กลิ่นไอน้ำอุ่นเจือจางจากห้องกระจกบานใหญ่ยังคงลอยวนอยู่ในห้องนอนเพนต์เฮาส์ส่วนตัว ทว่าความอบอุ่นนั้นแทบจะถูกแผดเผาให้มลายหายไปด้วยอุณหภูมิที่ร้อนระอุจากแรงปะทะทางอารมณ์ คีรินยืนค้ำร่างสูงใหญ่ของตนเข้ากับขอบหน้าต่างกระจกใส บรรยากาศยามราตรีของมหานครเบื้องล่างสะท้อนเงาความดิบเถื่อนและทรงอำนาจของเขา ร่างกายกำยำเต็มไปด้วยมัดกล้ามที่ขับเน้นสัญชาตญาณดิบ สายตาคมกริบราวกับพญาอินทรีจดจ้องมองผู้หญิงเพียงคนเดียวที่กล้าต่อกรกับเขาในโลกใบนี้
รินรดากำลังยืนพิงผนังห้องแต่งตัวด้วยลมหายใจหอบกระชั้น เสื้อเชิ้ตผ้าไหมสีดำตัวโคร่งที่เธอคว้ามาสวมทับเรือนร่างบอบบางร่นขึ้นมาจนเกือบถึงต้นขาขาวเนียน กระดุมเม็ดบนหลุดรุ่ยเผยให้เห็นไหปลาร้าและผิวเนื้อที่แดงก่ำจากการถูกพันธะทางร่างกายเมื่อครู่ ศักดิ์ศรีที่เธอพยายามรักษาไว้แทบไม่เหลือชิ้นดี เมื่อความจริงอันน่ารังเกียจประกาศชัดเจนอยู่แล้วว่า ร่างกายและจิตวิญญาณของเธอกำลังพ่ายแพ้ต่อสัมผัสอันเอาแต่ใจของเขาอย่างราบคาบ
"มองผมด้วยสายตาแบบนั้นอีกแล้วนะครับ รินรดา..." เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของสัตว์นักล่าดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงใหญ่ที่ก้าวเข้ามาประชิดตัวเธออย่างรวดเร็วจนตั้งตัวไม่ทัน ฝ่ามือหนาและร้อนจัดเอื้อมไปบีบปลายคางมนของเธอให้เชิดขึ้นบังคับสบตา "คิดจะต่อต้านผมในใจอีกกี่ร้อยรอบ ร่างกายคุณก็ทรยศความนึกคิดพวกนั้นไปหมดแล้ว... จำใส่สมองเอาไว้ ว่าคุณไม่ใช่แค่นางบำเรอชั่วคราวที่คุณนึกอยากจะเขี่ยทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้"
"คุณคีริน... ปล่อยฉันค่ะ" เสียงหวานสั่นเครือเล็กน้อย แต่ยังคงพยายามรักษาความแข็งกร้าวไว้ แม้ว่าเรียวขาจะแทบพยุงน้ำหนักตัวไม่ไหวแล้วก็ตาม "คุณได้ทุกอย่างที่คุณต้องการจากฉันแล้ว... ทั้งความลับทางธุรกิจของเมฆา ทั้งศักดิ์ศรีที่ฉันยอมเหยียบย่ำ... ทำไมคุณยังไม่พอใจอีก"
"พอใจเหรอ?" คีรินแค่นหัวเราะในลำคอ แววตาดำมืดเต็มไปด้วยความกระหายที่ไม่มีวันสิ้นสุด "สำหรับผม... คำว่าพึงพอใจไม่มีอยู่จริง ยิ่งคุณดื้อรั้น ยิ่งคุณพยายามขัดขืน ผมก็ยิ่งอยากทำลายกำแพงบ้าๆ ในใจคุณให้แหลกคามือทีละนิด"
สิ้นคำพูดนั้น นิ้วแกร่งก็เกี่ยวขอบเสื้อเชิ้ตตัวบางแล้วกระชากเพียงครั้งเดียวจนกระดุมเม็ดที่เหลือกระเด็นหลุดรอน รินรดาหวีดร้องเบาๆ ด้วยความตกใจ มือบางยกขึ้นดันแผงอกกว้างตามสัญชาตญาณการป้องกันตัว ทว่ามันกลับกลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่ปลุกเร้าอารมณ์ดิบเถื่อนในตัวเจ้าพ่อหนุ่มให้ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง
คีรินไม่ปล่อยให้เธอมีโอกาสได้เอ่ยคำปฏิเสธริมฝีปากหยักลึกทาบทับลงมาบดขยี้เรียวปากอิ่มทันที เป็นจูบที่ดุดัน เร่าร้อน และเปี่ยมไปด้วยความเอาแต่ใจ รสจูบที่ทั้งขบเม้มและดูดกลืนลมหายใจจนสมองของหญิงสาวขาวโพลน สติสัมปชัญญะที่เคยต่อต้านถูกละลายหายไปกับความหอมหวานอันตรายที่เขาเป็นผู้ป้อนให้ รินรดาสั่นสะท้านไปทั้งร่าง มือที่เคยผลักไสค่อยๆ เปลี่ยนเป็นกำเสื้อด้านหลังของเขาแน่นอย่างไร้ทางสู้
"หวาน... คุณหวานเหลือเกินรินรดา" คีรินผริมฝีปากออกกระซิบชิดริมฝีปากบวมเจ่อ เสียงแหบพร่าเต็มไปด้วยแรงปรารถนาที่พุ่งทะยานถึงขีดสุด ขณะที่มือข้างหนึ่งรวบเอวบางเข้าหาตัวจนแนบชิดสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวเร็วดั่งกลองศึก "บอกผมสิ... ว่าคุณต้องการผมเหมือนที่ผมต้องการคุณ"
"คน... คนเผด็จการ..." เธอพึมพำลอดไรฟันด้วยความเคืองแค้นผสมความวาบหวามที่ตีรวนอยู่ในอก
"ใช่... ผมมันเผด็จการ และคุณก็คือเชลยที่ไม่มีวันได้รับอิสรภาพจากผมเด็ดขาด"
คีรินอุ้มร่างบางขึ้นแนบอกในท่าเจ้าสาวโดยไม่รอให้เธอได้ตั้งตัว รินรดาร้องอุทานด้วยความตกใจพร้อมกับเรียวแขนที่ต้องโอบรอบลำคอแกร่งไว้อัตโนมัติเพื่อไม่ให้ร่วงหล่น เขาพาเธอก้าวเดินไปยังเตียงนอนขนาดคิงไซส์กลางห้อง ก่อนจะทิ้งตัวลงทาบทับร่างระหงไว้ใต้พันธะแห่งสัญชาตญาณอันร้อนแรง
ผ้าปูที่นอนสีเข้มยับยู่ยี่ไปตามแรงเคลื่อนไหว คีรินไม่ปล่อยให้ช่องว่างใดๆ เกิดขึ้นระหว่างเขากับเธอ สัมผัสจากปลายนิ้วแข็งแกร่งไล่ลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าอย่างประณีตและชวนหลงใหล ทุกหยาดหยดสัมผัสเปรียบเสมือนเครื่องหมายแสดงความเป็นเจ้าของที่ตราตรึงลงบนผิวเนื้อเนียนนุ่ม เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดเคล้าคลอไปกับเสียงครางแผ่วเบาด้วยความเสียวซ่านที่สะท้อนก้องในความเงียบสงัด
ความสัมพันธ์ในยามนี้ก้าวล้ำข้ามเส้นแบ่งของคำว่า 'นางบำเรอ' ไปไกลลิบ มันไม่ใช่แค่การระบายความใคร่ตามสัญชาตญาณดิบเถื่อน หากแต่มันคือการหลอมรวมตัวตน ความแค้น และความรู้สึกที่ซ่อนเร้นอยู่เบื้องลึกเข้าด้วยกันอย่างแยกไม่ออก ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดสนิทแน่นจนแทบกลายเป็นร่างเดียวกัน จังหวะรักที่ถูกขับเคลื่อนด้วยความเร่าร้อน ดุดัน แต่ทว่าเปี่ยมไปด้วยความลึกซึ้งดึงดูดใจ ทำให้โลกทั้งใบราวกับหยุดหมุน เหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นระรัวเป็นจังหวะเดียวกัน
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครล่วงรู้ จนกระทั่งพายุอารมณ์สงบลงหลงเหลือเพียงไออุ่นของร่างกายที่ยังคงเกาะเกี่ยวกันอยู่บนเตียงนอนกว้าง รินรดานอนซบพักใบหน้าลงกับลาดไหล่กว้างที่มีรอยข่วนจางๆ จากฝีมือเธอเอง ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอแสดงถึงความเหนื่อยอ่อนจากการโหมกระหน่ำของบทรักเมื่อครู่
คีรินใช้มือข้างหนึ่งลูบไล้เส้นผมยาวสลวยที่ชื้นเหงื่อเบาๆ สายตาคมกريบมองออกไปนอกกระจกหน้าต่างด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปจากเดิม... ความรู้สึกที่เขาไม่เคยยอมรับมันมาก่อนในชีวิต
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูด้านนอกห้องเพนต์เฮาส์ดังขึ้นทำลายความเงียบงันในยามดึก คีรินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ ดวงตาคมวาวโรจน์ขึ้นด้วยความหงุดหงิดที่มีคนกล้าอาจหาญมารบกวนเวลาส่วนตัวของเขาในยามวิกาลเช่นนี้
"คุณคีรินคะ..." เสียงหวานใสของเลขาหน้าห้องดังลอดผ่านบานประตูเข้ามาด้วยความร้อนรน "เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ... ทางด้านของเมฆา ส่งคนบุกเข้าไปกวาดล้างโกดังสินค้าล็อตใหญ่ของเราที่ท่าเรือฝั่งตะวันออกแล้วค่ะ!"
รินรดาสะดุ้งตื่นเต็มตา ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจเมื่อได้ยินชื่อของชายผู้เป็นศัตรูตัวฉกาจ
คีรินแค่นยิ้มเย็นเยียบ มุมปากหยักกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่น่ากลัวที่สุดเท่าที่รินรดาเคยเห็นมา เขาก้มลงกระซิบข้างใบหูของหญิงสาวด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือกจนสันหลังวาบ
"ดูเหมือนว่าหมาตัวนี้... จะเริ่มอดทนรอความตายไม่ไหวแล้วสินะครับ"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปในห้วงอารมณ์อันร้อนแรงนี้ด้วยกันนะครับ
เซ่นรักเจ้าพ่อมาเฟียคลั่ง•ตอนที่ 21
พันธะทางร่างกาย
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซ่นรักเจ้าพ่อมาเฟียคลั่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!