าๆ
"ฝากไว้ก่อนเถอะคีริน... ของที่แกได้มาง่ายเกินไป ระวังมันจะหลุดมือไปง่าย ๆ เหมือนกัน" เมฆากวาดสายตาคมปลาบมาทางรินรดาอีกครั้ง ก่อนจะสะบัดหน้าเดินนำลูกน้องถอยรุดออกไปจากห้อง ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก
ประตูห้องปิดสนิทลงอีกครั้ง ทว่าแรงกดดันไม่ได้จางหายไปไหน รินรดารู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวถูกสูบออกไปจนหมด เธอยืนขาแข็งค้างอยู่กับที่ จนกระทั่งสัมผัสได้ถึงเงาดำทมิฬที่โน้มต่ำลงมาหา
คีรินหันกลับมาหาเธอ ชายหนุ่มก้าวเข้ามาประชิดตัวอย่างรวดเร็ว กลิ่นกายบุรุษผสมกับกลิ่นอายอันตรายแผ่ซ่านจนเธอต้องถอยหลังกรูด ทว่าแผ่นหลังกลับชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบอย่างไร้ทางหนี
พรึบ!
มือหนาข้างหนึ่งยันผนังล็อกตัวเธอไว้ ส่วนมืออีกข้างเอื้อมมาเชยคางมนขึ้นบังคับให้เธอต้องสบตา ดวงตาคู่คมดุจเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองสำรวจเรือนร่างสั่นเทาของเธอด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก
"กลัวเหรารินรดา?" เสียงกระซิบพร่าต่ำดังชิดริมฝีปาก ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้มเนียน "เมื่อกี้เธอคงหวังสินะ ว่าไอ้เมฆาจะพาเธอหนีไปพ้นจากขุมนรกนี่"
"ฉัน... ฉันเปล่า..." เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พยายามเบี่ยงหน้าหนีสัมผัสร้อนลวกที่แผดเผาผิวเนื้อ แต่คีรินกลับใช้นิ้วโป้งกดลงบนคางมน บังคับให้เธอกลับมารับรู้การมีอยู่ของเขาเต็มๆ
"จำใส่สมองอันน้อยนิดของเธอไว้ให้ดีนะรินรดา นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป... เธอคือคนของฉัน ชีวิต ร่างกาย แม้กระทั่งวิญญาณของเธอ เป็นสิทธิ์ขาดของฉันแต่เพียงผู้เดียว!"
คำประกาศิตนั้นก้องกังวานในความเงียบ คีรินไม่รอให้เธอได้ทันตั้งตัว ร่างสูงใหญ่ทาบทับเข้าหาอย่างไร้ความปรานี ริมฝีปากหนาก้มลงบด
ขยี้เรียวปากอิ่มทันทีอย่างเอาแต่ใจ รสจูบในครานี้ไม่ได้นุ่มนวลหรือมีความอ่อนโยนหลงเหลืออยู่เลย มันคือการประกาศความเป็นเจ้าของ คือการลงทัณฑ์ และคือความดุดันที่ตักตวงความหวานล้ำจากโพรงปากนุ่มอย่างตะกละตะกลาม
รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ มือเล็กพยายามทุบตีอกแกร่งเพื่อประท้วง แต่แรงแค่นั้นกลับไม่ได้ทำให้เขาระคายเคืองเลยแม้แต่น้อย คีรินรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอขึ้นไปเหนือหัวด้วยมือข้างเดียวด้วยพละกำลังมหาศาล ก่อนจะใช้มืออีกข้างลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าภายใต้ชุดเดรสอย่างถือสิทธิ์
ความร้อนจากฝ่ามือของเขาแผดเผาผ่านเนื้อผ้าทะลุถึงผิวเนื้อ ร่างกายของเธอบิดเร้าด้วยความวาบหวามที่ผสานเข้ากับความหวาดกลัวอย่างน่าประหลาด สัมผัสที่ลึกซึ้งและจาบจ้วงทำให้ลมหายใจของเธอขาดห้วง สมองขาวโพลนจนแทบคิดอะไรไม่ออก
"อื้อ..." เสียงครางประท้วงเล็ดลอดออกมาได้เพียงเท่านั้น เมื่อลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหอมหวานอย่างไร้ความปรานี รสจูบที่ทั้งดุดันและเร่าร้อนทำให้เข่าของเธอแทบทรุดลงไปกองกับพื้น ดีที่วงแขนแข็งแรงของเขาตวัดโอบเอวคอดกิ่วเอาไว้แน่น รั้งร่างบางให้แนบชิดติดกับอกแกร่งจนแทบหลอมรวมเป็นร่างเดียวกัน
คีรินถอนริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง ปล่อยให้เธอยืนหอบหายใจโยนตัวด้วยความเหนื่อยอ่อน ดวงตาคู่คมจดจ้องมองริมฝีปากบวมเจ่อและแดงก่ำด้วยความพึงพอใจ นิ้วเรียวยาวเกลี่ยไล้ริมฝีปากเธอย่างแผ่วเบา ทว่าแววตากลับเต็มไปด้วยคำสั่งเด็ดขาด
"นี่คือบทลงโทษแรก ที่เธอแอบมองไอ้หน้าโง่นั่น" เสียงกระซิบพร่าเอ่ยชิดใบหูที่ร้อนผ่าว "และจำกฎข้อแรกของฉันไว้ให้ขึ้นใจ... ห้ามมองผู้ชายคนไหนนอกจากฉัน ห้ามขัดคำสั่ง และห้ามปฏิเสธสัมผัสของฉัน... ไม่อย่างนั้น ฉันจะทำให้ครอบครัวของเธอไม่เหลือแม้แต่แผ่นดินจะกลบหน้า!"
คำขู่ที่เลือดเย็นทำให้รินรดาตัวชาดิก ดวงตาคู่สวยคลหน่วยไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นใจ เธอกัดริมฝีปากแน่นจนได้กลิ่นคาวเลือด แต่ทำได้เพียงพยักหน้ารับช้าๆ อย่างจำนนต่อโชคชะตา
คีรินแค่นยิ้มอย่างพอใจเมื่อเห็นเธอยอมจำนน เขากำลังจะผละตัวออกเพื่อปล่อยให้เธอได้พักหายใจ แต่ทว่า...
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติด ๆ กันอย่างเร่งรีบ ก่อนที่ประตูห้องจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่ได้รอรับอนุญาต พร้อมกับร่างของ 'เลอชาญ' มือขวาคนสนิทที่ก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าตื่นตระหนก สีหน้าของลูกน้องคนสนิทซีดเผือดจนผิดปกติ ทำให้คีรินต้องขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ
"นายครับ... เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" เลอชาญละล่ำละลักเอ่ยขึ้นทันทีที่หยุดยืนอยู่เบื้องหน้า "ตอนนี้หุ้นในเครือคาสิโนทั้งหมดของเราถูกโจมตีอย่างหนักจากกลุ่มทุนปริศนา และ... และทางตำรวจกำลังนำหมายค้นบุกเข้ามาที่นี่แล้วครับ!"
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามความเร่าร้อนและร่วมลุ้นไปกับชะตากรรมของรินรดานะครับ
เซ่นรักเจ้าพ่อมาเฟียคลั่ง•ตอนที่ 2
กฎเหล็กของคนคุมเกม
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซ่นรักเจ้าพ่อมาเฟียคลั่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!